[FIC] 'THE' secretary. 02

posted on 25 Apr 2012 22:18 by zensedayz in THE-secretary directory Fiction

Title :  ‘THE’  SECRETARY

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC / COMEDY 

Rate : PG -13   / R 

Pariring : Yunho x Jaejoong

AN : อาจมีภาษาไม่สุภาพและคำหยาบปรากฏในฟิคเรื่องนี้นะคะ

 

02.

 


 

 - 90 วันก่อนตกหลุมรัก -

 

 

 

“อย่างแรกที่แกต้องทำคือล้วงคอหมอนั่น เก็บข้อมูลของอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด..รู้เขารู้เรา..รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง”

 

                คำพูดของยูชอนกลับเข้ามาวนเวียนอีกครั้งหลังจากตารางงานที่แสนหนักหน่วงถูกยัดเยียดจากเลขาคนใหม่ได้เสร็จ สิ้นลง ตอนนี้สิ่งเดียวที่คิดถึงกลับเป็นเบียร์เย็นๆที่ถ้าได้มาดื่มแก้กระหายสักหน่อยคงดีไม่น้อย อยากจะตรงดิ่งกลับที่พักเพื่อทำกิจกรรมอย่างว่า…เอ่อ…..หมายถึงจิบฟองเบียร์พร้อมกับอาบน้ำในอ่างอ่านะ…

 

แต่มันติดตรงไอ้เลขาหน้าเห่ยนี้ยังตามไม่เลิก

 

“จริงๆก็หมดงานแล้ว นายกลับบ้านเถอะ..” พูดไล่ทางอ้อมขณะลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถ หลังทานอาหารมื้อเย็นกับคุณอิมแจวอนก็ถือว่าหมดหน้าที่เลขาแล้ว…

“หรือแม่สั่งให้นายตามไปถูกหลังฉันที่ห้องด้วย…”น้ำเสียงประชดประชันหน่อยๆ ขณะที่พูดก็ไม่ได้มองใบหน้าเหวอๆของคุณเลขาที่ยังไม่สามารถหาคำตอบโต้ดีๆได้

 

“นี่..ถามไรหน่อย..” ก่อนจะเปิดประตูรถก็หันกลับมาถาม ต้องพาไอ้นี่กลับด้วยเนื่องจากตอนมาก็มาด้วยยกัน ดูจะใจร้ายไปหน่อยที่จะปล่อยให้กลับเอง..แต่ตามนั้นแจจุงไม่ใช่คนใจดีอะไรมากมายเสียด้วย หมอนี่ไม่ใช่เลขาสาวสวยที่จะพาหิ้วไปไหนมาไหน ไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถที่อยากจะพานั่งรถขับชมวิวเพราะฉะนั้นจะใจดีส่งแค่ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดพอ

“ครับ?”

“แม่สั่งอะไรเกี่ยวกับตัวฉันบ้าง?”

“คุณแจจุงน่าจะทราบแล้วเมื่อเช้านะครับ…”

“ฉันอยากได้รายละเอียด..แบบว่า…ชีวิตฉันต้องอยู่ในกฏเกณฑ์แบบไหนบ้าง…” แจจุงลอบกลอกตาไปมา น้ำเสียงโมโนโทนไม่มีการใส่อารมณ์ใดๆเอ่ยตอบ

“ทุกอย่างนั้นแหละครับ ตั้งแต่ตารางงานจนถึงกิจกรรมพิเศษในวันว่าง…ว่าแล้วผมก็ต้องรายงานว่าคุณนายคิมได้จัดการให้คุณแจจุงเป็นสมาชิกฟิต เนสเพื่อออกกำลังกายรวมถึงชมรมกอล์ฟของคุณท่านด้วยครับ..”

