[FIC] 'THE' secretary. 06

posted on 27 May 2012 16:09 by zensedayz in THE-secretary directory Fiction

Title :  ‘THE’  SECRETARY

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC / COMEDY 

Rate : PG -13   / R 

Pariring : Yunho x Jaejoong

AN : อาจมีภาษาไม่สุภาพและคำหยาบปรากฏในฟิคเรื่องนี้นะคะ

 

กด F5 กันก่อนนะคะ ถ้ายังไม่เห็นธีมใหม่

 

06.


 

                หนึ่งอาทิตย์โดยประมาณที่เจ้านายคนเก่งออกดื่มไม่ต่ำกว่าสามครั้ง

 

                หนึ่งอาทิตย์โดยประมาณ ที่เจ้านายของงเขาอารมณ์เสียอย่างน้อยสิบครั้ง

 

                แต่...หนึ่งอาทิตย์โดยประมาณที่คิมแจจุงทำตัวน่ารักไม่เกิน 5 ครั้ง

 

                ดื้อที่สุดในโลก!!

 

 

“นายพูดจาไม่ดีกับเพื่อนเจ้านาย ทำกิริยาหยาบคายกับเพื่อนฉัน และที่สำคัญ …นายมีความผิด ฉันยังไม่ยอมให้อภัยนายแน่ๆ”

 

แจจุงพูดรัวๆขณะที่นิ้วชี้กำลังชี้หน้าเลขาคนเก่งที่กำลังเดินตามต้อยๆอย่างช่วยไม่ได้

 

ไอ้เรื่องหนีเที่ยวเนี้ย ไม่มีใครเกิน หาข้ออ้างสารพัด ทุกๆกลเม็ดงัดขึ้นมาใช้เพื่อตัวเองจะได้ใช้วันศุกร์ในการปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง

 

“ถึงหน้านายจะบ่งบอกยี่ห้อว่าไม่มีเพื่อน แต่ฉันไม่ใช่! นายเห็นโซรีไหม เธอเป็นเพื่อนสนิทฉัน สนิทกันมาก แล้วก็ไม่พลาดที่จะได้คุยกับเพื่อนด้วย”

 

ยุนโฮกรอกตาขณะพูดพึมพำกับตัวเองว่า “ในร้านเหล้าเนี้ยนะ!”

 

แต่แจจุงไม่สนใจ เขาเดินไปที่รถ ขณะแบมือขวาที่เมื่อครู่ชี้นิ้วอยู่ออก

 

“เอากุญแจรถฉันคืนมา”

“……”

“เร็วเข้า…” แจจุงเร่งยิก ยิ่งมองใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเลขายิ่งพาลจะเดือดตาม นี่เขาเป็นเจ้านายนะ ไม่ใช่ลูกไล่ที่ต้องคอยเชื่อฟังหมอนี้ตลอดเวลา  ร่างสูงเจ้าของใบหน้าเห่ยๆที่แจจุงคิดไว้ในใจกำลังบ่งบอกอารมณ์ว่าเบื่อสุดขีด เขาใช้ศอกวางเท้าแขนบนหลังคารถขณะที่อีกมือเสยผมขึ้นลวกๆ หลับตาแล้วลืมขึ้นเพื่อจ้องเจ้านายคนเก่งด้วยท่าทีคุกคาม

 

“นายไม่มีสิทธิ์มองฉันแบบนี้” แจจุงพูดด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ ยุนโฮหัวเราะเยาะในใจก่อนจะสวนขึ้นในประโยคใหม่ “ผมเคยบอกคุณแจจุงแล้วไงครับว่าตอนทำงานคุณอาจจะเป็นเจ้านาย แต่ตอนนี้….มันไม่ใช่”

 

“จองยุนโฮ!!” แจจุงกัดฟัน ร้องขู่ด้วยท่าทางกรรโชก มองใบหน้าคู่กรณีเขม็งขึง โกรธจนไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้ากระโดดข่วนหน้าคนตัวสูงจะเป็นอะไรไหมนะ? พอคิดได้แบบนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือเตรียมกางเล็บแต่ท่าทางขู่ฟ่อๆที่ยุนโฮพี่เลี้ยงเด็กท่าทางจะรู้ทันมือหนาจึงจัดการตะครุบเสียจนอยู่หมัดและทำการบิดข้อมือเล็กไปไขว้ไว้ทางด้านหลัง!!

