[FIC] 'THE' secretary. 05

posted on 15 May 2012 00:05 by zensedayz in THE-secretary directory Fiction

Title :  ‘THE’  SECRETARY

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC / COMEDY 

Rate : PG -13   / R 

Pariring : Yunho x Jaejoong

AN : อาจมีภาษาไม่สุภาพและคำหยาบปรากฏในฟิคเรื่องนี้นะคะ

 

 

05.

 

“HI ! DALING”

 

ทันทีที่จบประโยคทักทายสุดแสนน่ารักแจจุงก็รับรู้ได้ถึงแรงถาโถมที่ทำให้ร่างกายเขาซวนเซจนแทบทรุด สมองยังมึนๆและอึ้งๆเรียงลำดับเหตุการณ์ไม่ค่อยจะถูก และขณะที่ยังเรียบเรียงอยู่นั้นก็รู้สึกถึงสัมผัสอุ่นร้อนตรงข้างแก้มพร้อมเสียงดัง

 

“ม๊วฟ ม๊วฟ…คิดถึงแจจุงที่สุดเลย”

 

 

ไอ้เสียงแบบนี้ การทักทายสุดหวาดเสียวแบบนี้ …

 

“ดะ..เดี๋ยว…” ทำท่าจะผลักอีกฝ่ายออกเพราะจู่ๆก็โดนกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อหน้าพนักงานจนทุกสายตาต่างจับจ้องผู้บริหารคิมที่ได้แต่ยืนหน้า ซีดพยายามจะผลักผู้หญิงหนวดปลาหมึกออกไป

 

“ขอกอดอีกแปปน้า…” พูดเสียงอู้อี้ขณะเขย่งปลายเท้ากอดคอเขาจนแทบหายใจไม่ออก

 

นี่มันอะไรกันวะ!!

 

หลังจากโดนรัดอยู่นานก็ได้เลขาที่ยืนอยู่ข้างๆมาช่วยแยกคนสองคนที่กำลังแนบสนิทออกจากกัน แจจุงรู้สึกอยากขอบคุณเลขามากแต่จะดีกว่านี้ถ้ามันแยกเขาออกเร็วกว่านี้…เกือบจะโดนรัดคอตายอยู่ร่อมร่อ…

“คุณเป็นใครครับ?” ยุนโฮเอ่ยถามด้วยความสุภาพ โดยปกติแขกที่ขอเข้าพบก็ต้องผ่านเลขานุการอย่างเขาก่อนทุกครั้ง แจจุงที่ยืนมึนๆมองหน้าผู้หญิงตรงหน้าด้วยความคลางแคลงใจ…

 

เดี๋ยวนะ…นี่มัน!

 

“ฉันนะเหรอ?..ฉันก็เป็น…” หญิงสาวตรงหน้าเหล่ตามองท่านผู้บริหารคิมที่ยืนเหงื่อตกจับต้นชนปลายไม่ถูกแต่มั่นใจอยู่อย่างหนึ่งร้อยของหนึ่งร้อยเปอร์ เซ็นต์ว่าผู้หญิงคนนี้เขารู้จัก…และรู้จักดีเสียด้วย

 

“ฉันก็เป็นเมียของคิมแจจุงนะสิ”

 

“หะ?!”

“เฮ้ย!”

 

 

!!

 

                คิมแจจุงอยากจะบ้า!!

               

ทันทีที่หญิงสาวนิรนามปรากฏตัวไม่ถึงสิบนาทีก็เกิดเรื่องวุ่นวายชนิดที่ทำให้คนทั้งชั้นลุกพรึ่บมามองเป็นตาเดียว แจจุงลากผู้หญิงที่แอบอ้างว่าเป็น ’เมีย’ เข้าห้องทำงานพร้อมปิดประตูเสียงดังปัง ตัดการรับรู้จากโลกภายนอก

 

แม้แต่เลขาคนเก่งก็ยังช๊อคกับสถานะนั่นอยู่ไม่หาย!

 

.

.

.

