[SF] - Memorable - YUNHOxJAEJOONG [3/3]

posted on 06 Feb 2012 12:39 by zensedayz in SF-TVXQ directory Fiction

Title :  - Memorable -

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC 

Rate : PG -13     

Pariring : Yunho x Jaejoong

 

 

ยุนโฮบอกว่าวันนี้จะพาไปเที่ยว

ยุนโฮบอกว่าวันนี้จะพานั่งรถไฟให้ทั่วกรุงโตเกียว

ยุนโฮบกว่าวันนี้จะพาไปทุกที่ที่อยากไป

ยุนโฮบอกว่า…

 

“อื้อ…” แจจุงพยายามอย่างหนักในการขยับเปลือกตาที่แสนหนักอึงขึ้นเปิด แต่มันทั้งร้อนทั้งแสบไปหมด

“แจจุง…” สัมผัสอุ่นๆทาบลงที่หน้าผาก สีหน้าของยุนโฮติดจะกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่ออุณหภูมิในร่างกายของแจจุงไม่ค่อยปกติ…

“ตัวร้อนๆ…ไม่สบายเหรอแจจุง?”

“ไม่..ไม่ฮะ..”เสียงแหบแห้งเอ่ยตอบ ทั้งๆที่ร่างกายมันฟ้องทั้งภายนอกและภายในแต่ในสมองก็คิดแค่ว่าถ้าตอบไปว่าไม่สบายก็ต้องนอนซมที่บ้านอีกหนึ่งวัน

“เห็นๆอยู่ว่าไม่สบาย..เอางี้ กินข้าวแล้วกินยานะ…”

“งื้อออ..ยุนโฮ..แจจุงไม่เป็นไร แจจุงสบายดี..ไม่เอานะ..ไม่กินยา..ไม่นอน..” เสียงเล็กqเอ่ยโวยวายทันทีเมื่อยุนโฮทำท่าจะลุกไป เขาลูบหัวเล็กเบาๆ

“กลัวไม่ได้เที่ยวล่ะสิ..”

“อื้อ..” แจจุงทำปากยื่นพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว มือบางที่ติดจะร้อนเกาะแขนหนาคล้ายจะอ้อน

“ไม่เอาน้า สภาพแบบนี้จะไปเที่ยวได้ไง”

“แต่…”

“ไม่มีแต่…กินข้าว กินยา…นอน…”

“โธ่..ยุนโฮ…” แจจุงครางหงิงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะปวดหัวจี๊ดจริงๆและที่สำคัญตามันก็เริ่มมึนๆเบลอๆเหมือนจะเห็นยุนโฮแยกออกเป็น แปดคน

“ยุนโฮแปดคน…ไม่อ่ะ..” พึมพำก่อนจะล้มลงไปฟุบกับที่นอน ยุนโฮจึงได้แต่อมยิ้มบางๆ ลูบหัวเด็กดื้อของเขาที่ปากก็บอกไหวแต่ร่างกายกลับไปก่อน…

“เดี๋ยววันนี้จะดูแลและบริการอย่างดีเลย..ไม่ต้องห่วง” พูดกับคนที่หลับตาพริ้มเพราะพิษไข้ก่อนจะลุกไปทำหน้าที่บุรุษพยาบาลในวันนี้ โดยเริ่มต้นจากการเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายด้วยโจ๊กสำเร็จรูป..ยุนโฮจำต้องขมวดคิ้วเพื่ออ่านวิธีการทำมันอยู่หลายต่อหลาย ครั้ง ตลอดการใช้ชีวิตหนุ่มโสดเขาไม่เคยคิดที่จะทำอะไรให้คนอื่นหรือตัวเองแม้แต่น้อย แต่เมื่อนึกถึงร่างบางที่ต้องนอนซมพิษไข้บนเตียงเขายุนโฮกลับตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้กระวนกระวายและเป็นห่วงถึง เพียงนี้

ชายหนุ่มตั้งเตาพร้อมน้ำสะอาด อุ่นจนร้อนพอดีก่อนจะเทซองโจ๊กอย่างง่ายลงไป ใช้ที่คนแตะปลายเพื่อชิมรสและพบว่ามันจืดชืดไร้รสชาติ…เมื่อคิดดไปว่าคงเป็นโจ๊กรสชาติแย่สำหรับใครบางคนแต่ก็ช่วยไม่ได้ในขณะที่ป่วยก็ควรหลีกเลี่ยงของเผ็ดร้อนที่มากเกินพอดี

เขาตักใส่ชามกระเบื้องพร้อมกับน้ำเปล่าเพื่อยกไปให้แจจุงในห้อง พบลูกพี่ลูกน้องนอนขดโดยซุกตัวกับผ้าห่มผืนหนา ยุนโฮเข้าไปใกล้ใช้หลังมือแตะลงที่หน้าผากและปรางแก้มใส เวลาผ่านไปไม่นานแต่ไข้ของแจจุงกลับพุ่งขึ้นสูงจนยุนโฮยังรู้สึกได้