“ห๊ะ!..ฟิตเนส?!” แจจุงร้องเสียงหลง ตาโตเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อว่าจะได้ยิน เพราะตั้งแต่จบมัธยมปลายเขาก็ไม่เคยออกกำลังกายอีกเลย..ทำไมนะเหรอ?ก็เพราะขี้เกียจและไม่มีเวลาน่ะสิ..แจจุงเป็นหนุ่ม สังสรรค์ รักความสนุก รวมไปถึงชอบทำกิจกรรมอย่างอื่นมากกว่าที่จะเสียเวลามาออกกำลังกายในโรงยิม แล้วนี่อะไรจู่ๆแม่ก็จัดการให้เขาเข้าครอสบ้าบออะไรก็ไม่รู้

 

ข่มใจไว้แจจุง…ข่มใจไว้…

 

“แล้วไงอีก…” ถามต่อไปอีกเมื่อเห็นอีกฝ่ายอ้ำอึ้งจะพูดต่อ ยุนโฮใช้ปลายนิ้วดันแว่นทรงกลมเห่ยๆของเขาขึ้นจากปลายจมูก กระชับให้รูปหน้าเรียวเล็กแลดูอ่อนกว่าวัยทำงาน

“คุณแจจุงต้องงดดื่ม อาจจะมีสังสรรค์ตามโอกาสสมควร จะได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณนายคิมว่าอนุญาติหรือไม่…อันที่จริงผมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจแทนคุณแจจุงทุกอย่างนั้นแหละครับ”

 

มันจะมากไปแล้วนะแม่!!

 

แจจุงได้แต่ฟึดฟัดในใจ เขาเปิดประตูพลางแทรกตัวเข้าไปด้วยความหงุดหงิด

 

“จะยืนเบ๊อะอยู่ตรงนั้นอีกนานมั๊ย!! คนเหนื่อยนะเว้ย!รีบขึ้นรถสิวะ!!” เร่งเลขาคนใหม่ยิกๆก่อนจะสตาร์ทรถพร้อมบอกเป็นนัยว่าคนรีบมากแค่ไหน…ยุนโฮกุลีกุจอขึ้นนั่งข้างคนขับอย่างไม่อิดออด แจจุงเข้าเกียร์และขับพุ่งตรงออกจากซองด้วยความชำนาญ

 

“อันที่จริงผมขับให้คุณแจจุงก็ได้นะครับ…”

“หุบปาก!!”

“ผมว่าคุณแจจุงลดความเร็วลงหน่อยจะดีกว่านะครับ…” เลขาคนใหม่ไม่ยอมทำตามคำสั่งซ้ำยังไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย ขณะที่แจจุงขับวนเพื่อลงจากตึก ต้องยอมรับว่าโมโหไอ้พอตเตอร์หน้ายาวนี่มากถึงมากที่สุดเลยเผลอแตะคันเร่งแรงไปหน่อย อันที่จริงก็เป็นคนขับเร็วอยู่พอตัวแต่บวกกับอารมณ์กรุ่นๆมันก็เลยขึ้นจนอารมณ์ปรี๊ดเกือบติดเพดาน ยิ่งได้ยินเสียงเรียบๆแบบโมโนโทนเอ่ยกล่าวตักเตือน…แจจุงก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ

 

“ลงไป…” นอกจากจะไม่ทำตามอย่างที่ใครบางคนบอกแจจุงยังใจร้ายทิ้งเลขาลงข้างทางหลังออกจากตัวตึกไม่เท่าไร ทั้งน้ำเสียงและสายตาบอกชัดเจนว่าไม่อยากให้อยู่ต่อแม้แต่นิดเดียว…เพราะภายในรถคันหรูเงียบสนิทแจจุงจึงได้ยินเสียงหายใจฟืดฟาดอย่างคนระงับอารมณ์ แต่ก่อนที่เส้นความอดทนที่กำลังตึงเปรี๊ยะจะขาดเขากลับได้ยินเสียงถอดถอนหายใจจากอีกฝ่าย

 

“เห็นทีคงจะไม่ได้ครับ…ถ้าคุณแจจุงหนีเที่ยวจะทำยังไง?” น้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ได้แฝงไว้ด้วยความกวนประสาทแต่ทันทีที่ได้ยินเล่นเอาแจจุงควานหาลิ้นตัวเองแทบไม่เจอ สัญญาณไฟฉุกเฉินที่กดเปิดค้างไว้เมื่อผู้โดยสารที่ต้องการไล่ให้ลงกลับไม่ลุกออกไปไหน..ราวกับกำลังเล่นเกมส์จ้องตาผ่าน ความมืดมิดซึ่งมีแสงของไฟหน้ารถยนต์คันต่างๆที่เคลื่อนผ่านเป็นตัวช่วย

