[FIC] 'THE' secretary. 07

posted on 21 Aug 2012 00:53 by zensedayz in THE-secretary directory Fiction

Title :  ‘THE’  SECRETARY

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC / COMEDY 

Rate : PG -13   / R 

Pariring : Yunho x Jaejoong

AN : อาจมีภาษาไม่สุภาพและคำหยาบปรากฏในฟิคเรื่องนี้นะคะ

 

 
 
 
07.
 

            ……….. ปวดหัว…………

ความรู้สึกหนักอึ้งบนศีรษะทำให้เกิดความรู้สึกอยากเปิดเปลือกตาทว่าไม่อาจขยับได้นอกจากกระพริบตาเป็นจังหวะถี่ๆ  ประสาทหูมาก่อนเป็นอันดับแรก ได้ยินเสียงดังหึ่งๆของแอร์คอนดิชั่น ลำดับถัดมาจึงเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆที่ติดอยู่บนผ้าปูที่นอน

ความนุ่มลื่นและหนานุ่มจนถอดใจที่จะเปิดเปลือกตา ตัดสินใจพลิกกายไปที่อีกฝั่งด้านข้างเป็นการหันหลังให้แสงอาทิตย์ที่แยงลอดม่านตาด้วย … ได้ผล… กำลังนอนเคี้ยวน้ำลายและทำท่าจะจมไปกับห้วงอารมณ์ที่แสนหวานอีกครั้งแต่จู่ๆ

“คุณแจจุุง…” เสียงเรียกที่ไม่ดังไม่เบาด้วยชื่อเขาแว่วมาจากที่ไกลๆ ทุ้มต่ำ ทรงเสน่ห์ แต่คุ้นหูชอบกล แจจุงขมวดคิ้วแต่ก็พยายามไม่นึกคิดอะไร ส่วนหนึ่งเพราะปวดหัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยไม่คิดใส่ใจต่อเสียงเรียกที่ดูจะดังขึ้นจากเดิม และแฝงไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย แจจุงนอนพลิกด้านข้างท่าทางกระสับกระส่ายจึงไม่อาจเห็นอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ยุนโฮกุมขมับ ดันแว่นกรอบกลมให้พาดบนสันจมูกโด่ง เป็นเช้าวันเสาร์ที่เขาปลุกเจ้านายคนเก่งนานเกือบสิบนาที

เริ่มต้นตั้งแต่เคาะประตูหน้าห้องนอนก่อนหน้านั้นยังทำใจกับตัวเองที่ประตูหน้าห้อง เคาะจนข้อนิ้วเจ็บเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้ามาแทน ได้กลิ่นอ่อนๆซึ่งเป็นเอกลักษณ์มันอวอวลอยู่แทบทุกมุมห้องยุนโฮเพิ่งรับรู้ ไม่มีกลิ่นใดๆเจือปน เป็นกลิ่นหอมของเจ้าตัวอย่างแน่แท้ สะอาด ให้ความรู้สึกเย็นสบายยามสูดดม ยุนโฮปัดทิ้งความคิดฟุ้งซ่านขณะเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนใหญ่กลางห้อง จ้องมองร่างบางที่นอนหลับสนิทอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา พลันความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้าก็แทรกเข้ามาแทนที่

แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน…….

ชายหนุ่มจึงต้องเบือนหน้าหนีกลับแล้วเดินเลี่ยงไปสงบสติอารมณ์ที่ระเบียงหน้าห้อง จัดการรูดผ้าม่านผืนหนาออกพอให้แสงเข้ามาหันไปมองร่างเจ้านายที่พลิกกายหนีก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจขึ้นมา

ไหนสัญญาว่าจะตื่นเช้าไง?