“แจจุง..กินข้าวก่อนนะ…” เขากระซิบบอกแต่แจจุงกลับเอาแต่พึมพำว่าหนาวๆ ยุนโฮจำต้องช้อนร่างบางขึ้นมาและบังคับฝืนใจแจจุงนิดหน่อยในการทานข้าว

“ไม่เอา…” แจจุงเบ้หน้าทันที เสียงหวานแหบพร่าคล้ายคนขาดน้ำทั้งยังริมฝีปากที่แตกจนสังเกตได้ เนื้อตัวก็แดงจัดและมีเม็ดเหงื่อเกาะพราวอยู่ตามใบหน้าและลำตัว

“ไม่อยากกินก็ต้องกิน….ถ้าดื้อจะหายได้ยังไง?” ยุนโฮเลือกที่จะใช้ไม้แข็งกับแจจุงแต่ร่างบางเอาแต่เบ้หน้าหนี   อารมณ์ตอนนี้อยากนอนมากกว่าการฝืนใจและสังขารมากินข้าว กินยา

“..ไม่…” พูดเสียงเบาก่อนจะล้มลงไปอีก สุดท้ายยุนโฮก็ต้องถอนหายใจแล้วพูดเบาๆ

“ไม่กินก็ไม่หาย..ไม่หายก็ไม่ได้เที่ยวหรอกนะแจจุง…” แจจุงถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ฟังแต่เรี่ยวแรงที่มีกลับทำได้แค่กระพริบตาขึ้นมอง ยุนโฮก้มลงมาใกล้ ใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน แจจุงหนาวไปหมดแต่สัมผัสจากยุนโฮกลับอบอุ่นจนอยากให้อีกฝ่ายกอดเขาไว้ ขณะที่สายตาคู่คมจ้องมองเข้ามาในแววตาเขาแจจุงรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถปฏิเสธผู้ชายคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

 

 

“กินข้าวแล้วกินยานะ…เดี๋ยวพี่ป้อน…”

 

ยุนโฮทำตามที่พูดหลังแจจุงที่ทำปากงอนอย่างน่ารักแล้วพยักหน้ารับส่งๆ แจจุงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยมีบุรุษพยาบาลหนุ่มจำเป็นกำลังถือชามโจ๊กที่ต้มเองกับมือไว้พลางใช้ช้อนตักแล้วเป่าเบาๆ พอให้อุ่นสำหรับรับประทาน

แจจุงทานด้วยสีหน้าปุเลี่ยนเพราะทุกคำนอกจากจะไม่รับรู้รสชาติยังรู้สึกว่าโจ๊กชามนี้มันขมอย่างประหลาดแต่สุด ท้ายในท้ายที่สุดยุนโฮก็ป้อนให้แก่ร่างบางจนหมดชาม แจจุงดื่มน้ำสำทับทำท่าจะล้มตัวลงนอนอีกทีทว่า…

“เดี๋ยว..กินข้าวแล้วกินยาด้วยสิ…” แจจุงเบ้หน้าหนักกว่าเก่า หลังทานข้าวถึงจะรู้สึกมีเรี่ยวแรงแต่ก็ไม่มากพอที่จะขยับกายไปไหน จะยกแขนยกขากลับรู้สึกชาไปหมด แจจุงคิดว่าเขาเกลียดช่วงเป็นไข้ไม่สบายที่สุดเพราะมันจะครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดหัวและทำอะไรที่อยากทำไม่ได้ และเขาก็จะเกลียดมันอีกทบทวีคูณ มันทำให้ทริปตะลอนญี่ปุ่นครั้งแรกของเขาล่มไม่เป็นท่า…

ยุนโฮยื่นเม็ดยาพร้อมแก้วน้ำมาให้..แจจุงยื่นปากกลมของตนเอง ค่อยๆช้อนนัยน์ตาขึ้นสบอย่างแช่มช้า

“ไม่กินได้ไหมยุนโฮ…” ร่างสูงส่ายหน้า เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าร่างบางที่ทำหน้าหงอย

“กินเข้าไปเถอะ…”

“งื้อ..”