 

ใบหน้าบึ้งตึงสนิทเป็นของแจจุง ฝ่ายเจ้านายที่ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันบ้าอะไรถึงได้เจอแต่เรื่องน่าหงุดหงิดใจไปเสียหมด

 

“ฉันนัดเพื่อนไว้” พูดเสียงต่ำแต่น้ำเสียงที่คำรามออกมาก็ยังแฝงไว้ด้วยความหวานที่เจ้าตัวซ่อนไว้ไม่มิด เลขาหน้าตายหยักหน้าอย่างใจเย็นพร้อมทั้งเข้าใจ

 

“ถ้างั้นผมจะไปด้วย….”

 

.

.

.

PASSION’s  66

 

            บริกรเดินเข้ามาต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

เพราะรู้กันดีว่าร่างเพรียวที่เดินเข้ามาเป็นถึงลูกค้าขาประจำตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวนั้นยังเรียนอยู่ จนตอนนี้การแต่งตัวภูมิฐานเข้าผับก็ยิ่งดูโดดเด่นน่าจับตามอง..ที่แปลกตาเห็นจะเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งแต่สันทัดกว่าทางด้านหลัง ใบหน้าเรียวที่ปกปิดด้วยการใส่แว่นทรงกลมพร้อมทั้งผมหน้าม้าเหนือคิ้วที่เห็นทีแรกยังรู้สึกชอบกลแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ที่สงสัยเพราะหน้าตาแปลกไป โดยปกติคิมแจจุงจะไม่มากับผู้ชายหน้าไหนยกเว้นปาร์คยูชอนเพื่อนสนิท หรือไม่ก็หญิงสาวที่พามานั่งดื่มเพื่อคุยแลกเปลี่ยนบรรยากาศ

 

มันก็เลยน่าสงสัยอยู่ไม่น้อย

 

อีกอย่างที่สำคัญใบหน้าที่…เอ่อ…หล่อเหลา จะพูดอย่างเต็มปากเต็มคำก็ไม่ค่อยจะได้ทั้งๆที่ในใจส่วนลึกอยากจะบอกว่าทั้งสวยทั้งหล่อ น่ามอง ดึงดูด แต่เห็นว่าถ้าพล่ามอะไรที่มันเกินควรคุณแจจุงอาจจะปล่อยหมัดหนักๆซัดลงที่แก้มสักซีกได้ หน้าที่ของเขาซึ่งเป็นเด็กหนุ่มผู้รอบรู้และช่างสังเกตการณ์จึงได้แต่มองตามแผ่นหลังของคนสองคนเดินเข้าไปข้างใน ได้แต่เก็บงำความรู้สึกแปลกๆที่เห็นคุณแจจุงมีใบหน้าบึ้งตึงรวมถึงการได้สบสายตาชายหนุ่มอีกคนที่คุณแจจุงปล่อยให้เดิน ตามมา

 

ทั้งเรียบนิ่งและไม่เปิดเผยความรู้สึกใดๆ

 

จากการพบปะคนมากมาย เด็กหนุ่มบอกกับตัวเองว่าผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดา…

 

.

.

                เมื่อเดินเข้ามาในส่วนที่ลึกที่สุดจะได้มุมที่จองไว้สำหรับแขก ‘วี ไอ พี’ ยุนโฮลอบปิดปากและจมูกเพราะกลิ่นที่อบอวลในร้านนี้แทบจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่าบริสุทธิ์เลยแม้แต่น้อย เมื่อมองเห็น ‘นัด’ ที่เจ้านายคนเก่งปฏิเสธไม่ได้ก็รีบทำตัวเป็นเลขาที่ดีคือการโค้งทักทายและสวัสดีตามธรรมเนียม ยูชอนยิ้มรับหน่อยๆมองจากสารรูปเพื่อนรักก็พอจะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

เด็กถูกคุมความประพฤติ…หนีเที่ยวกลางดึกไม่ได้…

 

