[FIC] 'THE' secretary. 03

posted on 01 May 2012 19:54 by zensedayz in THE-secretary directory Fiction

Title :  ‘THE’  SECRETARY

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC / COMEDY 

Rate : PG -13   / R 

Pariring : Yunho x Jaejoong

AN : อาจมีภาษาไม่สุภาพและคำหยาบปรากฏในฟิคเรื่องนี้นะคะ

 

 

                                                                                                                                               03.    


 

“แม่! นี่มันหมายความว่ายังไงครับ ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย?!”

 

หลังจากตื่นขึ้นมาด้วยสภาพผมเผ้าชี้ฟูอย่างไม่น่าให้อภัย แจจุงก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อคแล้วกดเบอร์ต่อถึงคุณนายโดยตรง….นึกโกรธขึ้นอีกทับทวีคูณเมื่อเลขาหน้าเห่ยที่แม่หาดัน มาป้วนเปี้ยนวนเวียนถึงในห้องเขาแต่เช้า!!

 

อยากจะ………….

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

 

‘แม่ไม่เข้าใจที่แกพูด’

 

“แม่…!! ผมรู้ว่าแม่รู้…เลขาคนเก่งของแม่มันมาวุ่นวายอะไรในห้องผม แล้วมันเข้ามาได้ไง นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่แม่ให้มันย้ายมาอยู่ห้องตรงข้ามกับผมด้วย….”

 

ไม่ต้องสืบก็รู้เห็นว่าคนที่จัดการให้ไอ้หน้ายาวนั่นต้องเป็นแม่เขาชัวร์

 

‘ก็เขาเป็นเลขาแก เป็นผู้จัดการ เป็นผู้ปกครองแทนแม่…แม่ให้เขาอยู่ตรงข้ามคอยดูแลแกก็ดีแล้วนิ’  น้ำเสียงของแม่เรียบเรื่อย ราวกับหัวข้อที่สนทนาคือกามไถ่ถามว่าเช้านี้อยากทานอาหารแบบอเมริกันหรือเกาหลีล่ะลูกชาย…แต่คนฟังถึงกับปวดหัวตุับๆ นี่มันเรื่องอะไรกันนักกันหนา

 

แค่คุมความประพฤติไม่พอนี่กะให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้สักนิดเลยสินะ!!

 

“แม่ครับ..ผมว่าเราต้องคุยเรื่องนี้กันใหม่นะครับ..แม่ทำแบบนี้มันเกินไปอ่ะ” แจจุงเริ่มเบ้ปาก น้อยใจมาก….ก! ที่แม่ไม่เชื่อใจลูกชายน่ารักๆแบบเขา

 

‘เห้อ…แจจุง…แม่ทำเพื่อแก…เอาละ สายแล้ว ช่วงนี้แกก็อดทนไปแล้วกัน..ตู้ดๆ…’

 

“แม่ แม่ !” คุณนายคิมชิงตัดสายลูกชายก่อนที่จะคุยกันรู้เรื่อง…แจจุงเดินวนอยู่รอบเตียงเพราะในหัวกำลังคิดแผนตั้งรับพอตเตอร์ที่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่นอกห้องนอนเขา

 

คิดแล้วก็เจ็บใจเรื่องเมื่อเช้า ดันลืมซะสนิทว่าไม่ได้ติดสอยห้อยเอาใครกลับมาด้วย กำลังนอนหลับสบายๆก็ถูกใครไม่รู้ดึงผ้าห่มที่อยู่ออกก่อนจะทำการปลุก ไอ้คนมันงัวเงียๆจะไปรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร เผลอจับมืออีกฝ่ายพลางดึงๆมากอดซะงั้น

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!