“ฮัน โซรี!! ยัยบ้า ตกใจแทบแย่” แจจุงโพล่งออกมาหลังจากเหลือพวกเขาอยู่ในห้องเพียงสองคน หญิงสาว ฮันโซรี นิ่วหน้าเหมือนเหม็นอะไรสักอย่างในห้องนี้ “เรียกใหม่แจ..เรียกฉันว่าโซฟี” หญิงสาวกดเสียงต่ำขณะที่แจจุงกลอกตากลับไปกลับมาสองรอบครึ่งมองเพื่อนสาวที่จู่ๆก็โผล่หน้ากลับมาหลังจากหายไปเรียนที่ปารีสสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ที่เจ้าตัวชื่นชอบ เรียนไม่เรียนเปล่ายังเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียจนจำไม่ได้ อยู่เอเซียก็ผมดำดีอยู่หรอกแต่พอเจอฝรั่งเข้าหน่อยก็ย้อมหัวย้อมผมเสริมคอนแทคเลนส์แบบตาฟ้าตาแดงกันยกใหญ่ เพราะเหตุผลนี้ทำให้แว่บแรกยังจำเพื่อนสาวที่สนิทที่สุดคนหนึ่งไม่ได้ในทันที

 

“เรียกสิยะ!!”

 

“เออๆ ยัยโซฟี…ยัยบ้า” พูดพลางทำหน้าเมื่อยกลับ โซฟีหรือโซรียิ้มอย่างพึ่งพอใจเดินตรงเข้ามาหอมแก้มนิ่มเนียนของเพื่อนด้วยแก้มอีกระลอก

 

“คิดถึงแกมากเลย รู้เปล่า..”

“ขนลุกวะ…ทักทายที จะปล้ำป่ะเนี้ย?!” แจจุงพูดพลางดันไหล่หญิงสาวออก โซรีหันมาค้อนใส่ก่อนจะนั่งไขว้ห้างที่โซฟารับแขกตรงมุมห้อง

 

“น่าน้อยใจวะ ที่แกไม่รู้ว่าฉันจะกลับมา….แถมยังจำกันไม่ได้ด้วย”

“ก็แก…สวยขึ้น…”

 

“จริงดิ” แจจุงพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจยามมองการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือของโซรีขณะที่อีกฝ่ายนัยน์ตาเป็นประกายกับคำพูดนั้น

 

“เออ..สวยขึ้น..แต่ก่อนเป็นกระดาษโดนชุบน้ำตากแห้ง”

 

“ไอ้นี่…!!” โซรีแทบจะหยิบนิตรสารขึ้นมาเพื่อขว้างไปที่อีกฝ่ายแทบไม่ทัน โชคดีที่แจจุงอ่านทางออกหลบทันและได้แต่แลบลิ้นปลิ้นตาส่งกลับให้อีกฝ่าย

 

“แต่ฉันโทรมาบอกยูแล้วนะ…แกก็น่าจะรู้…” โซรีบ่นเอื่อยๆขณะที่แจจุงนั่งลงแล้วได้แต่มองตาม

 

“แกกลับมาหาฉันหรือกลับมาหายูชอนล่ะ”

“ทั้งคู่แร่ะ”

“แต่แกเลือกโทรหายูชอน แต่ไม่โทรหาฉัน”

“นี้แกงอนหรอ?” โซรีย้อนถามเสียงสูง แจจุงนิ่งไปไม่ได้ตอบจนกระทั่งหญิงสาวเปล่งเสียงหัวเราะด้วยความตลกขบขัน

 

“โอ๋ๆ..ดูแกทำหน้าดิ…ฉันโทรหายูเมื่อวานซืนแล้วก็คุยกันเพลินดูนาฬิกาอีกทีก็ดึกแล้วคิดว่าแกคงจะนอนไม่อยากกวน แต่ฉันก็บอกยูแล้วน่ะว่าให้บอกแกด้วย แล้วยูก็เล่าให้ฟังว่าแกถูกคุมความประพฤติอยู่….” ถึงตรงนี้เธอก็กลั้นขำทำให้คนที่ถูกพาดพิงยิ้มไม่ออกได้แต่นั่งหน้าคว่ำ ค้อนกลับใส่เพื่อนสาวอย่างไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร แจจุงถอนหายใจเหนื่อยๆอยากจะบอกให้เพื่อนหยุดหัวเราะเยาะเสียที แต่ก็นั่นล่ะ ไม่มีใครหยุดฮันโซรีได้หรอก

 

“แล้วนี้ใครรับกลับมา?”