“แจจุงคนเก่ง..กินยานะครับ..หรือจะให้จับป้อน…” ยุนโฮยื่นหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่ได้สนใจคนป่วยแม้แต่น้อยที่เผลอชะงักอย่างตกใจพร้อมทั้งหลบสายตาของอีกฝ่ายเพราะหัวใจที่เริ่มเต้นรัว

“ป้อน..ยุนโฮจะป้อนยังไงเล่า?” พูดเสียงหงุงหงิงเสียจนยุนโฮฟังไม่รู้เรื่องจนต้องขยับเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้น

“จับกรอกปากไง…”

“บ้า!” ยุนโฮระเบิดเสียงหัวเราะก่อนจะยื่นยาแก้แพ้อากาศและยาลดไข้

สองเม็ดที่เหมือนฝันร้ายเกลียดแสนเกลียดแต่ก็พบเจอกับมันอยู่บ่อยๆ แจจุงที่มองเม็ดยาสองเม็ดราวกับสัตว์ประหลาดที่มนุษยชาติเพิ่งทำการค้นพบ มองมันสลับกับใบหน้าของยุนโฮที่พยักหน้าช่วยราวกับจะเร่ง ชายหนุ่มที่รออยู่นานเริ่มจะทนไม่ไหวจะจับคางอีกฝ่ายเพื่อเปิดแล้วกรอกยาลงปากอย่างที่ว่าจริงๆ

“อื้อ!...ไม่ๆ..กินแล้วๆๆ” แจจุงร้องห้ามเสียงหลงคว้ายาที่จดๆจ้องๆอยู่นานก่อนจะกระดกมันลงคอตามด้วยน้ำจนหมดแก้ว..แต่สุดท้าย..ไอ้รสขมๆก็ยัง ติดอยู่ที่โคนลิ้นอยู่ดี

“เก่งมากเด็กน้อย..” ยุนโฮขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูด้วยแรงที่ไม่มากนัก แจจุงอยากจะงอนอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดทว่ายุนโฮกลับดูแลเขาอย่างดีเพราะพอทานยาได้ยุนโฮก็รีบขยับที่ทางให้แจจุงได้นอน พักผ่อนทันที

“เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้นะ……” แจจุงพยักหน้าก่อนจะนึกขึ้นได้

“เห?..เช็ดหลังจากนี้ไม่ได้หรอ ขอแจจุงนอนก่อนนะ…”

“ก็ปล่อยให้นอนแต่เดี๋ยวเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไง”

“ไม่เอา! ไม่ได้นะ!” ถึงจะไม่มีแรงแต่ก็พยายามปฏิเสธสุดเสียง ท่าทีแบบนั้นทำให้ยุนโฮอดนึกสงสัยไม่ได้ว่าเพราะอะไร แต่ก่อนอาบน้ำแก้ผ้าด้วยกันออกบ่อย นี้แค่จะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เท่านั้นเอง

 

“ทำไมกัน? พี่แค่จะเช็ดตัวเองนะ คิดอะไรทะลึ่งๆอยู่หรือไง?” ยุนโฮพูดดักและนั่นเป็นครั้งแรกที่แจจุงรู้สึกขอบคุณการเป็นไข้ครั้งนี้ที่ทำให้ยุนโฮไม่เห็นว่าเขาหน้าแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศ

 

จนแล้วจนรอดแจจุงก็ต้องนอนนิ่งๆปล่อยให้ลูกพี่ลูกน้องปรนนิบัติเขาอย่างดีอย่างที่เจ้าตัวบอก  ผ้าห่มผืนหนาถูกโพรงออกช้าๆ แจจุงรู้สึกหนาวทว่าเนื้อกายเขาร้อนและมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด สติที่ประคับประคองอยู่ก็แทบหมดไม่มีเหลือ เห็นเพียงอ่างน้ำที่หัวเตียงและยุนโฮที่ทิ้งตัวลงนั่งด้านข้าง

ชายหนุ่มเริ่มต้นบิดผ้าผืนเล็กในมือให้หมาด เช็ดใบหน้าและลำคอที่แสนซีดเซียว บรรเทาอุณหภูมิในร่างกายของอีกฝ่าย แจจุงหลับไปแล้วคงเป็นเพราะต้านทานพิษไข้และฤทธิ์ของยาไม่ไหว คนตัวบางติดออกจะสั่นอยู่เล็กๆ เมื่อใช้มือทาบจับก็ยังพบว่าร้อนจัดอยู่

เมื่อเช็ดที่ผิวเนื้อเปล่าเปลือยด้านนอกเสร็จ ยุนโฮจึงเลิ่กชายเสื้อยืดของอีกฝ่ายขึ้น

 

เท่านั้นเองที่เขารู้สึกว่าคิดผิดแล้วที่รับหน้าที่บุรุษพยาบาลจำเป็นที่ดูแลคนป่วยเกินหน้าที่

 

ภาพที่ปรากฏคือหน้าท้องแบนราบพร้อมกับเอวคอดกิ่ว พอจะรู้อยู่บ้างว่าแจจุงผอม แต่ไม่คิดว่าร่างกายของแจจุงยามโตขึ้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน เขาใช้ผ้าซับตามแผ่นท้องและลามเลียไปยังแผ่นอก เสียงแจจุงครางหงิงออกมา ตอนนั้นเองที่ยุนโฮรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาจับเอวน้อง ผิวน้องนุ่มลื่นและเนียนละเอียดไปทุกอณูขุมขน เขาโน้มตัวลงไปใกล้ช้อนคนตัวบางขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเช็ดแผ่นหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ

เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังหวังหรือคิดอะไร แต่เขาปฏิบัติทุกอย่างเหล่านี้ซ้ำๆอย่างแช่มช้า อาจเป็นการเก็บเกี่ยวที่หวังผลอยู่ฝ่ายเดียว หัวใจเขาเต้นระรัวยามได้กลิ่นที่คุ้นเคย เผลอเม้มริมผีปากเมื่อมองเห็นใบหน้าชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย วันนั้นทั้งวันยุนโฮไม่ได้ทำอะไรนอกจากเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนน้ำและเช็ดตัวเพื่อให้แจจุงไข้ลด

 

หลังจากเวลาช่วงเช้าไหลเลยมายังช่วงบ่าย เขาก็ยังคงนั่งเกาะขอบเตียงไม่ไปไหน กิจกรรมยามว่างหากอยู่คนเดียวเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนหรืออ่านหนังสือที่น่าสนใจ แต่ในเวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าแจจุง  

ร่างบางหลับสงบอยู่ภายใต้ผ้าน่วมผืนหนาที่ถูกยกขึ้นมาคลุมอย่างมิดชิดจนถึงลำคอ เขาเกลี่ยปอยผมอีกฝ่าย ปัดมันให้พ้นจากดวงหน้ารูปหวาน ช้อนมือของแจจุงขึ้นมาไล้วนเป็นวงกลม การกระทำที่แจจุงชอบให้เขาทำตอนที่อีกฝ่ายนอนไม่หลับ แจจุงบอกเหมือนกำลังถูกยุนโฮกล่อม แจจุงจะเคลิ้มและหลับได้อย่างปลอดภัย

 

ทุกๆความคิดเขาวนเวียนอยู่แต่กับร่างบาง ยิ่งน้องมาอยู่ใกล้ก็ยิ่งรู้สึกหวงแหนไม่อยากให้จากไปไหน และมันคงเป็นความเห็นแก่ตัวที่มากเกินกว่าจะให้อภัย เขากดจูบที่กลุ่มผมนุ่มแผ่วเบาไล้ปลายจมูกมายังแก้มเนียนใส กระซิบบางเบาหวังให้แทรกซึมสู่โสตที่ดิ่งลึกภายใน

 

“หายไวๆนะแจจุง…”

 

 

ตากลมกระพริบปรือยามรู้สึกกระสับกระส่ายต่อร่างกายนี้เต็มทน เหมือนได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มทีร่างกายจึงพอมีเรี่ยวแรงกลับคืนมา มือบางจับยกแตะหน้าผากวัดไข้ตนเอง ไม่รู้หรอกว่ามันปกติดีหรือยังแต่ไอ้อาการเวียนหูเวียนหัวดูจะบรรเทาลงไปมาก เขาค่อยๆดันตัวเองขึ้นมานั่ง มองไปรอบห้องไม่มีใครนอกจากตนเอง

ทำท่าจะลุกลงจากเตียง ตอนนั้นเองที่รู้สึกว่าร่างกายยังไม่กลับมาหายเป็นปกติ เพราะรู้สึกว่าโลกมันโครงเครงและเวียนหัวขึ้นเฉียบพลัน แจจุงนั่งพักที่ขอบเตียงสบัดไล่ความมึนงงออกไปเล็กน้อย คราวนี้เขาคงเป็นไข้สูงแน่แท้

“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามหลังเปิดประตูเข้ามา แจจุงหันกลับไปมองเห็นลูกพี่ลูกน้องในชุดลำลองสบายๆ เสียงหวานตอบกลับแหบครางเครือ ร้องจะเอาแต่น้ำเพราะรู้สึกว่าลำคอมันแห้งผากอย่างกับผง แสบระคายไปหมดจนไม่อยากพูดกับใคร

ได้ยินเพียงเท่านั้นยุนโฮก็กระหวีกระหวาดหาน้ำให้อีกฝ่ายจนดูร้อนรนไม่ปกติ แจจุงรับน้ำมาดื่มอั่กๆหมดไปเแก้วครึ่ง รู้สึกตื่นเต็มตาและได้รับพลังกลับคืนมาอีกนิดนึง

“แย่จัง..”

“หืมม์?” ยุนโฮเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามขณะที่แจจุงก้มหน้าลงจนคอแทบชิดหลบหน้าอีกฝ่าย

“…..”

“ทำไมเหรอ?”