“ผมชื่อยูชอน….เป็นเพื่อนของแจจุงครับ..เราคงได้เจอกันอีกบ่อยๆตราบใดที่คุณยังเป็นเลขาให้เพื่อนผมอยู่” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงของยูชอนทำให้แจจุงฉุนหนัก ร่างบางกระแทกตัวนั่งกับโซฟาด้วยความหงุดหงิด ยูชอนรู้อยู่ก่อนหน้าจึงสั่งเครื่องดื่มรอไว้ก่อนแล้ว และทันทีที่แจจุงนั่งเครื่องดื่มก็ถูกยกมาวางตรงหน้าอย่างรู้ใจ  ยูชอนหันกลับไปยิ้มให้เลขาหน้านิ่งของแจจุงอีกครั้ง

 

“ขอโทษนะครับผมไม่รู้ว่าคุณเลขาจะตามมาด้วยเลยไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรให้”

“ผมไม่ดื่มครับ…ขอบคุณมาก…”ตอบกลับอย่างสุภาพ รอยยิ้มที่ยูชอนไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนยิ้มแบบนี้มาตั้งแต่เกิดหรือแสยะยิ้มโชว์ฟันให้เขากันแน่ แต่โดยรวมเขาก็รู้สึกเฉยๆกับหมอนี่ ไม่ได้ไม่ถูกชะตาเอาเสียเลยแบบแจจุง…โอเค สไตล์การแต่งตัวอาจจะเฉิ่มอย่างที่แจจุงมัน บอก แต่เท่าที่ดูถึงจะเลวร้ายในสายตาแจจุงแต่มันก็ไม่ได้แย่มากถึงขนาดจะรับไม่ได้นี้หน่า

“โตมาได้ไงวะเนี้ย?” แจจุงพึงพำก่อนจะกระดกเตกีล่าครั้งเดียวหมดแก้ว (!!)

“เอาหน่า....ถือว่าเป็นการต้อนรับเข้ามาเป็นเลขาคนใหม่ให้แจจุงนะ…ฉันได้ยินมันเล่าว่าแม่มันคุมประพฤติอยู่” ถึงตรงนี้ยูชอนก็ปล่อยเสียงหัวเราะไม่ปิดบัง เรียกสายตาเขียวปั๊ดให้หันกลับมามอง “แล้วแจจุงมันก็ดื้อมากนะ เตือนไว้เลย…ทางที่ดีเรามาสร้างสัมพันธ์ดีๆกันดีกว่า”

 

“ปาร์คยูชอน” แจจุงเรียกเพื่อนเสียงเขียว จู่ๆก็ไปญาติดีกับไอ้พอตเตอร์ ไหนเมื่อเที่ยงยังบอกจะหาทางกำจัดให้อยู่เลยไง

 

“อะไรหว่า…ยุนโฮสั่งเลย…จะเอาอะไรล่ะ..”

“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากตื่นสายและไปทำงานสาย…”

 

กึก..!

 

แจจุงเบนสายตากลับไปที่ร่างสูง…นี่มันจงใจกระทบกระเทียบเขาหรือเปล่านะ…แต่ก็ไม่เห็นมันส่งสายตามาทางเขา รอยยิ้มแยกเขี้ยวของมันส่งมาให้ยูชอนและนั่นทำให้แจจุงเบือนหน้าหนี

 

“คุณแจจุงก็อย่าดื่มหนักเลยนะครับ...พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาจะอาการแย่เอาเหมือนเมื่อเช้า…”

 

ถึงตรงนี้ยูชอนก็หูผึ่ง กำลังจิบวิสกี้สบายๆแต่ต่อมความอยากรู้อยากเห็นทำงาน…ก็แหม..ไอ้เพื่อนรักเขามันหวงแหนชีวิตส่วนตัวยิ่งกว่าอะไรดูได้จากที่มันพยศไม่ยอมแต่งงานกับแม่ของมัน เรื่องคอนโดที่อยู่ก็เป็นที่ลึกลับซับซ้อน…จริงๆก็ไม่หรอก แต่แจจุงบอกว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากให้ไปหาหรือเข้าไปทำอะไรวุ่นวาย ถึงมันจะชอบหิ้วสาวเล็กสาวใหญ่แต่ส่วนมากก็เปิดห้องเอา แต่นี่อะไร ไอ้คุณเลขาหน้ายาวกลับได้ขึ้นห้องแจจุงหมาดๆเมื่อเช้านี้

 

อื้อหือออออออออออออออ!!