 

“ยูชอน…” แจจุงขมวดคิ้วแล้วถามสิ่งที่สงสัยทันที  “อ้าว? นี้มันไปรับแกแต่ไม่ยอมมาหาฉันหรอ?”

 

โซรีที่หยิบนิตรสารขึ้นเปิดดูผ่านๆขณะตอบคำถาม “ฉันก็ชวนมาแร่ะ แต่ยูชอนบอกไม่ว่าง ติดธุระ”

 

“ธุระอีกแร่ะ” แจจุงบ่นงึมงำเป็นจังหวะเดียวกันกับที่โซรีวางนิตยสาร  VOGUE และเดินตรงเข้ามาหาร่างบาง

 

“ช่วงนี้ยูชอนเดทอยู่หรอ?”

 

“หะ? เดท? “ แจจุงทวนถามเสียงสูงอย่างไม่มั่นใจเพราะตั้งแต่คบมาก็ว่าได้ที่ยูชอนกับแจจุงต่างรู้นิสัยซึ่งกันและกันดี ก็ทั้งยูชอนและแจจุงเนี้ยต่างไม่ชอบผูกมัดทั้งคู่  “ไม่จริงอ่ะ!! อย่างยูชอนเนี้ยนะ” แจจุงปฏิเสธเสียงดัง ยูชอนมันยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก ต่อให้มีมันก็ปิดเป็นความลับไม่ได้หรอก

 

“แต่ยูดูแปลกๆ พอถามว่านัดใครไว้ก็บอกว่าเปล่า…นายสืบสิแจ” โซรีพูดเสียงใสพลางวางมือบนไหล่เพื่อน เธอย้ายตัวเองมาวางสะโพกแหมะที่โต๊ะทำงานกรุกระจกของแจจุง ชายหนุ่มได้แต่เงยหน้าขึ้นสบสายตาเพื่อนสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่ได้ตกลงหรือปฏิเสธใดๆจนกระทั่งโซรียักไหล่เป็นเชิงไม่แคร์ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูห้องถูกเคาะจากด้านนอกสองครั้งและเปิดเข้ามาทันทีโดยแจจุงไม่ต้องเดาว่าเป็นใคร

 

ฮันโซรีส่งยิ้มหวานให้เลขานุการคนเก่งที่หันมาสบตาด้วยกันแว่บหนึ่ง เธอแอบเห็นแววตาไม่พอใจของอีกฝ่ายซึ่งไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร จากตัวเธองั้นเหรอ?

 

“เอ่อ…” และแจจุงก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี่แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี ร่างบางจึงได้แต่มองโซรีที่ยิ้มหวานสลับกับเลขาที่ตีสีหน้าบึ้งตึง

 

“ฉันชื่อฮันโซรีค่ะ…เป็นเพื่อนของไอ้แจจุงมัน…” ร่างสูงระหงของหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่มพลางยื่นมือแสดงความเป็นมิตร ยุนโฮที่ดูเหมือนจะอึ้งไปแล้ว

 

“แต่เมื่อกี้คุณ…เอ่อ…คุณบอกว่า” ยุนโฮพูดไม่เต็มเสียงขณะที่หางตายังคงเห็นเจ้านายคนเก่งไม่ปริปากพูดอะไร

 

“ใครจะเอายัยนั่นทำเมีย…” พึมพำกับตัวเองเบาๆแต่ทันทีที่โซรีได้ยินก็เปลี่ยนสีหน้าทันที

 

“ไอ้แจ!!”

 

“เอ่อ….” ยุนโฮรู้สึกว่าเขากำลังอยู่ท่ามกลางสงครามน้ำลายของคนสองคน มองหน้าเมื่อยๆของแจจุง กับใบหน้าจิกเลือดเถือหนังของฮันโซรีสลับกันไปมา แล้วไอ้ที่สาวเจ้าป่าวประกาศว่าเป็น ’เมีย’ เจ้านายเขาเมื่อครู่นี้…มันหมายความว่าไงกัน

 

นั่นวิธีทักทายหรอ?