“มาญี่ปุ่นแต่กลับมานอนซมเป็นไข้..แย่..ที่สุดเลย” ยุนโฮอมยิ้มขณะนั่งลงข้างๆกับอีกฝ่าย จับหัวกลมโคลงเคลงก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้าอีกฝ่ายให้หันกลับมามองตน

“แล้วมันแย่ขนาดไม่คิดจะจำเลยหรือไง?”

“…ไม่…”แจจุงตอบเสียงแผ่ว ยุนโฮโน้มไปใกล้ขณะที่ภายในแจจุงกลับเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นร่างกายถึงได้ช้าและหาทางปฏิเสธไม่เจอ จนหน้าผากของยุนโฮแนบกดลงมาบนหน้าผาก เขา ปลายจมูกที่เบียดบดแนบกันอย่างช่วยไม่ได้ ลมอุ่นๆที่พรูออกมาจากริมฝีปากอีกฝ่าย ห่างไกลกันไม่ถึงเซ็นต์

“ถ้างั้นก็ดีแล้ว..พี่เองก็จะไม่ลืม…”

หัวใจของแจจุงเต้นถี่และกระชั้น กลัวว่ามันจะดิ้นแรงจนหลุดออกมาเต้นระบำอยู่ข้างนอก หัวใจเขาอบอุ่น เบาหวิว แต่ก็ซาบซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกฝ่ายผละออกไปหลังจากวัดไข้ชนิดที่ชาตินี้คงไม่คิดทำกับใครแน่แท้

“ไข้ลดแล้วนะ นอนพักต่ออีกหน่อยจะได้หายเป็นปกติ..” แจจุงเม้มปากลงนิดขณะที่ร่างสูงกำลังจะลุกขึ้นเดินจากไป มือบางที่อ่อนไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นจับมือของอีกฝ่ายไว้ราวกับจะรั้ง

“ไม่อยากนอนแล้ว...”

“แล้วจะทำอะไร?” ยุนโฮถามและคิดตามใจอีกฝ่ายเต็มที่

“ดูหนัง….”

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แจจุงลากตัวเองพร้อมพันตัวด้วยผ้าน่วมสองชั้นมานั่งเป็นก้อนกลมๆอยู่บนโซฟาพร้อมกับยุนโฮที่กำลังใช้รีโมตกลอเทปให้ไวขึ้นที่สปรี๊ด 4 เท่า

“ดื้อไร้ที่ติเลย”

บ่นเบาๆขณะที่แจจุงทำเป็นไม่รับรู้หรือได้ยิน หัวกลมเอนซบกับไหล่หนาของยุนโฮที่ผ่อนคลายลงเพื่อให้อีกฝ่ายได้หนุนนอน ยุนโฮมักจะเป็นคนขี้เก็ก หน้าตาย แถมยังชอบวางมาดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว แบกอะไรไว้กับตัวเองก็เยอะ ถึงจะดูเหมือนไม่คิดเล็กคิดน้อยแต่ก็คิดมากกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด หลายครั้งที่แจจุงเห็นการรับผิดชอบแผ่นหลังกว้างของพี่ชายเขาเกร็งอยู่เสมอ เขาขอเพียงอย่างเดียวกับยุนโฮคือเวลาอยู่กับเขาขอให้รู้สึกผ่อนคลายไม่ต้องเป็นกังวล

 

เขาคิดว่าเขาทำได้ เขาคิดว่าอย่างน้อยยุนโฮยังให้ความสำคัญแก่เขา ไม่ต่างจากเขาที่ยุนโฮคือคนสำคัญคนหนึ่งที่สุดในชีวิต

 

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ยุนโฮหันไปมองคนเรียกร้องอยากดูหนังหลับพริ้มอยู่ที่ช่วงไหล่ เขาค่อยๆอุ้มแจจุงให้กลับไปยังห้องเพื่อที่จะนอนได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว  แจจุงที่ถูกห่อถูกวางลงที่เตียงอีกครั้ง ยุนโฮจัดเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายและจังหวะนั้นแจจุงเองก็สะลึมสะลือตื่นขึ้นมา พึมพำจับได้เพียงประโยคสั้นๆว่า

 

 

“อย่าทิ้งแจจุงไปไหนนะ…กอดแจจุงก่อน”

 

ยุนโฮเองดันเป็นพี่ชายแสนดีที่รักน้องไม่เข้าท่า นอกจากจะตามใจแต่เด็ก สปอยกันจนถึงปัจจุบันเขายังคงแพ้ทางแจจุงเสมอ ขี้อ้อนก็เท่านั้น ทำตัวดื้อก็เท่านั้น ในเมื่ออะไรๆก็สามารถมอบให้แจจุงได้แทบทุกอย่าง

ชายหนุ่มแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนา แจจุงคงยังไม่หลับสนิทถึงได้พลิกตัวกลับมากอดหมับที่เอวเขาอย่างไว