 

“ฉันไม่แฮงค์หรอกน้า…ยุ่งวุ่นวายจริงๆ…” เสียงบ่นอย่างหงุดหงิดของแจจุงทำให้ยูชอนได้แต่ส่ายหน้าเอือมๆ ไอ้ที่เมื่อคืนดื่มเอาๆนี่ไม่เมาเลย?? เขางี้ต้องปาดเหงื่อเช็ดไคลตัวเองตั้งหลายยกกว่าจะลากพ่อเจ้าประคุณกลับบ้านและไปส่งที่คอนโดชุดของมันได้ แจจุงไม่ใช่คนคอแข็งแต่ก็ไม่ถึงกับอ่อนขนาดสามช๊อตแล้วจอด เป็นคนดื่มเหล้าธรรมดาที่อาจจะมึนบ้าง แฮงค์บ้างตามปะสา แต่แจจุงก็เป็นพวกที่ดูแลตัวเองได้ดี เจ้าตัวรู้ลิมิตและระดับการดื่มโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยยกมือห้าม เพราะต้องขับรถกลับเองทั้งยังการดื่มก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของกิจกรรมยามค่ำคืน ไม่ใช่กิจวัตรหลักซะทีเดียว เพราะแบบนี้ยูชอนจึงไม่ค่อยเป็นห่วงเพื่อนรักสักเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าเลขาคนใหม่ของไอ้แจจุงจะยังไม่รู้จึงได้ทำสีหน้าไม่พอใจและเหม็นเบื่อขนาดนี้

 

“ผมว่าเรากลับกันดีกว่าครับ…ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว คุณแจจุงมีประชุมตอนเช้าด้วย กลับไปพักผ่อนจะดีกว่าครับ…” เห็นเลขาที่ทำท่าจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้ แจจุงก็ร้องโวยวายลั่น นี่มันยังนั่งตูดไม่หายเย็นเลยนะจะลากกลับบ้านแล้วหรอ?! แจจุงเขยิบหนีจนตัวติดกับยูชอนที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความกระอักกระอ่วน จะยื่นมือเข้าไปช่วยก็อยากอยู่ แต่ก็อยากแกล้งเพื่อน    อยากเห็นแจจุงสภาพนี้เหมือนกัน

 

“ยูชอน..ช่วยกูด้วย…กูไม่ไป..ไม่ไปไหนทั้งนั้น…” คราวนี้แจจุงเริ่มร้องแหกปาก หนุ่มยูชอนที่ถูกเพื่อนเกาะได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนหน่อยๆไปให้คุณเลขาหน้ายาวที่ตอนนี้ไม่แสดงหรือบ่งบอกอารมณ์ใดๆ ยูชอนสังเกตได้นิดๆว่าอีกฝ่ายดูไม่ชอบใจเท่าไร ใบหน้าติดจะยู่ยี่ เพราะเสียงที่ดังและกลิ่นที่เหม็นตลบอบอวล

 

ท่าจะไม่เคยเที่ยวจริง…

 

“เห้ยแจจุง…แกกลับไปเหอะวะ…”

“ไม่!”

หันมาตะโกนใส่หน้าเพื่อนพลางทำหน้าหงอยแต่ก็แค่สองวิเพราะมันช้อนตาขึ้นใหม่พร้อมกับนัยที่ว่า “มึงต้องช่วยกูอย่างที่มึงพูด ไอ้ปาร์ค!!!”

 

ยูชอนลอบกลืนน้ำลาย มองเพื่อนสลับกับเลขาเพราะเกิดวางตัวไม่ถูก นี่ถ้าเขายื่นมือไปช่วยไอ้พอตเตอร์จะทำอะไรเขาไหมนะ เพราะดูจากสายตาก็เริ่มไม่มั่นใจ ไอ้คุณเลขาทำตัวเป็นผู้ปกครองเต็มรูปแบบ ก็ได้ข่าวว่าไอ้แจจุงก็อายุปาไป 25 แล้วนะไม่ใช่เด็กประถมเสียหน่อย

 