 

อัปยศอดสูที่ซุ้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด T^T

 

เพราะหลังจากที่ดึงมือของใครไม่รู้มาเกาะหนึบไว้แน่นมืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ของอีกคนก็ตรงเข้าแกะ…แต่พอแกะไม่ออกเลยดันหัวเขาแทน…คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ มันเห็นเขาเป็นเจ้านายมันบ้างหรือเปล่านะเพราะมันเล่นเอาฝ่ามือหยาบใหญ่ของมันดันหัวเขาไว้ราวกับรังเกียจนักหนา

 

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ! ก็ถ้ารู้ว่าคนที่เกาะอยู่มันเป็นใครก็จะรังเกียจกลับ แต่อารมณ์ตอนเช้าที่มันสะลึมสะลือก็ไม่รู้นี้หว่า เผลอพึมพำอะไรประหลาดๆไปหรือเปล่าก็ไม่รู้……..มาตื่นจริงๆจังๆอีกทีก็ตอนที่ทั้งมือที่ผลักและดันหัวพร้อมด้วยน้ำเสียงโมโนโทนเรียบนิ่ง

 

“คุณแจจุงครับ..ถ้ายังไม่ปล่อยผมแล้วตื่นภายในสิบวิผมจะโทรไปหาคุณนายคิมเดี๋ยวนี้แหละครับ…” สิ่งที่ทำให้ตื่นไม่ใช่คำขู่ของมันหรอกนะเขาสาบาน  แต่ที่ตื่นเพราะมันล้วนๆยิ่งลืมตายิ่งไม่ต้องคิดสภาพที่ตัวเองดึงมันเข้ามาทำท่าจะกกกอด…

 

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ TTOTT;

 

แค่คิดยังติดตาแว่นพอตเตอร์ไม่หาย

 

นี่มันฝันร้ายใช่ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

TTTTTTTTTTTTTTTTT A TTTTTTTTTTTTTTTT

 

 

‘ก๊อก ก๊อก..’

 

“คุณแจจุงครับ ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมาเถอะครับ คุณจะได้ทานข้าวเช้าแล้วไปทำงานกัน…”

 

แต่เสียงนี่ที่เป็นเสียงเดิมก็ตอกย้ำทำให้แน่ชัดว่าเหตุการณ์เมื่อเช้าตรู่จวบจนกับปัจจุบันทุกอย่างเป็นความจริง

 

ไอ้หน้าเห่ยเข้ามาปลุกเขา ไอ้หน้าเห่ยเดินวนเวียนอยู่ในห้องของเขา

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!

 

นี่มันเรื่องบ้าอะร๊ายยยยยยย………….ยก๊านนนน

 

แจจุงค่อยๆแง้มบานประตูอย่างระมัดระวัง แต่สิ่งที่เห็นอย่างแรกเลยคือ..เอ่อ…สีดำ….เสื้อเชิ้ตสีดำที่บดบังทัศนียภาพรอบห้อง เงยหน้าขึ้นไปก็ปะทะกับสายตาของเลขาหนุ่มที่ก้มลงมาพอดี

 

ยุนโฮขมวดคิ้วมุ่นทันที ร่างสูงเป็นฝ่ายดันประตูเข้าไปในห้องนอนพลางมองสภาพของเจ้านายคนเก่งที่ไม่ได้แตกต่างจากตอนตื่นนอนสักเท่าไร…ผมฟู บอกเซอร์ล่น…เห็นแบบนั้นแล้วยุนโฮก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางถามคนเป็นเจ้านาย “ทำไมคุณแจจุงยังไม่อาบน้ำอีกละครับ?” แจจุงหน้าเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามแบบตะกุกตะกัก

“ก..กะ…ก็ฉันไม่ชอบแปรงฟันก่อนกินข้าวนะสิ…ต้องกินข้าวก่อนแล้วค่อยแปรงฟัน…”หาข้อแก้ตัวไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะเดิน นำออกไปนอกห้อง ในส่วนที่เป็นห้องครัว..ชุดอาหารยามเช้าถูกจัดเตรียมไว้อย่างเพรียบพร้อม มีไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังปิ้ง แล้วก็กาแฟ…แจจุงแอบเบ้หน้าเล็กน้อยพลางนึกในใจว่าครั้งสุดท้ายที่กินข้าวเช้าเนี้ยเมื่อไหร่กันนะ

 

“ผมทำได้แค่นี้ ต้องขออภัยด้วยนะครับ…”

“………เออ………….ช่างมันเหอะ…..”