“นอนซะนะ”

“ยุนโฮก็นอนนะ” เสียงแจจุงติดจะบี้ๆแบนๆอยู่หน่อยๆ ร่างสูงขยับกายให้เข้าที ให้แขนหนาของตนถูกหนุนด้วยหัวกลมๆ แจจุงที่คิดว่าหลับไปแล้วกลับลืมตาจ้องเขาตาแป๋ว

“หลับเถอะ…พี่จะไม่ไปไหน”

“จริงน้า..ดีจัง…เราไม่ได้กอดกันนานแล้ว” แจจุงพึมพำเบาๆ แต่ภายในห้องที่เงียบเชียบและมีเพียงพวกเขาสองคนมีหรือที่ยุนโฮจะไม่ได้ยิน

“ก็มาให้พี่กอดบ่อยๆสิ”

“ทั้งๆที่ยุนโฮไม่คิดจะกลับไปกอดกัน” แจจุงพูดด้วยความเง้างอน ตอกกลับจนยุนโฮต้องกระชับกอดคนตัวบางให้แนบติดกับตัวเองมากขึ้น มันอาจจะดูอึดอัดแต่แจจุงรู็สึกได้รับความอบอุ่นจนเปี่ยมล้น คิดถึง คิดถึงจนอยากจะฝังตัวเองให้เนิ่นนาน

“สัญญาสิว่าจะเรียนเก่งๆมาหาพี่บ่อยๆ”

“แล้วยุนโฮสัญญาสิว่าถ้าแจจุงเรียนจนเก่งแล้วยุนโฮจะเลี้ยงแจจุงให้อยู่สบายๆ”

ร่างสูงหัวเราะ แต่ทำไมไม่รู้แจจุงไม่รู้สึกหัวเราะตามแม้แต่นิดเดียว

“กลับไปก็อย่าลืมเรียนให้เก่งๆตามที่สัญญานะ…”

“จะได้เจอกันอีกไหม?”

“ได้อยู่แล้ว…”

“ได้เมื่อไร?”

“……” ยุนโฮเงียบไปโดยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามแบบไหนให้แจจุงได้ฟังดี

“คิดถึงยุนโฮนะ…”

“รู้แล้ว”

“รู้ได้ไง”

“ก็รู้แล้วกัน…”

“แล้วยุนโฮละ..”

“ไม่หรอก..เด็กดื้อ บ้าของแพง ติดแบรนด์เนม” แจจุงยู่หน้าทำปากยื่น ทุบไหล่อีกฝ่ายดังปั่ก ยุนโฮหัวเราะขึ้นอีกครั้งคลายอ้อมกอดที่รัดอีกฝ่ายมาเนิ่นนานก่อนจะพลิกตัวให้ตนเองนอนทาบอยู่ด้านบน

นัยน์ตาของแจจุงกลมใส เนื้อตัวของแจจุงนุ่มนิ่ม ลมหายใจของแจจุงร้อนผะผ่าว เส้นผมของแจจุงโชยกลิ่นหอม ปลายจมูกของแจจุงแดงก่ำ ริมฝีปากที่ตอนนี้กำลังอ้าเผยอขึ้นเล็กน้อย

ยุนโฮเก็บเกี่ยวภาพเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ ก่อนจะก้มลงกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน ตัวแจจุงเล็กนิดเดียวและเขาก็อยากเก็บทุกเศษเสี้ยวไว้ทั้งหมด

“รู้ไหม?ที่นี้พี่ต้องอยู่คนเดียว…ไม่มีใครอยู่ก่อกวน ทำตัวง้องแง้งใส่”

“……”

“ห้องพี่ที่นี้ก็นอนคนเดียว ไม่มีเสียงใครนอกจากตัวพี่เอง”

“…….”

“พี่เองก็เหงานะ….ไม่มีใคร…คิดจะมาอยู่กับพี่เลย”

“……”

“แจจุง..”

“หือ?”

“มาเพื่อขอให้ซื้อของแล้วพากินเฉยๆเหรอ?” หัวกลมส่ายไปมา แขนเล็กยกขึ้นโอบรัดกลางหลังของอีกฝ่าย ไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อยยามที่มีคนด้านบนสวมกอดอยู่อย่างนี้

“มาเพื่อทำความรู้จักกับญี่ปุ่นตั้งหาก…”

“……”

“ต่อจากนี้จะมาบ่อยๆ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ..”