 

ขณะที่คิดก็เลยไม่ทันได้สังเกตเลยว่าโซรีเดินเข้าไปบิดหูแจจุงเสียแล้ว เดือดร้อนให้ยุนโฮต้องเข้าไปจับแยก ร่างบางก็ได้แต่ร้องโวยวายใส่เพื่อนสาวซึ่งไม่กล้าที่จะตอบโต้กลับอย่างจริงจัง ได้แต่ปัดไม้ปัดมือกันพัลวัน ปล่อยให้ผู้หญิงทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว T^T

 

“โอ๊ย! ยัยบ้า!”

 

“สม!”

 

“มันเจ็บนะ..ฮือ…หู”  แจจุงครางพลางคลำใบหูตัวเองไปด้วย เงยหน้ามองโซรีที่ยืนท้าวสะเอวยักคิ้วท้าทาย…โดยไม่มีใครสังเกตว่าผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย

 

“เห้อ…” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดหยุดคำต่อล้อต่อเถียงของทั้งสองฝ่าย แจจุงพองแก้มขณะที่จะพูดว่าเป็นความผิดของโซรี  ยุนโฮก็สวนขึ้นมาก่อน

 

“ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆเลยนะครับ….” แจจุงถึงกับหงอเมื่อได้ยินประโยคนี้ของยุนโฮ จะอ้าปากเถียงไอ้เลขานี้ก็ชิงพูดอีก

 

“แล้วนี่ก็เวลางานของคุณแจจุง…ไม่ใช่เวลาพบปะสังสรรค์หรอกนะครับ..คุณฮันโซรี”

 

O_______________o!!

 

O.o!!

 

โอ้ววว! เลขาจอง!!

 

.

.

“ปากร้าย..!!” แจจุงบ่นงึมงำ เขวี้ยงค้อนงามๆให้กับเลขาจองที่ทำหน้าไม่สะทกสะท้าน หลังจากไล่โซรีกลายๆให้ออกไปจากห้องทำงาน แต่ก่อนล่ำราโซรีก็ได้บอกไว้ว่ายังไงคืนนี้ก็ต้องไปเลี้ยงต้อนรับเธอที่ร้านเดิม ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับแจจุงอยู่แล้วเขานะอยากไปใจจะขาด เพราะวันนี้วันศุกร์พรุ่งนี้ก็ได้นอนพักสบายๆฉะนั้นคืนนี้ยังไงเขาก็ต้องไปให้ได้!!

 

ติดอยู่ก็แต่เลขา…นอกจากจะดักคอเรื่องคืนนี้ยังทำท่าเฉยเมย ไม่รู้ว่าตัวเองพูดจาหยาบคายกับแขกของเจ้านายขนาดไหน

 

ยิ่งเห็นหน้ายิ่งอยากจะจับบีบคอ…!!

 

ยัยโซรีที่ไม่เคยยอมคนมาก่อนวันนี้กลับกลายเป็นสาวน้อยว่าง่าย ทำตากระพริบปริบๆและจากไปโดยไม่ต่อล้อต่อเถียง

 

มีเพื่อนพึ่งได้สักคนมั๊ยเนี้ย?! แม้แต่ยูชอนที่หมู่นี้ก็เอาแต่เก็บตัว รับปากว่าจะช่วยๆแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรคืบหน้าเลยสักนิด ปล่อยให้เลขาหน้าจืดนี้ยังคงวนเวียน ป้วนเปี้ยนและคุมความประพฤติเขาอยู่เกือบหนึ่งอาทิตย์!!

 

หนึ่งอาทิตย์แล้วสินะที่แจจุงเหมือนถูกขังแบบนี้ T^T

 

ในขณะที่กำลังคิดอย่างเคียดแค้นคนที่เขากำลังบ่นถึงก็ไม่ได้รู้สึกหนาวๆร้อนๆแต่อย่างใด ยังคงปั้นหน้านิ่งตรวจเอกสารและเก็บของบนโต๊ะเขาให้อย่างเรียบร้อย…ประเด็นคือยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆทั้งๆที่ตัวเองก็มีความผิดอยู่นะสิ!!

 

หรือว่าจะไม่รู้กัน??

 

“นี่!..จองยุนโฮ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของแจจุงไม่ได้ทำให้ยุนโฮเกรงกลัวแต่อย่างใด

“นายพูดแบบนั้นกับเพื่อนฉัน คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยนายไว้”

“……..”