พ่นลมออกทางจมูก ไม่ใช่ความหงุดหงิดมากมายแต่ด้วยนิสัยของตัวเขาเองที่พอมองอะไรไม่ได้ดั่งใจจะไม่ปริปากบ่นแต่จะเชิดปากขึ้นแล้วถอนหายใจดังๆหนึ่งที ท่าทางเหย่อหยิ่งแบบคุณชายถึงจะดูน่าหมั่นไส้มากแค่ไหนแต่กลับไม่เคยมีใครบ่นว่าเขา เพราะคนที่จะทำให้จองยุนโฮเป็นแบบนี้ได้ก็ต้องเป็นพวกสุดโต่งเท่านั้นแหละ

“คุณแจจุง…” เรียกซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มีเสียงงึมงำในลำคอลอดออกมา เส้นผมสีดำเกือบสนิทยามต้องแสงจะดูทอประกายเป็นสีน้ำตาลมันวาว ดูนุ่มลื่นน่าสัมผัส ตัดกันกับดวงหน้าขาวใสไร้จุดบกพร่องที่นอนให้แดดลิ้มเลียผิวขาวสีน้ำนมอย่างเชื่องช้า ภาพที่มองดูแล้วเหมือนจะเห็นออร่าจากเจ้าตัวเป็นประกายวิ้งค์ๆ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมคนตรงหน้าที่…..


เดี๋ยวนะ!!

คำๆนี้มันไม่ใช้กับผู้ชายด้วยกันนี่!

ยุนโฮแทบจะเอาหัวโขกข้างฝาให้สมองส่วนความจำเสื่อมไปบ้าง จะได้หยุดคิดบ้าบออะไรแบบนี้คนเดียว

คิดแล้วก็ถอนหายใจ

ในกรณีคิมแจจุง ไม่ใช่คนสุดโต่งเพียงอย่างเดียว…ยังเป็นพวกที่ไม่รู้จักกาลเทศะเป็นที่สุด

…..ทำไมต้องทำให้หัวใจมันเต้นแรงด้วยนะ…..

ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

ยามคิดความฟุ้งซ่านก็บังเกิดราวระลอกคลื่น  ยิ่งสั่งให้หยุด ทุกอย่างก็ยิ่งเตลิดไปไกล เขาจึงงัดวิธีสุดท้าย หลับตาซะ จะได้ไม่เห็นอะไร จากนั้นก็เริ่มตั้งสติใหม่ด้วยการทำสมาธิ

นี่มาปลุกคนนนะ ไม่ใช่เข้าห้องสอบ

แม่ง…ยากชิปเป้ง!!

บ่นๆกับตัวเองแล้วลืมตาขึ้นใหม่หลังขจัดความฟุ้งซ่านออกไปจนเกือบหมด เดินเข้าไปใกล้เตียงอีกนิด ชะโงกหน้ามองผ่านเลนส์แว่นที่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายค่อนข้างชัดเจน ริมฝีปากสีแดงที่เผยอขึ้นน้อยๆ ดวงตาคู่กลมที่กำลังหลับพริ้ม ถึงจะดูใจร้ายไปเสียหน่อยที่ต้องปลุกในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายท่าทางมีความสุข

แต่

หน้าที่ก็คือหน้าที่

“คุณแจจุง….” คราวนี้เพิ่มสัมผัสด้วยการเขย่าไหล่ แจจุงครางรับในลำคอก่อนจะพลิกตัวหนีอีกรอบ..

นี่!

หากไม่ติดอะไรหลายๆอย่างยุนโฮคงจับเจ้านายอุ้มไปเปิดที่ใต้ฝักบัวแต่เช้าแล้ว!!

แต่วิธีการดูป่าเถื่อนเอาแต่ใจใช่ย่อย สุดท้ายเลยได้แต่สะกิดด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจแบบนี้

อยากจะเขกกระโหลกเด็กดื้อสักรอบ บอกอะไรไม่เคยฟัง

“คุณแจจุง..ผมรู้ว่าคุณปวดหัว ตื่นมาทานยาสิครับ” บอกแบบนั้นแล้วก็เขย่าที่ไหล่อีกรอบ แจจุงพลิกตัวหนีอีก คราวนี้เริ่มลืมตาขึ้นมามอง…ปากกลมๆตุ่ยออกจนยื่นออกมาด้านหน้า กอปรกับคิ้วเรียวสวยที่จัดแต่งอย่างลงตัวบนโคลงหน้าขมวดมุ่น ใบหน้ายับยู่ที่ดูน่ารักเสียจน..