หยิบขนมปังใส่ปาก เลือกของที่พอจะกลืนได้ตามด้วยกาแฟเหมือนเดิม…อ่อย…ลวกปากอีกแล้ว

 

“ชงกาแฟร้อนเป็นบ้า…” บ่นพึมพำขณะใช้ปากเป่าไปด้วยแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้กลับเรียกรอยยิ้มเล็กๆที่พยายามซ่อนไว้จากใบหน้าหล่อคม สภาพของผู้บริหารคนเก่ง คิมแจจุง ยืนกินขนมปังกับกาแฟพลางกางหนังสือพิมพ์หน้าธุรกิจ หัวฟูๆที่เจ้าตัวขยุ้มแล้วขยุ้มอีกดูไม่เป็นทรงแต่กลับน่ารักไปอีกแบบ ใบหน้าที่ติดจะง่วงงุนสักเล็กน้อยยังไม่รวมชุดนอนสบายๆอย่างเสื้อกล้ามสีขาวขนาดพอดีตัวกับบอกเซอร์ที่ท่าทางจะผ่านระยะเวลาในการสวมใส่มาอย่างยาวนาน……ยุนโฮเผลอยิ้ม….อีกครั้ง  เมื่อคนตัวบางวางแแก้วกาแฟในมือพลางหยิบหนังสือพิมพ์ ขึ้นอ่าน เท่านั้นยังไม่พอยังยกเรียวขาขาวขึ้นเหยียบบนเก้าอี้ทั้งๆที่มันมีไว้สำหรับนั่ง…

 

เห้อ..นี่หรือ? ผู้บริหารระดับสูง…

 

นอกจากจะตื่นสายแล้วยังมีนิสัยการกินอาหารเช้าแบบแปลกๆเสียด้วย…

 

เสียงพึมพำๆเหมือนบทสวดอะไรสักอย่าง นี่ถ้ายุนโฮไม่อยู่ในหน้าที่คงได้หลุดขำกับท่าทีของอีกฝ่ายไปนานแล้ว

 

“คุณแจจุง…”

“หือ?” ลดกระดาษพลางชะโงกหน้ามาถาม

“มันสายแล้วนะครับ” เอ่ยบอกอย่างใจเย็นและเมื่อแจจุงเงยหน้ามองนาฬิกาบอกเวลาที่ผนังน้องแล้วเจ้าตัวก็แทบจะเขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งอย่างไม่ใยดี ติดสปรี้ดใส่เกียร์วิ่งเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ

“ทำไมไม่ปลุกให้เช้ากว่านี้วะ”

เสียงตะโกนคล้ายๆจะหลอกด่าแต่ก็เงียบหายไปพร้อมเสียงปิดประตู ยุนโฮมองจานอาหารเช้าอย่างนึกเสียดาย ไข่ดาวไม่แตะส่วนไส้กรอกหายไปหนึ่งคำ…

 

รอไม่ถึงสองนาทีดีแจจุงก็ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันรอบเอว….ยุนโฮขมวดคิ้วอีกรอบเมื่อเห็นปลายเท้าเล็กเขย่งเดินพลางทำท่ากอดตัวเอง ปากเล็กก็บ่นพึมพำว่า “หนาวๆ”

 

ไอ้ที่หนาวก็เพราะไม่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำไม่ใช่หรือไง?

 

“ถ้าหนาวแล้วทำไมไม่ใส่เสื้อคลุมออกมาแทนละครับ…”