“นายต้องไปขอโทษโซรี…เป็นเลขาซะเปล่า! ,…มารยาทแย่ที่สุด” แจจุงพูดอย่างหัวเสีย ส่วนยุนโฮได้แต่ปรายตามอง

 

ว่าแล้วก็ยังไม่สลด!!

 

“ผมมีหน้าที่ดูแลคุณนะครับ…คุณแจจุง….และรู้หรือเปล่าว่าเพื่อนของคุณและตัวคุณสร้างเรื่องอะไรไว้บ้าง?” เลขาจองถามย้อน เขาดันแว่นกรอบกลมให้พาดบนสันจมูกเรียวสวย ท่าทางเหย่อหยิ่งไม่สมตำแหน่งเลยสักนิด…

 

“หน้าที่นายคือทำตามที่ฉันสั่ง..ไม่ใช่ยุ่งจุ้นจ้านไอ้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง” แจจุงว่าเสียงจริงจัง เขารู้สึกไม่พอใจจริงๆในเรื่องนี้ ต่อให้ยุนโฮเป็นใครมาจากไหนก็ควรให้เกียรติเพื่อนเขา รวมไปถึงบุคคลรอบๆข้างเขา

 

“ตัวเองสูงส่งมาจากไหนกัน? เป็นได้ก็แค่เลขาหน้าห้องคอยเดินตามหลังฉัน..ต่อให้มีแม่คอยหนุนหลังก็ใช่ว่าทุกๆการกระทำของนายมันจะถูกต้องเสมอไป.! จองยุนโฮ”

 

ประโยคต่อว่าของร่างบางทำให้อีกฝ่ายนิ่งไป ยุนโฮวางหนังสือที่อยู่ในมือลงขณะโน้มกายเข้าหาอีกฝ่ายซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงานผนักทรงสูงด้วยมาดของผู้ดีทุกกระเบียด นิ้ว ดวงตาคู่คมหรี่มองอย่างใช้ความคิด สองสายประสานกันแน่วแน่อย่างไม่มีใครยอมใคร

 

“การที่ผมให้คุณโซรีกลับไปก่อน จะเป็นการดีสำหรับเธอที่สุด”

“หมายความว่าไงนะ?” แจจุงขึ้นเสียง นอกจากไม่สำนึกแล้วยังจะมาเถียงเจ้านายอีก..แบบนี้มันน่า…’ไล่ออก!!’

“คุณแจจุงคงไม่รู้อะไรสินะครับ…ทั้งแผนกเขาลือกันไปทั่วแล้วว่าคุณนะ…”

 

ยุนโฮเว้นวรรคและมันทำให้แจจุงหงุดหงิด จะพูดก็พูดไม่จบ หมอนี่มันกวนตีนดีไหมล่ะ?

 

“เอาเถอะครับ…มันยังไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น…แต่จะทำอะไรก็ควรจะระวังหน้าและหลังไว้บ้าง…ผมเองก็ไม่อยากตามเก็บกวาด สิ่งที่คุณทำเสมอหรอกนะครับ”

 

“แล้วใครใช้ให้นายทำ….”

 

แจจุงกัดฟันกรอดๆถาม ถ้าวัดด้วยปรอทดูเหมือนว่าอุณหภูมิมันจะทะลุจวนเจียนจะระเบิดอยู่ร่อมร่อ

 

“ถ้านายไม่ได้อยากทำ ไม่ได้อยากดูแลฉันก็ไม่ต้องทน ไม่ต้องมานั่งปากเปียกปากแฉะมองฉันด้วยสายตาดูแคลน! จะไปไหนก็ไป!! คิดว่าคนอย่างฉันต้องการนายมากนักหรอ?! ฉันเบื่อนายจะแย่ จองยุนโฮ! ไอ้บ้า ออกไปให้พ้นเลยนะ!! วันนี้ฉันเกลียดนาย ฉันขอถอนคำพูด!! ระหว่างเราจะไม่มีวันญาติดีกัน!! ไม่มีวัน!! ออกไป!!”  แจจุงโวยวายด้วยอารมณ์และโทสะ ปิดหูปิดตาตะโกนใส่หน้าร่างสูงที่ยืนทำหน้าตื่นตะลึงอยู่ พอพูดจบก็หอบหายใจอย่างแรง หน้าตาไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก คว้าเสื้อสูทเตรียมตัวจะออกไปนอกห้อง อีกสิบนาทีก็เลิกงาน เขาเลิกก่อนนิดหน่อยคงไม่เป็นไร

 

“จะไปไหนครับ?”