แจจุงยกยิ้มทะเล้น ส่วนยุนโฮได้แต่กอดกระชับร่างบางที่เขาหวงแหนนี้อีกครั้ง  จะมีสักกี่คนที่รู้ความจริงว่าเพราะอะไรญี่ปุ่นจึงเป็นความใฝ่ฝันของเขา

 

เพราะที่นี้มียุนโฮ

 

แม้แต่ตัวยุนโฮเองยังไม่รู้เหตุผลข้อนี้เลย

 

 

สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงแจจุงก็ต้องกลับไปเป็นนักศึกษา ส่วนยุนโฮก็ต้องอยู่ที่นี้เพื่อรักษาสภาพความเป็นหนุ่มโสดของตนเองต่อไป

สนามบินไม่ว่าอย่างไรก็เป็นที่ๆไม่เคยหลับใหล ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายสองวันอาทิตย์ ข้างนอกอากาศร้อนพอสมควร ส่วนข้างในคนก็เยอะเหมือนเดิม แจจุงดูดชาเขียวขณะที่ในมือยังมีมอคค่าปั่นของยุนโฮถืออยู่

“อีกครึ่งชั่วโมงนะ….เครื่องดีเลย์”

ยุนโฮบอกก่อนจะนั่งลงข้างร่างเล็กที่ทำท่าอ้อยอิ่งไม่ได้สนใจไฟร์ทเครื่องบินที่ตัวเองจะเป็นคนกลับ ทั้งๆที่เพิ่งหายหวัดแต่แจจุงก็ยังดื้อที่จะดื่ม “ชาเขียวปั่นเพิ่มวิปครีม” ตามตรรกะและความเป็นไปของเรื่องนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่ยุนโฮจะไม่ตามใจน้อง

เมื่อวานนอนซมเสียจนน่าสงสาร แต่พอหายไข้ก็กลับมาเริงร่าดื้อเข็ดฟันเหมือนเดิม

แจจุงยังทำหูทวนลม ดูดชาเขียวที่มันหมดแก้วไปแล้วด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้

“พี่โทรไปบอกแม่ให้แล้วนะว่าไม่สบาย กลับไปก็กินยานอนพักอีกหน่อย คงเป็นเพราะตอนบินมาถึงไม่ได้พักผ่อน กลับไปอย่าลืมพักผ่อนให้เต็มที่ด้วยนะ”

“อื้อ..”รับคำสั้นๆทั้งๆที่ยังดูดหลอดชาเขียวปั่นไม่ห่าง ท่าทางหงอยเหงาเหมือนตอนที่เจ้าตัวมาส่งเขากลับญี่ปุ่นไม่ผิดเพี้ยน

“จะทำหน้าบึ้งแบบนี้อีกนานไหม?”

“……”

“แจจุง….”

“….”

“แจจุงอ่า~~….”

“……..”

“กลับไปแล้วส่งกิมจิมาให้พี่ด้วยนะ….”

 

แจจุงกระชับกระเป๋าสะพายในมือขึ้นไหล่ด้วยหัวใจที่หนึบหน่วงผิดปกติ  เขาต้องเข้าเกทไปคนเดียวโดยมีเพียงสายตาของยุนโฮมองส่ง บอกตัวเองว่าแค่นี้ก็ดีมากมายแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่เคยพอหรือสิ้นสุดความต้องการ เขาออกเดินจากมาอย่างช้าๆ ทำใจไม่เหลียวหลังกลับไปมอง ไม่อาจเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่ายุนโฮจะมองเขาจนลับเกทประตูทางเข้าหรือไม่ หรือตอนนี้เจ้าตัวจะเดินกลับหันหลังให้ตัวเขาไปแล้ว

เสียงเตือนที่พูดด้วยโอเปอร์เรเตอร์กำลังเร่งเร้าให้เวลาที่มีเหลืออยู่กำลังจะหมดลง แจจุงหยุดนิ่งอยู่ที่ทางเข้าเกทอีกกว่าเมตรครึ่ง เขาหันไปทางด้านหลัง จะอะไรก็ตามแต่ที่เขาหันกลับไปมองสบกับดวงตาคู่คมที่ฉายแววเศร้าสร้อยไม่ต่างกัน

 

ยุนโฮยังคงเฝ้ามองเพียงแผ่นหลังของเขาที่เดินจากมา

 

ตัวเขาตอนนี้วิ่งกลับไป ใช้เวลาไม่มากมายนักเมื่อถึงตัวอีกฝ่ายก็เขย่งหอมแก้มของยุนโฮ รวดเร็ว แผ่วเบา ริมฝีปากสัมผัสดั่งปุยนุ่น เป็นคนตัวเล็กที่กอดยุนโฮไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ไม่มีน้ำตาเหมือนทุกครั้งที่ต้องบอกลา แต่ก็ไม่มีรอยยิ้มที่บ่งบอกว่ายินดี มีเพียงความเงียบเชียบปกคลุมรอบกายเป็นคำตอบ แจจุงไม่รู้จะพูดอะไรซึ่งนั่นก็ไม่แตกต่างกับยุนโฮ