 

“อ๊าก!” แจจุงร้องขึ้นอย่างเสียงหลงทันที นัยน์ตาเหลือกขึ้นด้วยความเจ็บแสบ

 

“เจ็บนะ!! เจ็บๆๆ!” ร้องโอดครวญก่อนแรงบีบและแรงกดจะเพิ่มมากขึ้นจนคนตัวบางที่ไร้ทางต่อสู้เริ่มดิ้นรนต่อไปไม่ไหว กลายเป็นแมวป่วยที่หมดแรงดิ้นในอุ้งมือของเสือตัวใหญ่แทน

 

“ฮือออออออออออออ เจ็บบบบ!” แจจุงร้องอบอกอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่กระบอกตา ทั้งนึกโกรธและนึกเจ็บใจในเวลาเดียวกัน เหลือบมองร่างสูงที่ด้านหลังก่อนจะปล่อยเสียงโฮอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

“ไอ้บ้า มันเจ็บนะ เจ็บจริงๆนะเว้ย! ฮือ! โหดร้ายอ่ะ ไอ้คนป่าเถื่อน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

 

ท่าทางที่สิ้นฤทธิ์ไม่หมดนั้นทำให้ยุนโฮอ่อนอกอ่อนใจ แต่ก็ยอมลดแรงที่บีบกลายเป็นกำกระชับไว้แทน เคลื่อนหน้าเข้าไปชิดที่ริมหูฝั่งซ้ายก่อนจะปล่อยให้ลมร้อนรินรดอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

 

“เด็กดื้อ เอะอะก็จะเอาแต่เที่ยวๆ นิสัยไม่ดี ไม่เคยคุยกันด้วยเหตุผล”

 

“ฉันบอกเหตุผลกับนายไปเป็นร้อยเป็นพัน!” แจจุงเค้นเสียงลอดไรฟัน ขณะที่เถียงยุนโฮก็จัดการแนบลำตัวของเขากับแจจุงเข้าด้วยกัน คนตัวบางที่ถูกดันถึงกับหายใจติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“นะ..นี่!  นายน่ะ! เคยเป็นมาเฟียมาก่อนใช่ไหม?!”

 

“หือ…?”

 

“หยุดดันฉันสักที ไอ้บ้า หายใจไม่ออก” เสียงพูดติดๆขัดๆทำให้ยุนโฮพอเข้าใจ สั่งสอนเด็กดื้อเล็กๆน้อยๆก่อนจะผละตัวออกมา แจจุงไอค่อกแค่กอยู่สองสามครั้งมองคนตรงหน้าด้วยความแค้นเคืองผสมกับการคาดโทษร่างสูง ยุนโฮไหวไหล่น้อยๆก่อนจะล้วงเอาพวงกุญแจขึ้นมา แจจุงเห็นดังนั้นถึงกับตาลุกวาวก่อนจะเอื้อมไปคว้าในทันทีทว่า

 

“อ่ะ!” ยุนโฮกับลิบมันไปไว้ในอุ้งมือเหมือนเดิม

 

“เราต้องสร้างข้อตกลง” แจจุงนิ่วหน้าขณะที่ยุนโฮเลิกคิ้วถามเป็นเชิงให้โอกาสที่ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แจจุงประมวลผลเล็กน้อยก่อนจะจำใจตอบโดยการพยักหน้าแบบ….ดูก็รู้ว่าไม่จริงใจ

 

“ข้อตกลงก็คือ..กลับก่อนตีสอง  ห้ามเมา ห้ามเละ ห้ามหิ้ว …”

 

“อื้อ!” ตอบรับส่งๆเตรียมจะไปหยิบกุญแจอีกรอบ

 

“อีกข้อ…พรุ่งนี้ผมปลุกห้ามตื่นสาย โอเค๊?”