“ผมว่าคุณยุนโฮใจเย็นๆก่อนนะครับ…ปล่อยให้แจจุงมันดื่มต่ออีกสักนี้ดดด” ยูชอนเกลี่ยกล่อมไม่ได้มองหน้าเพื่อนที่จ้องอย่างกินเลือดกินเนื้อใส่เลขา ส่วนยุนโฮที่ก้มลงมองสภาพเจ้านายในใจอาจจะนึกเอือมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง ยูชอนยิ้มประเหลาะรู้สึกหนักไหล่ขึ้นมาตะหงิดเพราะไอ้ลูกลิงคิมแจจุงยังไม่ปล่อยเขาไปไหน

 

“มึง…ปล่อยกูสักที…” ยูชอนกระซิบ แจจุงทำปากยื่นเล็กน้อยขณะที่ลอบมองยุนโฮที่ตอนนี้กลับไปนั่งที่ของตัวเองแล้ว ปากกลมขยับพูดอะไรนิดหน่อยโดยที่ยูชอนไม่ทันได้สังเกต

 

“ไอ้ผู้ชายร้ายกาจ…”

 

 

                หลังจากดื่มสังสรรค์เล็กๆน้อยๆกับเพื่อนสนิท ถึงจะไม่มีการส่งสายตาหาผู้หญิงอย่างที่ทำประจำเพราะรับรู้ถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องมองอยู่ แม้ทุกครั้งที่หันกลับไปจะพบเพียงความว่างเปล่าเพราะอีกฝ่ายไม่ได้สนใจตนเองก็เถอะ แต่มันก็น่าหงุดหงิดไม่น้อย แต่ไอ้ความหงุดหงิดที่ว่าก็หายไปหลังจากได้ดื่มกับเพื่อนรู้ใจอย่างปาร์คยูชอน แอลกฮอล์ที่มีอยู่ในเลือดก็ติดจะให้ความรู้สึกมึนๆ พอเดินมาถึงรถก็ถูกไอ้เลขาหน้ายาวจับเนื้อต้องตัวนิดหน่อย โวยวายใส่หน้ามันอย่างเหลืออดแต่สุดท้ายก็เผลอหัวเราะออกมา

 

ไม่แน่ใจว่าเห็นไอ้หน้ายาวนั่นส่ายหน้าหรือเปล่าเพราะรู้ตัวอีกทีตัวเองก็หล่นตุ้บไปที่เบาะหลัง

 

“ฉันจะขับ!!”

 

“ผมขับแล้วคุณนอนไปจะดีกว่า” เพราะหลังเลิกงานใช่ไหมหมอนี่ถึงได้กล้าขึ้นเสียงกับเขา แจจุงยู่หน้าเล็กน้อย

“แต่ฉันไม่ได้เมา”

“แต่ผมไม่ให้คุณขับ…”

“นายมีสิทธิ์อะไรห๊า! มีสิทิ์อะไรนักหนา..ปล่อยนะเว้ย! นี่มันรถฉัน…”

ร้องโวยวายเหมือนเด็กไม่มีผิด…จองยุนโฮลอบมองเจ้านายคนเก่งที่นอนเลื้อยอยู่เบาะหลัง ใบหน้าเรียวเล็กลอบส่ายอย่างนึกปลง นี่แค่วันแรกก็รู้สึกเหมือนได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่เสียแล้ว

 

“เพราะผมเป็นเลขาคุณไงครับ…”

“เลขาบ้าบออะไรทำงานดึกดื่นปานนี้…นายควรจะกลับบ้านไปหาลูก หาเมียได้แล้ว…”

แจจุงบอกทั้งที่ยังหลับตา มือบางเลื่อนปลดไทและกระดุมออกด้วยมือเดียว….ยุนโฮเพียงลอบยิ้มบางๆหลังจากขับรถออกมาได้ไม่เท่าไรเจ้านายก็หลับไปเสียแล้ว…

 

 

แต่..แต่พอจอดรถแล้วดับสนิทเจ้านายคนเก่งก็มีปฏิกริยาตอบกลับทันที ร่างบางเด้งตัวขึ้นจากเบาะนัยน์ตาคู่สวยไร้แววว่าเคยเมามาก่อน ยุนโฮผงะไปนิดเมื่อแจจุงลงแล้วปิดประตูเองเหมือนคนปกติ

 

“เอากุญแจรถฉันคืนมา…แล้วจะไสหัวไปไหนก็ไปเลย…”