“อะแฮ่ม…” เผลอติดขัดในช่องคอเสียอย่างนั้น จองยุนโฮยืดตัวตรงขณะที่ปล่อยให้เจ้านายทำตัวเป็นเด็กพลิกตัวหนีภายใต้ผ้าห่มที่ห่อคลุมตัวเองจนตอนนี้กลายเป็นแยมโรลเป็นที่เรียบร้อย ยุนโฮขมวดคิ้วบาง ไอ้ก้อนแยมโรลที่พลิกกลิ้งไปที่อีกฝั่งของเตียง…มองดูแล้ว..น่ารักสิ้นดี

“ขออีกห้านาที…นะ” บ่นงึมงำออกมาก่อนจะหมุดหัวลงไปรูตรงกลาง คนมองได้แต่เบ้หน้าต่อการกระทำของชายหนุ่มอีกคนที่ความสูงกะด้วยสายตาน่าจะเกือบห้าฟุต แต่ทำตัวไม่ต่างจากเด็กห้าขวบ!!

จองยุนโฮอยากจะบ้า!!

.

.

.

แฮ่ก แฮ่ก! แฮ่ก ! ด….ดะ…..เดี๋ยว!”

เสียงหอบหายใจดังสะท้านจนคนที่นำเกมส์อยู่ต้องหันหลังกลับไปมอง ยุนโฮยกยิ้มน้อยๆ พร้อมกับผ่อนลมหายใจของตัวเองไปด้วย แจจุงเงยหน้ามองค้อนหนึ่งทีขณะที่หอบจนตัวโยน มือสองข้างวางไว้ที่เหนือเข่าขณะที่สูดลมหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย

“นะ..นาย…จะ..แฮ่ก..จะฆ่าฉันใช่มั๊ย?!” ท่าทางเอาเรื่องแบบนั่นไม่ได้ผลอะไรกับยุนโฮที่หยุดวิ่งแล้วเดินกลับมาหาร่างที่เล็กกว่าและบางกว่า ริมฝีปากสีแดงขึ้นสีสด รวมไปถึงใบหน้าที่แดงระเรื่อน่ามอง ไหนจะเม็ดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่ทั่วทั้งใบหน้าและซอกคอ ยุนโฮเผลอมองตามเหงื่อเม็ดหนึ่งที่ไหลจากหน้าผากเกลี้ยงและสามารถรอดพ้นตอนที่เจ้าของยกมือขึ้นปาดเหงื่อปล่อยให้ไหลมาระเรื่อยจนถึงละคอขาวเนียน ก่อนจะตกไปที่ร่องอก

เฮือก!!

 

“บ้าเอ้ย! นี่มัน..แฮ่ก..บ้าชัดๆ!!” แจจุงสบถ ขณะล้มหงายหลังอย่างหมดสภาพเขาเหนื่อยจนแทบขาดใจ มองอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคืองเพราะดูเหมือนไอ้คนหน้าหมี นิสัยไม่ดีตรงหน้ามันจงใจจะแกล้งเขา เห็นเขาตัวเล็กกว่า แรงน้อยกว่าหรือไงนะ ถึงได้มาท้าเรื่องพรรค์นี้?

คิดอย่างเจ็บแค้น แม้ในใจจะนึกคำด่าเป็นร้อยพันล้านแปดแต่เนื่องจากแค่หายใจคิมแจจุงยังรู้สึกเหนื่อยเพราะฉะนั้นตัดเรื่องที่จะเถียงผู้ชายหน้าหมี ไอ้เลขาจอมจุ้นจ้านไปได้เลย

มันเริ่มต้นที่เช้าวันเสาร์ที่ควรจะสงบสุขและแสนสบาย…

ห้านาที… แจจุงมุดเข้าใต้ผ่าห่มก่อนที่สองวินาทีถัดมาจะต้องกลิ้งตกหลุนๆจากเตียงนอนขนาดคิงไซส์ของตัวเอง มันเป็นเพราะว่าจองยุนโฮดึงปลายผ้าห่มด้านหนึ่งและปล่อยให้แจจุงหงายหลังก้นจ้ำเบ้าที่พื้นนะเซ่!!

คิดแล้วก็เจ็บก้นกบขึ้นมาโดยทันที มันใช้วิธีปลุกได้โหดร้ายและป่าเถื่อนที่สุด แจจุงอยากฟ้องม๊ามี๊ ขณะที่ยังนั่งคลำตูดแบนๆของตัวเองไอ้เลขาหน้าโหดแสนป่าเถื่อนก็ย่างสามขุมสั่งเสียงเด็ดขาดว่า

 

“ห้านาที สำหรับการอาบน้ำแต่งตัว”

พ่องงงงงงงงงงงง!!