 

“เออ!”

 

สุดท้ายพวงกุญแจก็ตกลงสู่อุ้งมือของแจจุงจนได้ ร่างบางจัดการเปิดแล้วยัดตัวเองเข้าไปในรถทันที

 

“เฮ้ๆ ! ขึ้นมาทำไม?!”

แจจุงร้องถามเสียงหลงเมื่อยุนโฮวิ่งอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง

 

“จะไปด้วย…”

 

“ไม่ต้อง!” แจจุงร้องบอกแบบไม่ต้องคิด

 

“ก็เมื่อกี้เราตกลงกันไว้หนิ”

 

“ตกลง? ตกลงอะไร ไม่มีอ่ะ”

 

“อ้าวงั้นหรอ…สงสัยผมลืมบอก….ผมพูดไว้…”

 

“………”

 

“ในใจน่ะ”

 

.

.

 

“สองครั้ง…สองครั้งแล้วที่ยุนโฮตามมาคุมถึงที่ร้าน…” น้ำเสียงบ่งบอกว่าอารมณ์ขันของยูชอนทำให้ฮันโซรี หญิงสาวหนึ่งเดียวหันไปมองและถอนหายใจอย่างปลงๆ

 

“นี่แม่แจคงเอาจริง”

น้ำเสียงฟังดูสงสารปนเห็นอกเห็นใจเพื่อนรักอย่างสุดซึ้ง แต่ในแววตายังฉายแววขบขันที่ปิดไม่มิด แจจุงที่ตอนนี้อาจจะสิ้นฤทธิ์และโกรธจนฟาดงวงฟาดงาใส่ใครสักคนได้เนื่องจากชายหนุ่มที่แม่ส่งมาคุมความประพฤติแบบทุกฝีเก้าวเท้าเดิน

 

“ยิ่งกว่าเอาจริง เธอเจอแล้วใช่มั๊ย? นี่แร่ะ! คนในตำนานเลย!” ยูชอนกับโซรียังคงถกประเด็นกันอย่างออกรส เรียกได้ว่านินทาระยะเผาขน ถึงยุนโฮจะนั่งไกลถึงโซฟาเดี่ยวอีกฝั่ง และแจจุงที่กำลังดื่มอย่างเอาเป็นเอาตายจะไม่ได้สนใจอะไรก็ตาม

 

“คนในตำนาน?” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าให้เพื่อนของเธอขยายความโดยด่วน

 

“ไอ้แจเคยแพ้ใครทีไหนเธอก็รู้…แต่ยุนโฮเนี้ย แค่หนึ่งอาทิตย์เห็นผล!”

 

ยูชอนตบเข่าด้วยความสะอกสะใจ โซรีส่ายหน้าขณะพูดขึ้นใหม่ “นายไว้ใจเขา ยอมให้เขาเปลี่ยนแจหรอ?”

 

“ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะขัดขวางนี่”

 

“นายกำลังทรยศเพื่อนนะ ยู…” น้ำเสียงของโซรีมั่นคงและจริงจัง  หล่อนจ้องหน้ายูชอนสลับกับแจจุง และหันกลับมาที่ยูชอนใหม่

 