 

ยุนโฮยอมยื่นคืนให้แต่โดยดี ถ้อยคำของร่างบางถึงจะไม่น่ารักและไม่น่าคบสักเท่าไรแต่ก็ไม่ได้ทำให้ยุนโฮเดินหนีหายไปไหน ซ้ำยังเดินตาม’เด็ก’ บางคนที่เดินเข้าลิฟต์พร้อมใบหน้าบึ้งตึง

 

ตั้งแต่เจอกันมายังไม่เคยเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย…ไหนเขาบอกกันว่าคุณคิมแจจุงเนี้ยยิ้มสวยยิ้มเก่งไม่ใช่หรือไง?

 

“จะตามมาทำไมอีกล่ะ!!” เห็นว่าเลขาคนใหม่ยังยุ่งวุ่นวายไม่เลิกแจจุงเลยตะคอกถามกลับไป ยุนโฮลอบมองเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากตัวลิฟต์ก่อนหน้าแจจุง ความระคนสงสัยเกิดขึ้นพร้อมกับวิ่งไปดักหน้าร่างที่สูงกว่า…นิดหน่อย…

 

“นายจะไปไหน ไปห้องฉันหรอ ไม่นะ…ออกไป..กลับบ้านนอกแกไปเลยนะ!!” ทั้งผลักทั้งดันแต่อีกฝ่ายก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อยจนคนที่ตะโกนเย้วๆนี่เริ่มเหนื่อย…

“บอกให้กลับบ้านไปไง…” ดันไหล่หนาของอีกฝ่ายสุดแรงเกิดจนไม่ได้สนใจเสียงถอนหายใจของอีกฝ่าย ยุนโฮแกะมือของแจจุงออกจากไหล่พลางดันแว่นของตัวเองหลังจากโดนเขย่ามากๆก็เลื่อนหลุด

 

“นี่แหละครับ…ที่พักผม…ราตรีสวัสดิ์ครับ…เจ้านาย..”

 

ปัง!

 

แจจุงหน้าเหวอนึกทบทวนกับตัวเองอยู่สามวิ…มองบานประตูฝั่งตรงข้ามพลางครุ่นคิด…ด้วยสมองที่แสนชาญฉลาดหลังได้รับการดื่มแอลกฮอล์ก็ดูเหมือนว่าจะทำงานได้ช้าลงอย่างน่าตกใจ

 

เดี๋ยวนะ

 

 

นี่มัน…

 

 

ห้องตรงข้ามกับกูนิ!!

 

 

TBC.

 

AN :: น่าจะพอนึกออกนะค่ะ ยุนโฮกับแว่นตากลม >< ,, ดูๆไปแล้วฟิคเรื่องนี้ไร้สาระจังเลย 555555 ยังไม่ไปไหนเลย แต่ยังไงก็ช่วยติดตามกันด้วยน้า *กระพริบตาปริบๆ* ( . __________ .)

Comment

Comment:

Tweet

555 ห้องตรงข้าม ดูแลระยะประชิด จริงจริง พ่อเลขา
ติดตามต่อนต่อไปค่ะ สนุกจังbig smile

#5 By hnai on 2012-04-28 10:17

รอพาร์ทหน้าค่ะ น่ารักจัง><

#4 By dongjae su on 2012-04-28 07:32

สนุกจัง ขอบคุณนะคะ

#3 By Demon_pnzisvip on 2012-04-27 00:34

ชักอยากให้แจจุงเขย่าๆๆยุนโฮให้แว่นแฮร์รี่พอตเตอร์หลุดจากหน้า
จะได้รู้ว่ายุนโฮหล่อขนาดไหน ไม่ได้เฉิ่มเลยหนา~
(ถึงใส่แว่นกลมผมม้าเหนือคิ้วก็หล่อค่า 55555)

ยุนโฮมาเป็นเลขาหรือมาเลี้ยงเด็ก
แจจุงงอแงมาก น่ารัก 55555

#2 By U-Ro (125.24.168.253) on 2012-04-26 11:25

น่าสนุกอ่ะ...ตามๆๆๆ มาอัพไวไวนะคะจะรออ่านค้า ^^big smile big smile

#1 By Ao yunjae cass (110.49.248.215) on 2012-04-25 23:37