[SF] - Memorable - YUNHOxJAEJOONG [2/3]

posted on 05 Feb 2012 21:59 by zensedayz in SF-TVXQ directory Fiction

Title :  - Memorable -

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC 

Rate : PG -13     

Pariring : Yunho x Jaejoong

 

 

 

กริ๊งงงงงง!!

ยุนโฮงัวเงียและสะดุ้งตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างเช่นทุกวัน เขาลุกขึ้นและกำลังจะเอื้อมมือไปกดปิดแต่ก็ต้องตาโตและระลึกขึ้นได้อีกทีว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในห้องนี้

แจจุงยังคงนอนหลับสนิทและหายใจเข้า-ออกสม่ำเสมอ สิ่งที่บ่งบอกคือดวงตาหลับพริ้ม ริมฝีปากที่อ้าเผยอน้อยๆพร้อมกับอกบางที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ยุนโฮเผลอยิ้มออกมาบางๆกับตัวเองก่อนคร่อมตัวอีกฝ่ายไปปิดเจ้านาฬิกาที่ส่งเสียงน่ารำคาญไม่หยุด

และพอหยุดก็เหมือนทุกอย่างจะหยุดไปด้วย…ใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบกับร่างบางจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อน ผะผ่าวของอีกฝ่าย ในใจร้องตะโกนให้ลุกขึ้นมาทว่าร่างกายกลับไม่ยอมทำตาม

เขาขยับตัวแผ่วเบาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตื่นขึ้นมาก่อน จ้องใบหน้าหวานและผิวพรรณขาวใสในระยะประชิด ปลายจมูกโด่งรั้นกับกลีบปากสีชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเฝ้ามองภาพนั้นนานนิ่ง ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเบาๆที่ปอยผมหน้าม้าก่อนจะเผยให้เห็นหน้าผากโหนกเนียนใสที่เจ้าตัวมักจะเขินอายและไม่กล้าเปิดเผย รอยยิ้มถูกกดจนลึกพยายามกลั้นไว้จนมันเป็นร่องลงไปที่มุมปาก

เขาเผลอไผลใช้ปลายจมูกแตะเบาๆที่กลุ่มผมนุ่มนิ่มติดมือและไม่ผิดหวังสักนิดที่ได้สูดดมกลิ่นหอมที่เจือกลิ่นของ แชมพูยี่ห้อโปรดของเจ้าตัวกำจายฟุ้งในโสตประสาท

เขาบอกตัวเองให้พอก่อนจะเผลอทำอะไรที่มันมากกว่านี้ แต่มนุษย์มักมีความโลภได้คืบมักจะเอาศอก

จนกระทั่งปลายจมูกจรดลงกับแก้มนิ่มที่ดูจะยุบยวบไปตามจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่าย ยุนโฮเลือกที่จะแตะเบาๆเก็บกลิ่นกายหอมหวานไว้ในความทรงจำก่อนจะผละออกมาจากร่างบาง

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกลิ่นกายของคนที่แสนงดงาม…

 

แจจุงงัวเงียตื่นก่อนจะลากสังขารตัวเองลงจากที่นอนตามกลิ่นหอมอ่อนๆที่โชยแตะปลายจมูก

 

กลิ่นของไส้กรอกไม่ผิดแน่

 

ตาหวานยังคงไม่ยอมตื่นง่ายๆแต่ภายในกระเพราะก็ร้องประท้วงจนต้องพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะอาหาร จริงๆแล้วแจจุงไม่อยากตื่นเช้าสักนิดแต่เพราะรู้ว่ายุนโฮต้องไปทำงานแต่เช้าแล้ววันนี้ตัวเองก็ต้องอยู่แหง็กที่ห้องทั้งวัน..

“ยุนโฮ..” ร่างบางครางหงิงขณะเท้าคางและขยี้ตาตัวเองไปด้วย ริมฝีปากนุ่มนิ่มยื่นออกน้อยๆราวกับจะอ้อนเพราะรู้ชะตากรรมชีวิตของตัวเองดี..