สรุปเขาหรือมันกันแน่วะที่เป็นเจ้านาย – ลูกน้อง (?)

แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!! จะทำตัวกร่างบ้าอำนาจเกินไปแล้วนะ !! เคียดแค้นจนต้องลุกขึ้นมาหาเรื่องแต่สังขารไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเสียเท่าไร ลุกพรวดพราดขึ้นมาก็เกือบจะล้มหน้าทิ่มพื้น ไอ้หัวสมองที่เหมือนจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ปวดจนยืนโคลงเคลงไปหมด คำด่าล้านแปดจึงถูกกลืนลงคอโดยปริยาย….

ฮื้ออออออออ!!

เช้าวันเสาร์ที่แสนสดใสหายวับไปเพราะอิเลขางี่เง่านั้นแหละ!!

พอเห็นท่าไม่ดียุนโฮก็จับกรอกยา(?) นั่งพักเพียงนิดเดียวก็ถูกไล่ให้ไปอาบน้ำแบบจริงๆจังๆ มีเลขาเหมือนมีพ่อ สั่งนู้นห้ามนี่สารพัดจนอดคิดไม่ได้ว่าขนาดพ่อแท้ๆบังเกิดเกล้ายังไม่เคยสั่งห้ามอะไรขนาดนี้

ไอ้หมอนี่มันใหญ่มาจากไหนวะ สั่งเอาๆๆๆๆๆๆๆ ฮึ่ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น พอจะเถียงก็ถูกตีหน้านิ่งใส่ เห็นแบบนั้นมันก็หงอยเหมือนกันนะ พอจะโวยวายก็ถูกว่าว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต จะต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าแจจุงเนี้ย 25 แล้วโว้ยยยยยยย ! T^T ทำไมต้องหยามเหยียดว่าเขาเป็นเด็กด้วยเล่า!!

เจ็บแค้นๆ ๆ

แต่ถามว่าทำอะไรได้ไหม ตอบได้เลยว่าไม่

นอกจากเก็บกรดอยู่กับตัวเอง ได้แต่คิดว่า อย่าให้ถึงตาของเขาบ้างก็แล้วกัน

“เหนื่อยหรือครับ?”

“เออสิ!!”

ถามมาได้นะ หอบลิ้นห้อยขนาดนี้คงสบายดีอยู่มั้ง

“เพราะคุณแจจุงไม่ค่อยออกกำลังกาย นอกจากร่างกายจะไม่แข็งแรงแล้วเวลาทำงานที่โหมแรงหนักๆก็เหนื่อยง่ายแบบนี้ล่ะครับ”  แจจุงอยากเขวี้ยงค้อนจามใส่หัวมันสักป้าป เหลือกตามองเลขามาดนุ่มนิ่มที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มพอดีตัว แม้ระยะทางที่วิ่งจะเท่ากันแต่อีกฝ่ายดูไม่เหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด จะมีบ้างกับเหงื่อที่ไหลออกมาแต่ท่าทางก็แตกต่างกับแจจุงโดยสิ้นเชิง

“แล้วทำไมฉันต้องมาวิ่งจ็อกกิ้งบ้าบอนี้ด้วย นายตอบมาสิ วันๆฉันก็ทำแต่งาน วันหยุดสุดสัปดาห์จะขอนอนตื่นสายบ้างไม่ได้หรือไง?”

“อากาศตอนเช้าดีออกครับ”

“ฉันตื่นเช้าทุกวันอยู่แล้วโว้ยยยย พอเลยนะ!! ต่อไปวันหยุดนายห้ามปลุกฉันก่อน 7 โมงอีก”

เขาสั่งเสียงเด็ดขาดก่อนจะชี้หน้าเลขาหนุ่มอย่างคาดโทษ ยุนโฮเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆตีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นตามลำดับ

“คุณไม่รักษาสัญญา”

“สัญญาอะไร”

“เมื่อคืน…”

กึก

 

“ไม่เห็นเกี่ยวนี่!!” แจจุงโวยวายเสียงดังลั่น ไอ้เรื่องเมื่อคืนนั่นเขาลืมไปหมดแล้ว..จะว่าไป..จำไม่ได้ตั้งหากว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้แต่ว่ารับปากกับยุนโฮไว้ แต่เพราะเขาต้องการออกไปเที่ยวตั้งหาก เพราะงั้นการรับปากกับยุนโฮจึงเป็นเรื่องที่เขาแค่เอาตัวรอดเป็นพอ

“พอเถอะครับ ถ้าหายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้นมาวิ่งต่อ”

วิ่งต่อ?!