“ฉันรีบ” บอกกลับสั้นๆขณะเปิดประตูแบบบานเลื่อนของตู้เสื้อผ้าแบบบิวท์อินด์ออก ควานหาเสื้อสักตัวพร้อมด้วยไทอีกเส้น เร่งใส่อย่างเร่งรีบจนลืมไปว่ามีใครกำลังลอบมองตนอยู่ อันที่จริงเป็นผู้ชายก็คงไม่ต้องอายอะไรกันมากมายหรอก ปลดผ้าขนหนูที่อยู่รอบเอวขึ้นเช็ดทั่วลำตัว ผิวขาวกระจ่างใสจึงปรากฏแก่สายตาคนมอง ยุนโฮเสหน้าไปทางอื่นนิดนึง เผลอดันกรอบแว่นด้วยความประหม่าเนื่องจากเจ้านายคนเก่งของเขายังยืนโชว์แผ่นหลังพร้อมบั้นท้ายกลมกลึงนั้นอยู่นาน หลายวิ สรีระเพรียวบางติดไปทางอ้อนแอ้นทำให้คนเล่นกีฬาอยู่เป็นประจำถึงกับส่ายหน้า แอบสังเกตเห็นรอยสักรูปปีกอะไรสักอย่างที่กลางแผ่นหลังตามแนวลาดไหล่ ชวนหลงใหลอย่างที่ไม่เคยนึกจินตนาการ คนตัวเล็กก้มลงหยิบชั้นในขึ้นสวมใส่ด้วยความเร่งรีบ ร่างกายหลังการอาบน้ำคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกายเฉพาะตัวอบอวลจนคนในห้องสัมผัสได้ ร่างสูงมองภาพตรงหน้านิ่งนาน และดึงสติกลับมาได้หลังจากแจจุงสวมกางเกงแสล็คเป็นเสื้อผ้าชิ้นสุดท้าย

อีกฝ่ายค่อนข้างทำเวลาอยู่พอสมควร มือบางโยนผ้าขนหนูไปทางปลายเตียงและเดินอ้อมไปอีกฝั่ง

 

 

“กระเป๋าตังค์ มือถือ กุญแจรถ…” เดินไปที่หัวเตียงพลางหยิบสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา คว้าไทที่วางแหมะอยู่ปลายเตียงก่อนจะเดินไปที่กระจก…ตอนนั้นเองที่ร่างบางเพิ่งสังเกตว่าในห้องไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

 

“เห้ย!...ทำไมไม่ออกไปรอข้างนอกวะ? เข้ามาตั้งแต่ตอนไหน?!” แจจุงร้องเสียงหลง อย่าบอกนะว่าไอ้ที่แต่งตัวเมื่อกี้…

“ก็…ตั้งแค่แรกแล้วครับ…”

 

‘ผ่างงง…..ง!!’

 

แจจุงรู้สึกว่าสองแก้มของเขาร้อนฉ่าขึ้นมาราวกับมีใครเอาไฟมาลน น่าจะเกิดจากทั้งความโกรธและความอาย ปกติอยู่ตัวคนเดียวก็สบายๆทำอะไรล้อนจ้อนแบบนี้ตลอด ไม่คิดนิว่ามีเลขาเหมือนกับมีผี

 

มันต้องเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างแน่แท้ มีผ้าคลุมล่องหนที่แจจุงมองไม่เห็น T^T

 

“ไอ้บ้าเอ้ย!! แล้วทำไมไม่ส่งเสียง!” เอ่ยอย่างเคียดแค้นก่อนจะยกไดร์ทขึ้นเป่าผม..โฮฮฮ นี่เพิ่งเริ่มต้น ตอนเช้าก็เกิดเรื่องสลดใจตั้งหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็น่าขายหน้าชะมัดเลย คิดแล้วก็อยากจะมุดหน้าลงดิน ไม่อยากมองหน้าอีกฝ่ายแล้ว

 

แน่นอน…เพราะเกลียดขี้หน้ามันไงล่ะ!

 

อ๊ากกกกกกกกกกก

 

หลังจากแต่งตัวเสร็จ(แต่ไม่เรียบร้อย)ก็รีบตรงไปที่รถ คราวนี้ยอมให้ไอ้เลขาหน้ายาวที่เดินตามต้อยๆเป็นคนขับเพราะรู้สึกในห้องจะวิ่งวุ่นจนเหนื่อย อีกฝ่ายไม่ต้องทำอะไรยืนมองเขาอย่างเดียว คิดแล้วก็เจ็บใจ คิมแจจุงเนี้ยตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยแต่งตัวต่อหน้าใครยกเว้นพ่อกับแม่นะเว้ย!

 

แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใคร?