“แจบอกว่าเขาขอให้นายช่วย นายกำลังเมินแจ นายกำลังจะทิ้งแจ” โซรีพูดออกมาตามปะสาเพื่อนผู้หญิงที่มักจะเห็นเรื่องจิตใจเป็นเรื่องเปราะบางและแสนอ่อนไหว แจจุงเป็นคนที่มีสองบุคลิคในคนเดียวกัน บางครั้งก็เปราะบางราวกับแก้วที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน งดงามแต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง และบางครั้งแจจุงก็ให้อารมณ์ผู้ชายที่พร้อมจะเผชิญกับปัญหาและพายุทุกลูก เขาเหมือนนักปีนเขา ถ้าไม่ไปถึงจุดยอดเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ ข้อนี้ทั้งยูชอนและโซรีต่างรู้จักแจจุงดี เพื่อนที่เธอรักนั้นในบางครั้งที่เข้มแข็งแต่ก็แสนอ่อนไหว อย่างไรก็ตามเธอไม่สามารถไว้ใจได้แบบยูชอนที่จะปล่อยให้คนแข็งกระด้างแบบนั้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อนเธอ

 

ไม่ว่าเหตุผลที่ผู้ชายคนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาจะเป็นอะไรก็ตาม

 

ในคราวแรกที่ได้ยินเรื่องของแจจุงจากยูชอนเธอก็นึกอยากเห็นหน้าเลขาคนใหม่ของแจจุงเร็วๆ สำหรับเฟิร์สอิมเพรสชั่นเธออาจจะให้ยุนโฮมากถึง 9.5 คนที่ดูเห่ยๆแบบนั้นแต่สำหรับเธอที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นกลับมองว่าผู้ชายคนนี้มีแรงดึงดูดมหาศาลที่ต่อให้เจ้าตัวปิดบังซ่อนเร้น เธอก็ยังเห็นแสงออร่าจากตัวเขา

 

แต่สำหรับคำพูดคำจา เธอกลับมีความรู้สึกติดลบและหักล้างกับบุคลิคจนแทบเหลือศูนย์ ท่าทางที่ไม่เหมือนเลขาปกติทั่วไป ทั้งหยิ่ง ทั้งจองหอง ดูเป็นผู้ชายที่รักการเอาชนะ ท่าทางนอบน้อมที่แสดงออกมาเหมือนนักธุรกิจที่เดินทางเจรจาไปรอบโลก คนอันตรายแบบนั้นอยู่ใกล้กับคนที่ตามเกมส์คนอื่นไม่ทันอย่างแจจุง มีหวัง เพื่อนเธอแพ้ราบคาบ

 

“ฉันเปล่าจะทิ้งแจจุงมันสักหน่อย รอดูไปเถอะน้า ไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือไง?”

 

โซรีส่ายหน้าพร้อมกับส่งสายตาผิดหวังไปที่ยูชอน ท่าทางแบบนั้นทำให้ยูชอนอ่อนใจที่จะอธิบาย เขาวางแก้วเตกีล่าในมือลงก่อนจะพูดกับโซรีใหม่ ด้วยท่าทีที่จริงจังมากขึ้น

 

“แจจุงกำลังจะแต่งงาน…ไม่ช้าก็เร็ว หมอนั้นกำลังจะเป็นสามี เป็นพ่อที่ดี เธอไม่อยากให้แจจุงได้เป็นแบบนั้นก่อนจะแต่งงานหรอกหรอ”

 

โซรีอุทานด้วยความตกใจ ความจริงที่ได้รู้ทำให้เธออึ้งจนพูดไม่ออก “แจจุงจะแต่งงาน กับใคร?!”

 

“ไม่รู้”

 

“แม่แจบังคับหรอกหรอ? โอ้โน…มายก๊อด นี้มันสมัยไหนกันแล้ว…”

 

เธอพูดอย่างใส่อารมณ์และดูจะยังรับไม่ได้กับเรื่องที่เพื่อนรักเจอ..นี่มันบ้าชัดๆ!!

 

“โซรี..เธอต้องเข้าใจน่ะ…ผลประโยชน์น่ะ” หล่อนเบ้หน้าด้วยความสมเพชและคิดในใจต่อว่า เพราะแบบนี้ไงเธอจึงเกลียดนักธุรกิจ !!