 

“เที่ยว!” แยกเขี้ยวขู่ก่อนจะปรายตามองมือหนาที่กำรวบท่อนแขนเขาไว้ ส่งสายตาบอกให้ปล่อยภายในสิบวิ ไม่งั้นได้เจอดีแน่ แต่ยุนโฮกลับไม่รับรู้ถึงสัญญาณเหล่านั้น

 

“อย่าทำเป็นเด็กไม่มีเหตุผล….”

 

ทุกครั้งที่เริ่มดุยุนโฮจะใช้น้ำเสียงและภาษาที่แตกต่างกันออกไป

 

เพราะไม่เคยเคารพกันมาตั้งแต่ต้น…

 

แจจุงกระชากแขนตัวเองให้หลุดจากการกอบกุม ดึงดันกันไปมาจนยุนโฮต้องจับแขนทั้งสองข้างไว้แล้วจับให้แจจุงหันมาเผชิญ หน้ากันตรงๆ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเพราะแรงที่บีบตรงต้นแขนไม่ใช่น้อยๆ

 

“นายนั่นแหละ…อันธพาล!” แจจุงพูดเสียงเรียบให้ได้ยินกันสองคน ขณะที่ยุนโฮกระชับตัวเขาเข้าไปหา ร่างกายก็ยิ่งแนบชิดกันอย่างช่วยไม่ได้

 

เสื้อสูทสีเทาของแจจุงล่วงอยู่ที่พื้นขณะที่เจ้าของยังเล่นเกมส์ประสาทชวนปวดเศียรเวียนเกล้ากับเลขาที่ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ

 

แจจุงโมโห ยุนโฮก็โมโหไม่ต่างกัน..

 

เด็กในความประพฤติที่เอาแต่ดื้อรั้นไม่ฟังเหตุผลจากใครอื่น…

 

“ผมควรจะจัดการกับคุณยังไงดี…คุณแจจุง…” น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นชวนให้ขนอ่อนลุกเกรียวกันพรึ่บพรั่บ เขาเห็นประกายตาที่วาวโรจน์ของยุนโฮสะท้อนภาพเขาชัดเจนแจ๋มแจ๋ว

 

“นายเกลียดฉัน…”

 

“ไม่”

 

ยุนโฮตอบปฏิเสธในทันที เขาลดแรงลงและเป็นผลให้แจจุงสะบัดตัวหลุดออกมาในที่สุด….

 

“แต่ว่าฉันเกลียดนาย…”

 

“…….”

“เราจะไม่เจอกันอีก…ฉันจะไล่นายออก…”

 

พูดพลางสะบัดหน้าหันหนีและเดินไปทางประตูห้อง แต่..

 

โอ๊ยยย!

 

แจจุงที่ไม่ทันตั้งตัวเดินเข้าไปกระชากประตูแต่ดันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ด้านนอกถูกผลักเข้ามาอย่างแรงไม่แพ้กัน กลายเป็นว่าส่วนที่โด่งที่สุดอย่างจมูกรับแรงกระแทกเข้าไปเต็มๆ ไม่พอ ไอ้คนด้านนอกที่แรงแม่งควายมากผลักมาทั้งประตูและตัวเขาให้กระเด็นกลับเข้าไปในห้องตามเดิม

 

เสื้อสูทเป็นอันต้องตกลงไปกองกับพื้นเป็นรอบที่สองส่วนเจ้าของที่ถูกผลักเข้ามาดันได้รับการทรงตัวช่วยจากคนด้านหลัง ยุนโฮพุ่งเข้าไปประคองร่างของเจ้านายไว้ได้ทันท่วงที

 

แต่อย่าคิดเลยนะว่าจะมีการเอนแบบในหนังแต่ประการใด เพราะทันทีที่แจจุงตกลงสู่อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นเจ้าตัวก็ร้องโอดโอยออกมาในทันที

 

“บ้าชิบ!! ใครแม่งเปิดประตูไม่ดูตาม้าตาเรือวะ!!”