 

มายืนอยู่ได้นานสองนานไม่ส่งเสียงสักแอะ T______T นับวันยิ่งมีแต่เรื่องน่าอับอาย

 

เมื่อประจำตำแหน่งกันเรียบร้อยยุนโฮก็ไม่รอช้าสตาร์รถและเคลื่อนตัวออกไปทันที ทางด้านแจจุงก็วนเวียนอยู่กับเนคไทที่หยิบติดมือ จัดการผูกไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จเรียบร้อย แต่ทุกอย่างก็ไม่จบลงแค่นั้น ใบหน้าขาวใสไร้จุดบกพร่องกำลังเบ้ปากน้อยๆเพราะเมื่อลองดมตัวเองด้วยจมูกพลางทำเสียงฟุดฟิดก็เพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้รีบจนไม่ ได้ฉีดน้ำหอมกลิ่นสปอร์ตๆที่ตนเองชอบมา ไหนจะครีมบำรุงหน้า(ลดรอยย่น)นิดหน่อย เมื่อเปิดกระจกที่ติดอยู่ข้างบนเพดานรถแจจุงก็ยิ่งเบ้ปากหนักเข้าไปอีกเพราะเส้นผมที่ชี้ฟูไม่เป็นทรง

 

“ทำไมมันถึงได้โทรมอย่างงี้” แจจุงบ่นงึมงำขณะหยิบหวีที่เก็บไว้ด้านข้างขึ้นมาหวีให้เรียบแต่เห็นทีจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเพราะนอกจากมันจะไม่เรียบแล้ว ตอนนี้เริ่มเป็นตูดเป็ดหน่อยๆ..และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่แจจุงอยากให้มันเกิด

 

“อ๊ากๆๆ ไม่นะๆๆ จะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย! วันนี้แกมีประชุมแต่เช้านะ” พึมพำกับตัวเองแต่ใครอีกคนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆกลับได้ยิน ยุนโฮเหลือบมองเจ้านายคนเก่งของเขาเป็นระยะ พลันก็เกิดรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง

 

“นี่..ยังเหลือเวลาก่อนเข้าห้องประชุมใช่มะ…” เอ่ยถามโดยไม่ได้มองหน้าร่างสูง การจราจรติดขัดเล็กน้อยแต่ยุนโฮก็พยายามขับอย่างเต็มที่เพื่อให้ถึงที่หมายโดยเร็ว “น่าจะพอมีเวลาครับ…” เอ่ยตอบหลังจากพลิกนาฬิกาที่ตั้งเวลาให้เร็วกว่าความเป็นจริง 15 นาที แจจุงพยักหน้ารับเร็วๆแล้วหันไปจัดการกับเส้นผมที่มันไม่ได้ดั่งใจของตัวเองต่อ

 

ยุนโฮมองภาพนั้นอย่างครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสนใจการขับรถที่ตนเองได้รับมอบหมายอยู่ หลังจากนั้นเกือบ 15 นาทียุนโฮก็ถอยรถเข้าซองสำหรับที่จอดส่วนบุคคล แจจุงเปิดประตูลงไปก่อนและทำให้เลขาคนใหม่ถึงกับเหวอ

 

“เอ่อ..คุณแจจุงจะรีบไปไหนครับ?”

 

“ไปห้องน้ำ…” ก่อนจะวิ่งดุ๊กๆหนียุนโฮไป ร่างสูงเพียงส่ายหน้าเบาๆก่อนจะหยิบเอกสารที่เบาะด้านหลังและล็อครถตามปกติ เดินเข้าไปในส่วนที่เป็นบันไดหนีไฟ ขึ้นไปหนึ่งชั้นแล้วผลักประตูออกส่วนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำพอดิบพอดี

 

ชะโงกหน้าเข้าไปดูเจ้านายคนเก่งที่ตอนนี้ให้น้ำลูบผมอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

“อยากได้เจลสักนิดไหมครับ?” เอ่ยถามด้วยความหวังดีเมื่อเห็นใบหน้าเครียดๆของอีกฝ่าย แต่แจจุงกลับปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่เอา ไม่ชอบ..มันเหนียว..สกปรก…” แจจุงรู้สึกรังเกียจกลิ่นเจลจัดแต่งทรงผมเข้าไส้ นอกจากจะทำให้ผมแข็งเป๊กเหมือนปูนยังรู้สึกถึงความเหนียวหนึบบนหนังศีรษะ ซึ่งคอนเซปต์ของคิมแจจุงนั้นคือผมพลิ้วสลวยสวยเก๋(?) เขาไม่อยากพึ่งเจลอะไรทำนองนั้น