 

“เรื่องนี้แจต้องไม่ยอมแน่ๆ”

“ก็ดื้ออยู่นี่ไง” พูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ

“มันไม่ขำเลยนะ ถ้านายโดนบังคับแต่งงานโดยก่อนหน้านั้นแม่ส่งคนมาดัดนิสัยนาย นายจะเป็นไงยูชอน”

 

ยูชอนได้แต่ยิ้มแหยเพราะพอคิดภาพตามเขาคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนแจจุง

 

“แต่ก็นั้นแหละ…แม่แจจุงก็ขอไว้ ว่าเรื่องนี้…ไม่เกี่ยวกับเรา…”

 

ยูชอนพูดออกมาก่อนจะทอดสายตาไปที่เพื่อนรักที่กำลังดื่มดับอารมณ์ร้อนของตัวเอง เขายกยิ้มบางๆอาจจะจริงที่โซรีพูดว่าเขาหักหลังแจจุง

 

แต่การหักหลังครั้งนี้ก็เพื่อให้แจจุงเจอสิ่งที่ดีกว่า

 

ผู้ชายน่ะ ต่อให้ใช้ชีวิตเคยเละเทะขนาดไหนแต่พอเดินทางมาถึงครึ่งชีวิตก็อยากที่จะปกป้องดูแลใครสักคน พอเป็นแบบนั้นก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงความเละเทะทั้งหมดของตัวเองเพื่อคนๆหนึ่งที่เขาพร้อมจะฝากชีวิตไว้กับเรา

 

แม้แจจุงอาจจะยังไม่เจอ แต่ปาร์คยูชอนคนนี้เข้าใจดี

.

.

 

                ขณะที่ปล่อยให้ยูชอนและโซรีคุยกันโดยไม่มีเขาเข้าไปแทรก แจจุงเองก็ได้รับสายตาเชิญชวนและเลือกที่จะมองเมินคนอีกคนที่มาด้วยกัน สิ่งที่น่าสนใจอยู่ในตอนนี้คงเป็นผู้หญิงที่เขาเคยเห็นหน้าคร่าตาอยู่หลายครั้งหลายหน ทำความรู้จักกับเธอมาแล้ว แต่ทว่ามีช่วงหนึ่งที่หล่อนหายไป เป็นสาวเปรี้ยวและลีลาเผ็ดร้อนใช่ได้ มองสบตากันไปมาอย่างรู้ความหมาย เธอมากับกลุ่มเพื่อนของเธอ และเธอก็พยายามให้เพื่อนชี้ชวนมาทางเขา แต่เธอกลับโดดเด่นที่สุดในสายตาเขา ใบหน้าเนียนนั้นไร้จุดบกพร่องหรืออาจะเป็นการเสิรมด้วยเมกอัพจนไร้ที่ติก็ไม่อาจทราบ รอยยิ้มที่แสนน่ารักมองดูแล้วซุกซนใช่ย่อย เธอมักปรายตาราวกับการทิ้งกลิ่นให้เขาตามอยู่เสมอๆ และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คิมแจจุงจะไม่ปฏิเสธและไม่ละสายตาไปจากหล่อน

 

แต่แล้วสิ่งที่ละสายตาเขาได้กลับเป็นแก้วมาตินี่ทรงสวยที่ถูกวางลงตรงหน้าอย่างจงใจ แจจุงรู้ได้ในทันทีว่ามาจากที่ไหน พอเงยหน้าขึ้นสบกับเป้าหมายเธอก็ยกแก้วค๊อกเทลของเธอขึ้นมา

 