ร่างสูงเพียงเลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนจะจัดอาหารง่ายๆสองจานอย่างแซนวิซไข่ดาวแถมไส้กรอก

“ตื่นไวจังแฮะ..เดี๋ยวพี่ไปทำงานแล้ว อยู่เฝ้าบ้านดีๆนะ..” วางจานอาหารเช้าพร้อมช๊อกโกแล็ตที่ชงในน้ำร้อนจนไอขาวๆลอยขึ้นจางๆ แจจุงเบ้ริมฝีปากน้อยๆเสื้อกันหนาวที่ออกแบบให้มีฮู้ดถูกเจ้าตัวเอาขึ้นมาใช้เพื่อปกปิดใบหน้าเหงาหงอยของตัวเอง

“ไม่อยากให้ไปเลย..”พลางก้มลงงุบงิบกับตัวเอง

“เดี๋ยววันนี้รีบกลับมาพาไปกินอาหารอร่อยๆ”

“แต่ทั้งวันแจจุงก็ต้องอยู่คนเดียว..”

“อดทนหน่อยนะ วันนี้วันศุกร์พรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้วเดี๋ยวจะพานั่งรถไฟด้วย…”

“งื้อ…” ครางหงุงหงิงไปก็ไม่ช่วยอะไรเพราะสุดท้ายยุนโฮก็ต้องลุกขึ้นไปทำงานอยู่ดี..แจจุงนั่งมองเจ้าของร่างสูงที่ดวงตาจ้องแป้วไปที่ รายการข่าวสดช่วงเช้าพร้อมกับดื่มกาแฟดำจากถ้วย ดูไปดูมาเหมือนมาดนักธุรกิจชอบกล

“ยุนโฮกินกาแฟดำหรอ?”

“อื้อ..”

“อี๋..” ทำหน้าปุเลี่ยนก่อนจะจิบช๊อกโกแล๊ตร้อนในถ้วยตัวเองก่อนจะพบว่า..จืดสนิท..

“นี้ยุนโฮใส่นมกับน้ำตาลให้แจจุงหรือเปล่าเนี้ย..หรือว่ามันเป็นแค่น้ำร้อนเฉยๆ…จืดชะมัด” แจจุงบอกขณะยื่นแก้วของตัวเองไปทางร่างสูง ยกช้อนที่ใช้คนของตัวเองจิ้มไปที่ถ้วยกาแฟของอีกฝ่ายเพื่อลองชิมรสชาติ ยุนโฮผงะด้วยตั้งตัวไม่ทันกับความรวดเร็วของอีกฝ่าย ก้มมองแก้วกาแฟดำที่ตอนนี้มีส่วนผสมที่แสนเจือจางแต่ทิ้งร่องรอยจนแผ่เป็นวงกว้างบนน้ำรสโปรดของเขาเอง

“แจจุง!!..”

“อี๋!! ขมมาก!!” แจจุงหลับตาปี๋ แลบลิ้นออกมาราวกับจะทำให้กาแฟที่เจ้าตัวริอาจชิมเข้าไประเหยออกมา

“แล้วใครให้กินเล่า…” เห็นท่าทางแบบบนั้นก็ได้แต่หัวเราะเบาๆแล้วจิบกาแฟของตัวเองต่อไป…ก็ไม่ได้ขมอะไรเท่าไร

“พี่ใส่น้ำตาลให้ตั้งสองช้อน นมข้นอีก…กินอะไรหวานมากมาย”

“…มันยังจืดอยู่เลย ยุนโฮกินสิ..” แจจุงประท้วงไม่ยอมพลางเลื่อนแก้วมาทางยุนโฮอีก ร่างสูงปฏิเสธสโดยการส่ายหน้าไม่เอา

“เห็นม้า ยุนโฮก็รู้ว่ามันไม่อร่อย…”

“ไม่อร่อยก็อย่ากินสิ..เอาไปเททิ้งเลย”