 

เจ็บใจเมื่อครู่สู้ไม่ได้กับเจ็บจมูกสักนิด

 

มือบางยกขึ้นลูบปลายจมูกที่สงสัยจะแดงก่ำเสียแล้วอย่างหัวเสีย เงยหน้ามองไอ้คนผลักประตูอย่างคาดโทษ และก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเท่าลูกไข่ห่าน

 

ที่มากกว่าเจ็บใจ เจ็บจมูก คือเจ็บแค้นไอ้บ้าตรงหน้า

 

“ย่าห์!! ลีดงวุค!! นี่แกกะฆ่าฉันทางอ้อม หรือหวังให้ฉันเสียโฉมใช่มั๊ย!!”

 

แจจุงแทบจะกรีดร้องออกมา ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าด่าลีดงวุดที่เปิดประตูเข้ามาไม่ได้ดูสถานการณ์เอาเสียเลย

 

“ก็นาย…”

“ไอ้พวกไม่มีมารยาท!! มือแกไม่มีเคาะใช่มั๊ย?”

 

“ฉันรีบ…”

 

“ฉันก็รีบ…!!”

 

“เฮ้!! เดี๋ยวสิแจจุง…” ลีดงวุคเอ่ยรั้งและทันได้จับแขนเขาอีกแล้ว … ตำแหน่งเดียวกันกับไอ้เลขางี่เง่านั่นเป๊ะ!!

 

“ไอ้….”

 

“ที่บอกว่าแกมีเมียนี้จริงหรอ? จริงหรอฮะแจจุง?” ยังไม่ทันที่คนจะได้ด่าดงวุคก็ชิงพูดด้วยหน้าตาแตกตื่น…แจจุงที่กำลังจะพ่นถ้อยคำผรุทสวาทออกไปถึงกับงงเป็นแมวตาแตก

 

“เมีย?”

 

“…ใช่สิ!” ดงวุคเขย่าแขนริกๆ

 

“นี่ฉันไปมีเมียตอนไหน?”

 

“ก็เขาลือกันทั้งบริษัท!!”

 

“บ้านป้ามึงเส่ะ!!” ร่างบางสะบัดหนีด้วยความหงุดหงิดเต็มกำลัง วันนี้มีคนยัดเยียดเมียให้เขาเยอะเกินไปละนะ

 

“แต่…”

 

“แม่ง!! หนวกหู…รำคาญ!!”

 

เป็นอันว่าตัดบทจบสำหรับแจจุงเพราะดงวุคดูจะนิ่งๆค้างๆไป สังเกตได้จากปากที่อ้าจนหุบไม่ลง

 

“ยุนโฮ!! ส่งแขก…”

 

 

อ้าว? ไหนบอกไล่เลขาออกแล้วไง??

 

“เร็วๆหน่อยได้ไหม?”

 

แจจุงเร่งเลขาที่ดูจะตามอารมณ์ไม่ทัน แต่ยุนโฮก็ฝืนคืนสติอย่างรวดเร็ว ส่งแขกที่เข้ามาในห้องยังไม่ถึงสิบนาทีพร้องดวงวิญญาณที่อาจจะแตกกระซ่านอยู่แถวๆนี้

 

“นั่นใครหรอครับ?”

 

“ลีดงวุค!”

 

ก้มลงเก็บเสื้อสูทครั้งที่สองก่อนจะสะบัดๆสลัดๆให้ฝุ่นมันออก … ตกพื้นเชียวนะ

 

“เป็น ?….”

 

“เป็นบุคคลที่น่ารำคาญที่สุดในโลก!!”

 

 

TBC.

 

AN : เดี๊ยวยุนโฮก็หล่อแล้ว อดใจกันนิดนึงน้า 55555555555 :))

 

ขอบคุณสำหรับทุกๆคอมเม้นนะค่ะ ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

อยากเห็นยุนเวอร์ชั่น หล่อโฮกจะแย่แล้วค่ะ

#1 By myjae (103.7.57.18|171.98.120.182) on 2012-05-18 23:04