“โอ้ยยย ไอ้บ้าาา! ไม่เอาแล่ว!!” งอแงอย่างกับเด็กน้อยที่ถูกบังคับฝืนใจให้กินยาขม แจจุงนอนตีแปลงอยู่ตรงพื้นที่สนามหญ้า ขณะที่ยุนโฮยืนมองดูเจ้านายคนเก่งเอามือตีหญ้าเล่นซะอย่างงั้น ถอนหายใจอย่างนึกปลงก่อนจะเดินผละออกมา

“จองยุนโฮ! นายจะไปไหน?” เสียงตะโกนถามดังไล่อยู่ข้างหลัง

“ฉันจะกลับขึ้นคอนโดเดี๋ยวนี้ล่ะนะ ฉันร้อน ฉันเหนื่อย!!” แสดงความต้องการออกมาอย่างไม่ปิดบัง กีฬาชนิดไหนที่ทำให้เขาเสียเหงื่อคิมแจจุงจะเลี่ยงมันทุกชนิดและประเภท (-*-)

“ผมไม่อนุญาติ ลงมายังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะกลับขึ้นไปอีกแล้วเหรอครับ?”

“ก็ฉันร้อน…ฉันเหนื่อย” ลากเสียงยาวๆพร้อมหลับตาพริ้มลง ยุนโฮทรุดนั่งข้างๆกันก่อนจะยอมอ่อนข้อให้ครั้งนึง

“แล้วคุณแจจุงชอบเล่นกีฬาแบบไหนล่ะ?..เผื่อผมจะได้เลือกถูก..”

ยุนโฮทอดมองคนที่นอนหลับตาอยู่ก่อนหน้า จนกระทั่งอีกฝ่ายเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตากลมโตใสแจ๋วกำลังจ้องสะท้อนกลับมาที่เขา บรรยากาศเงียบเชียบปกคลุมโอบล้อมรอบสวนสาธารณะที่ยุนโฮเลือกใช้  ก่อนที่ริมฝีปากสีแดงสดจะค่อยๆพึม พำออกมา

“ฉันชอบ…”

“……??”

“ชอบกีฬาในร่ม”

กึก

ถ้าเป็นลูกเป็นหลานหรือว่าน้องชายน้องสาวจองยุนโฮไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจหลังพูดจากำกวมเหล่านี้จบแน่

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ”

แจจุงหัวเราะจนท้องแข็ง หลังจากทำให้สีหน้าของยุนโฮเหวอไปได้ประมาณหนึ่ง แต่สุดท้ายเลขาที่รักษามาดมาตลอดเวลาก็กลับมาทำท่าทางเคร่งขรึมเหมือนเดิม

“ฉันชอบเล่นกีฬาในร่มจริงๆนะ แดดไม่ร้อน เหงื่อออกกำลังพอดี ที่สำคัญสารแห่งความสุขจะหลั่งออกมาเยอะมากๆ”

“………ก็ดีครับ…แล้วผมจะคอยดู”

ยุนโฮพูดนิ่งๆก่อนจะผละออกไปเพื่อซื้อน้ำดื่มเย็นๆให้ตัวเองกับเจ้านายที่ยังคงชื่นชอบกับมุขตลกของตนเองอยู่ จนเวลาผ่านไปได้ครึ่งนาทีร่างบางกลับไม่รับรู้ถึงฝีเท้าที่เข้ามาประชิดใกล้ตัว

“อ๊ะ…!”

แจจุงสะดุ้งตกใจทันทีที่จู่ๆโลหะเย็นจัดอย่างกระป๋องน้ำโคล่าเข้ามาแนบแก้มแถมยังลงสัมผัสหนักหน่วงจนแจจุงรู้สึกได้ว่าหน้าของเขา