 

“งั้น…ให้ผมทำยังไงดีครับ…” แจจุเกือบจะอารมณ์เสียไปแล้ว ก็ที่เขาต้องมายืนทำผมอยู่นี่ไม่ใช่เพราะไอ้เลขาที่เข้ามาปลุกสายแล้วก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเล็กๆในยามเช้าหรอกหรอ

 

แต่ก่อนที่จะได้ต่อว่าก็ดันนึกอะไรดีๆออก…

 

“ยุนโฮ…” เจ้าของชื่อสะดุ้งกะเดินเข้าไปหาเฉยๆทว่าท่าทีของคิมแจจุงกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ร่างที่เล็กกว่าหันมาทางเขาก่อนจะกระโดดมาเกาะแขนดังหมับ บีบเบาๆพลางช้อนสายตาคู่กลมที่มีประกายแวววาวอยู่ในนั้นขึ้นสบ

 

ยุนโฮรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองสะดุดไป

 

หลังจากเจ้านายยื่นหน้าเนียนๆเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมประหลาดซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นกลิ่นกายก็ลอยแตะจมูกเข้ามาด้วย ริมฝีปากกลมที่มักจะเชิ่ดใส่ไม่ก็เม้มแสดงความไม่พอใจตอนนี้กำลังห่อเข้าด้วยกัน

“นายช่วยไปขอยืมอุปกรณ์ให้ฉันหน่อยสิ!” เมื่อคิดอะไรดีๆอกแจจุงก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มทำ สายตาอ้อนๆถูกส่งให้ เป็นการอ้อนขอที่น่ารักที่สุดในโลก!

 

“เอ่อ..อ…อุปกรณ์อะไรเหรอครับ?” คราวนี้เลขาคนเก่งกลับเป็นฝ่ายเหงื่อตก ยุนโฮไม่รู้จะตั้งรับกับสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในห้องน้ำชายและอยู่กับเจ้านายสองต่อสองแบบนี้อย่างไร ร่างสูงขยับแขนข้างที่โดนเกาะออกเบาๆทำท่าดันแว่นเรียกสติที่กระเจิงเมื่อครู่ให้กลับเข้ารูปเข้ารอย

 

“ก็…ไดร์ทเป่าผม โฟมแต่งทรงผม แล้วก็…ขอเลื่อนการประชุมออกไปอีกนิดนะ…” ประโยคสุดท้ายแจจุงใส่ลูกอ้อนเต็มที่ ทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่อีกฝ่ายจนคนเห็นเริ่มใจอ่อนยวบ เผลอกัดปากล่างอย่างใช้ความคิด

“แล้วผมจะไปหาอุปกรณ์แบบนั้นจากไหนละครับ…”

“..ก็..ผู้หญิงอ่ะ…ใครก็ได้…แต่นายต้องหาให้ได้นะ…หาไม่ได้ฉันก็ไม่ออกจากห้องน้ำนี้ไปไหนเด็ดขาด…เร็วเข้า…ฉันจะรออยู่นี้ นายก็รีบหา รีบมา..นะ..โอเค..ไปได้…”

แจจุงพูดไปดันหลังอีกฝ่ายไปจนกระทั่งยุนโฮออกจากห้องน้ำไปแล้วนั้นแหละแต่เจ้านายคนเก่งก็ยังเกาะขอบประตูพลางส่งสายตาอ้อนพร้อมกำลังใจมาให้อีกฝ่าย

 

“นะ…หามาให้ได้นะ..ยุนโฮ…”

 

โธ่ๆ แจจุงไม่รู้หรือไงว่าน้ำเสียงกับสายตาแบบนี้มัน…

 

มันน่าขนลุก!!

 

.

.