แจจุงยิ้มบางก่อนจะยินดีรับน้ำใจนั่นไปเต็มๆ กระดาษทิชชู่เนื้อดีถูกวางซ้อนอยู่ใต้ก้นแก้ว ไม่มีข้อความใดๆยกเว้นหัวใจและการประทับรอยจูบที่ชวนให้เสียววูบวาบ เขายิ้มกลับไปให้เธออย่างหยอกล้อแกมรู้ทัน ขณะที่ร่างเพรียวสวยลุกขึ้นเพื่อออกไปยังกลางฟลอร์ เป็นสัญญาณให้คิมแจจุงลุกตามโดยไม่มีการรรั้งรอ

 

ทันทีที่ขึ้นมายังบนฟลอร์เต้นรำ เสียงดนตรีเข้าจังหวะก็ชวนให้ยักย้ายส่ายสะโพกไปมา แต่เขากลับไม่ได้สนใจเมื่อในตอนนี้ได้แต่มองหาเป้าหมายที่คิดว่าตัวเองไม่ได้คลาดสายตาแม้แต่วินาที  แต่เมื่อมองไปรอบๆกลับไม่เห็นเธอคนนั้นจนกระทั่งได้รับการโอบกอดจากด้านหลัง แจจุงยกยิ้มน้อยๆเมื่อรู้ว่าเป็นใคร เขาจับมือเธอที่ป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่ตรงหน้าท้อง รับรู้ได้ถึงสัดส่วนด้านบนที่ขยับถูไถไปตามแผ่นหลังบางเพื่อสร้างอารมณ์บางอย่าง ใบหน้าที่เขาว่าสวยไร้ที่ตินั้นกำลังเอียงซบพยายามปลุกปั่นอารมณ์ด้วยการคลอเคลียอยู่ที่ต้นคอของเขา แจจุงจัดการพลิกตัวกลับไปและได้รับรอยยิ้มสวยของเธอในทันที ร่างกายเริ่มร้อนและความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัว สองร่างขยับกายแนบชิด เบียดเสียดผู้คนมากมายก็ยิ่งได้รับความชิดใกล้ มือบาางของเธอเอื้อมแตะที่ท้ายทอยเล็บยาวของเธอเกาเบาๆเพื่อช่วยผ่อนคลายแต่กลับสร้างความเสียวซ่านในพร้อมๆกัน เธอลากไล้ปลายนิ้วลงไปตามแกนสันหลัง ขณะที่มือด้านหน้าวางราบไปกับแผ่นอกเรียบตึงที่เริ่มเต้นกระเพื่อมไม่เป็นจังหวะ

 

แจจุงกดกายของเธอให้แนบชิดกว่าเก่า เมื่อเธอลูบไล้เขาไปทั่วแผ่นหลังและปล่อยให้เขาบีบนวดสะโพกอิ่มของเธอ

 

“ดูคุณอวบขึ้นนะครับ” แจจุงพยายามชวนคุยและรอคอยอารมณ์ที่กำลังก่อตัว เสียงหัวเราะแว่วมากระทบที่ประสาทหู แจจุงรู้สึกสมองของเขาพร่าเลือน ร่างกายดูจะเสียการควบคุมในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สติที่ประครองอยู่จู่ๆก็เริ่มเลือนหาย ถึงเขาจะดื่มเหล้าเหมือนน้ำ แต่เขามั่นใจว่าเขา(อาจจะ)ยังไม่เมา

 

แต่อารมณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้ก็พอยืนยันได้ดี เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น เธอเอนเอียงใบหน้าตอบรับด้วยการคล้องคอชายหนุ่มให้เข้ามาแนบใกล้ ใช้จังหวะเดียวกันกับที่แจจุงลงแรงกดเม้ม เธอก็ชันเข่าบดเบียดเข้าไปที่หว่างขา และรับรู้ได้ในทันทีว่าหมดเวลาเรียกน้ำย่อยแล้ว

 

 

สิ่งที่ยังคงวนเวียนคืออะไร ไม่แน่ใจ

 

คำว่า “ห้ามหิ้ว” หรือเปล่า สุดท้ายเลยมาใช้บริการที่ห้องน้ำในผับ

 

แจจุงกดร่างของเธอ