ร่างเล็กคลายอ้อมแขนหลังจากโอเปอร์เรเตอร์จะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย เขาผละออกมาเงยหน้ามองร่างสูงแช่มช้า ทำท่าจะเดินผละออกไป จังหวะนั่นเองขณะที่เสียงประกาศเที่ยวบิน เสียงคนสัญชาติญี่ปุ่นหรือต่างประเทศกำลังคุยกันขวักไขว่ ก็ถูกตัดออกจากสารระบบการได้ยินของแจจุง

 

สัมผัสแผ่วเบาที่จริงที่สุดเท่าที่เคยใฝ่ฝันมา

 

รวดเร็วแต่ติดประทับตราตรึง

 

กลิ่นของ ’มอคค่าปั่น’ ติดอยู่ที่ริมฝีปากบนไม่ต่างจาก ’ชาเขียววิปปิ้งครีม’ ที่อบอวลติดอยู่ในความทรงจำ

 

END*

           

 

 

 

ยุนโฮ : แด่ชายหนุ่มผู้รักษา ดูแล และปกป้องคนอื่นมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าเหนื่อยหรือยังสำหรับการเป็นซุปเปอร์แมน ,, อย่างไรก็ตามเราหวังและปารถนาให้ยุนโฮได้เจอกับความสุข ลดงานและพักผ่อนเพื่อตัวเองเสียบ้าง โลกใบน้อยๆของเราต้องการรอยยิ้มและความสุขของยุนโฮ

 


HAAPPY BIRTHDAY  MY BEST LEADER AND MY MAIN UNTIL ENDLESS TIME (:

  

Comment

Comment:

Tweet

อ้ายยยยยยยน่าัรักกกกกกกกกกก
น่าจะมีภาคต่อน้าค้าา

#5 By si (180.180.27.241) on 2012-02-09 01:52

อ๊ากกกก จบแล้วๆๆๆ
แต่มันยังค้างคาอะคะไรเตอร์ สเปเถอะนะ พลีสสส


แล้วก็สำหรับลีดเดอร์ผู้เข้มแข็ง และแสนดี
สุขสันต์วันเกิดจ่ะ มีความสุข แข็งแรง
สมหวังดั่งใจปรารถนาทุกประการ
เราจะรักและยืนเคียงข้างกันเสมอ และตลอดไป

รอวันนั้นของพวกเราเสมอ

#4 By เลิฟ (118.174.79.190) on 2012-02-07 00:56

น่ารักกกก~
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วสบายๆ รู้สึกเหมือนหิมะกำลังตก (ฮ่าๆ)
แต่ตอนจบนี่ทำซึมนิดหน่อยนะคะ ._____.
ไม่ชอบเลยการจากลา..
แต่ยังไงสองคนนี่ก็ต้องกลับมาเจอกันอยู่แล้วแหละเนอะ (:

จบแบบค้างงง~
ค้างที่มอคค่าและชาเขียววิปครีม
555555555555555

ป.ล. มีช่วงนึงเม้นอะไรไม่ได้เลยอ่ะค่ะ แต่ตอนนี้เม้นได้ซะที!

#3 By U-Ro (27.55.3.33) on 2012-02-06 22:11

ง๊าาาาาา ทำไมเค้าไม่บอกรักกันอ่ะ
งืออออออออออ *น้ำตาไหลพรากๆ* ความจริงคิส
มันเป็นเรื่องทั่วไปนะแบบปากแตะๆไรเงี้ยยย
ล้วแบบนี้อีกฝ่ายจะรู้เหรอว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่อ่าา
แบบพี่กับน้อง น้องกับพี่ ง่าาาาา
กรุณามีสเปปปปปป ว้อน สเปปปปปปป
**เรียกร้องงง
***เอะอะโวยวายยย
> สเปนะคะ ^^ <

#2 By Mjjeje_KQ (27.55.0.54) on 2012-02-06 18:00

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

Happy Birthday คุณยุนโฮ

ผู้นำที่เข้มแข็ง ผู้ชายที่ดีที่สุด

มีความสุขมากๆ นะคะ

สุขภาพแข็งแรง

ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานขึ้นๆ ไปนะคะ

จะรักและอยู่เคียงข้างกัน ตราบนานเท่านานคะ


เป็นเรื่องที่ ยุนโฮ น่ารักมากๆ เลยอ่ะ

อ่านตอนที่แจจุง บอกว่า ยุนโฮ แบกอะไรไว้มากกว่าที่คิด

อ่านแล้วสะอึก มันจริงมากเลย

หลายปีที่ผ่านมา ไม่รู้ เค้าต้องแบกอะไรไว้มากแค่ไหน

ทำได้ก็แค่เป็นกำลังใจให้นะ

จะรออ่านเรื่องต่อๆ ไปนะคะ ^_^

#1 By Viky (103.1.164.11) on 2012-02-06 14:02