แต่สุดท้ายเลขาคนใหม่อย่างจองยุนโฮก็ต้องหัวปั่นแต่เช้า…เริ่มแรกเลยเขาวิ่งไปกดลิฟท์เพื่อติดต่อประสานงานว่าการประชุม ในวันนี้ผู้บริหารคนสำคัญอย่างคิมแจจุงอาจจะเข้าสายเพราะติดภารกิจสำคัญ แม้ว่าจะโดนต่อว่ามากมายแค่ไหนยุนโฮก็ทำได้แค่ก้มหน้ารับคำผิดแทนคิมแจจุง

 

เมื่อแจ้งล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยก็คิดหาทางยืม’อุปกรณ์’ ที่เจ้านายว่า เพราะวันนี้ถือเป็นวันที่สองใครๆก็คงจะยังไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเขา แล้วที่สำคัญ ไอ้ของประเภทนั้นมันจะมีอยู่ในออฟฟิศได้อย่างไร…

 

นี่คิมแจจุงจงใจแกล้งเขาหรือเปล่านะ?

 

คิดแล้วก็เริ่มจะหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็เก็บอารมณ์อยากลงไปเค้นถามความจริงจากเจ้านาย ทำได้แค่เดินหาหญิงสาวที่น่าจะมี’อุปกรณ์’ ไว้ในครอบครองขณะทำงาน

 

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากไปกว่านี้ยุนโฮเลยตรงเข้าไปถามหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เธอมองหน้ายุนโฮนิ่งอยู่สามวิก่อนจะทำตาดุแล้วตวาดใส่ “ใครจะไปมีของแบบนั้นกันเล่า!!” ซึ่งประโยคนี้ยุนโฮก็อยากจะตะโกนใส่หน้าเจ้านายเขาเหมือนกัน

 

รู้สึกตัวเองกลายเป็นคนหน้าด้านที่จู่ๆต้องถามหาอุปกรณ์เหล่านี้จากผู้หญิง โชคดีที่เขาได้ไดร์ทเป่าผมมาแล้วแต่ยังต้องหาโฟมเซ็ทผมอีกอย่างซึ่งบอกได้เลยว่าหลังจากใช้อุปกรณ์เหล่านี้และนำมาคืนเสร็จเขาอาจจะไม่ลงมาเหยียบที่แผนกนี้อีกก็เป็นได้…

 

โคตรน่าอับอาย…

 

เวลาเกือบสิบนาทีที่ยุนโฮหายไปในใจของแจจุงก็ร้อนตาม ใช่ว่าอยากให้มันเป็นแบบนี้แต่เขาที่รักหน้าตาและภาพพจน์ยิ่งกว่าอะไรก็ไม่สามารถออกไปด้วยสภาพนี้เช่นกัน ในใจก็ภาวน๊าภาวนาให้ผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในตึกนี้พกของที่ว่านั้นมาด้วย

 

ยืนเคาะเท้า กัดเล็บเมื่ออยู่ในภาวะกดดันและเฝ้ารอจนในที่สุดเสียงฝีเท้าจากด้านนอกก็ทำให้ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดได้ยกยิ้มขึ้นบ้าง

 

“ยุนโฮ!” ร้องเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นอุปกรณ์สองอย่างในมือ ร่างบางคิดอะไรไม่ออกกระโดดกอดก่อนเป็นอันดับแรกก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็วพลางเอื้อมไปหยิบทั้งไดร์ทและโฟมเซ็ทผมในมือร่างสูง

 

รู้สึกเหมือนความโกรธที่วนเวียนอยู่ในร่างเลขาจะหายไปเมื่อลอบมองอีกคนในกระจกกำลังขมักเขม้นและตั้งใจเซ็ทผมใหม่ อย่างเต็มที่

 

จากที่คิดว่าอีกฝ่ายอาจจะแกล้งกันก็หายไป ยืนมองอยู่เงียบๆจนรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คิดถึงเรื่องเวลาในการเข้าประชุม เพราะเขาหาของที่เจ้านายสั่งได้ช้าเกินไปทำให้เหลือเวลาอีกไม่มาก

 

“ขอโทษครับ…” เอ่ยขอโทษเชิงขออนุญาติแก่เจ้านายร่างบางที่กำลังเป่าผม แจจุงดูจะงงๆกับคำพูดนั้นนิดๆเมื่อเวลาต่อมาอีกฝ่ายพลิกตัวเขาเข้าหาพลางจัดแจงเนคไทที่ไม่เป็นระเบียบให้เข้าที่ ปมที่ผูกจนแน่นถูกยุนโฮคลายออก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้แจจุงทำอะไรไม่ถูก เผลอเสหน้าไปอีกทางอย่างช่วยไม่ได้…ตอนนี้ที่ต้องสนใจคงเป็นเรื่องทรงผมที่ค่อยๆกลับเขารูปเข้าร่าง

 

ยุนโฮผูกปมไทใหม่จนเสร็จและปล่อยอีกฝ่ายได้เป็นอิสระ ไม่นานแจจุงก็บีบโฟมที่ดูหนานุ่มลงบนมือพลางละเลงมันลงบนหัว

 

บางทีโลกนี้ก็มีเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่หลายอย่าง ผมที่เคยเป็นตูดเป็ดตอนนี้เรียบลื่นและไม่พันกันยุ่งเหยิง ซ้ำยังดูพลิ้วและสลวยเมื่อแจจุงสางมันด้วยมือ เส้นผมที่คลอเคลียอยู่ตามใบหน้าและลำคอถูกจัดให้เข้าที่เข้าทางเรียกความมั่นใจให้เจ้าของ

 

และแล้วรอยยิ้มก็ค่อยๆปรากฏขึ้นมาเมื่อมันสะท้อนผ่านกระจกและเผื่อแพร่มายังอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

 

ตอนนั้นเองที่ยุนโฮรู้สึกว่าเขาได้ค้นพบเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจขึ้นสำหรับตัวเขาเอง…

 

.

ถึงตรงนี้…เลขาคนใหม่ก็ใช้แว่นพอตเตอร์อำพรางหน้าไม่มิด

 

จากที่บอกว่าอาจจะเข้าห้องประชุมสายนิดหน่อยก็ถือว่าทำเวลาได้ไม่น่าเกลียดมากนัก เจ้าของรอยยิ้มหวานอย่างคิมแจจุงเริ่มต้นยิ้มประเหลาะโค้งหัวโค้งตัวครั้งแล้วครั้งแล่าให้กับบุคลกรที่เข้าร่วมประชุม แต่ร่างบางก็ไม่เป็นที่น่าจับตามองเท่าเลขาคนใหม่ที่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกับความรู้สึกแปลกตาตั้งแต่แรกเห็น

 

แว่นตากรอบกลมอันใหญ่ ผมหน้าม้าเต่อเหนือคิ้ว ไดร์ทเป่าผมและโฟมจัดทรงในมือ….

 

อืมมม…

 

เสียงที่ไม่สามารถเปล่งออกมาได้นอกจากลอบมองกันด้วยความสงสัยเล็กๆและสุดท้ายก็ปล่อยให้มันเลยผ่านไป

 

ยุนโฮเองที่รู้สึกอับอายตั้งแต่ครั้งแรกตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง พยายามไม่สนใจหรือการที่หูจะแว่วๆได้ยินเสียงเหมือนนหัวเราะเยาะจากที่ไหนสักแห่ง ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยในระหว่างประชุมไม่วอกแวกเลยแม้แต่น้อย

 

และหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น เดินตามเจ้านายคนเก่งกลับขึ้นห้องแล้ว เขาก็รีบปฏิบัติภารกิจคืนของใช้ส่วนตัวให้แก่หญิงสาวก่อนที่จะลืมหน้าพวกเธอไปเสียก่อน

 

 

โดยไม่ลืมสาบานว่าชาตินี้จะไม่ลงไปแผนกนั้นอีกเป็นอันขาด!!

 

 

 


TBC.

 


 

พาร์ทนี้ออกทะเลเยอะไปหน่อยเนาะ 5555555555555 = =a

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สปาร์คละ
ตอนต่อไป ต้องลุ้น
ขอบคุณค่ะ

#2 By Demon_pnzisvip on 2012-05-04 01:15

คุณเลขาน่าร๊อคเอ๊าะ
อ๊ายยยยย
วิ่งวุ่นตามหาอุปกรณ์ให้แต่ได้เห็นรอยยิ้มนางฟ้าก็คุ้มนะยุนนะ *ตบบ่าปุๆ* เอาน่าถือว่าเจ๊ากันที่นายไปยืนแอบดูนางฟ้าแต่งตัวนะ ^^

#1 By aomychangmin (103.7.57.18|202.28.179.5) on 2012-05-02 10:45