ยุนโฮดัดเสียงงอนๆให้คล้ายกับแจจุงที่ตอนนี้มุ่ยหน้าเสียแล้ว

“ทำไมต้องบีบเสียงล้อเลียนแจจุงด้วย..ยุนโฮไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ…” และกลับกลายเป็นแจจุงเสียเองที่บ่นยุนโฮ มื้อเช้าที่วุ่นวายเล็กๆจึงบังเกิดขึ้น พี่ชายคนเดียวที่สุดท้ายแม้แจจุงจะทั้งรั้งทั้งอ้อนแต่ก็ไม่สามารถโดดงานเหมือนเมื่อวานนี้ได้อีกแล้ว

ยุนโฮลุกขึ้นและเตรียมตัวไปทำงานถึงแม้การจราจรโดยการใช้รถไฟใต้ดินจะไม่ติดขัดแต่เวลานี้จะมีคนจำนวนมากที่ แย่งใช้บริการเหมือนๆกับเขา แจจุงเดินมาส่งลูกพี่ลูกน้องด้วยแววตาเศร้าสร้อย ไม่นึกดีใจสักนิดที่ห้องแห่งนี้จะเป็นของเขาคนเดียว

มือหนายกขึ้นลูบหัวกลมๆของอีกฝ่าย แจจุงทำปากยื่นจมูกยื่น ถ้าครางเสียงหงิงได้คงทำไปแล้ว

“รีบๆกลับนะยุนโฮ..” พูดเสียงแผ่วขณะมองตามร่างสูงภายใต้เสื้อโค้ทตัวยาวและใหญ่เดินจากไป..

 

แจจุงใช้เวลาในช่วงเช้าที่เหลือโดยการนอนดูโทรทัศน์พร้อมกันกับการทานขนม ก่อนที่สมองน้อยๆของแจจุจะคิดอะไรดีๆออก..

ร่างเล็กเหลือบมองนาฬิกาติดผนังเมื่อเห็นเวลาสมควรก็คว้าหูโทรศัพท์ขึ้นยก..รอเสียงจากปลายสายอยู่หลายวิทีเดียว

“ยุนโฮ…” แจจุงลากเสียงครางยาวๆลงไปในหูโทรศัพท์ทันที โดยไม่คิดเลยว่าคนที่รับมันแล้วได้ยินแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร

‘แจจุง…’ เสียงปลายสายดังราวกระซิบ ร่างบางที่นอนแอ้งแม้งเด้งดึ๋งราวกับที่ก้นกบติดสปริงก็ไม่ปากนคว้าหมอนขึ้นมากอดแนบอกส่งเสียงบี้ๆผ่านตามสาย

“ยุนโฮอ่า..แจจุงเบื่อ…”

‘แล้วไง..’ กระซิบอีกจนแจจุงรู้สึกว่าทำไมยุนโฮต้องทำลับๆล่อๆด้วย

“ยุนโฮอยู่กับใครหรอ?”

‘เจ้านาย’

“หืมม์..ยุนโฮยังไม่กินข้าวหรอ? ตอนนี้เที่ยงแล้วนะ..”

‘ก็กำลังเอ่อ..กินอยู่..แค่นี้นะ’

“เดี๋ยวสิ!ยุนโฮ..ยุนโฮ!!”

แล้วยุนโฮก็วางสายไปเฉย…(?)

ทำแบบนี้มันชักจะอยากงอนแล้วนะ!!

 

“กลับมาแล้ว…”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกขณะถอดรองเท้าพลางเขี่ยให้มันพ้นกรอบประตู สัญญาณว่างเปล่าภายในห้องทำให้นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะที่จริงแล้วน่าจะมีเสียงตื่นเต้นดีใจหรือไม่ก็ร่างน้อยๆนั่งคอยอยู่ ทว่าไม่มี..ว่างเปล่า..ชะโงกหน้ามองหาตามห้องครัวและห้องน้ำก็พบว่าไม่มี เดินไปที่โซฟาก็ไม่เห็น

 

สงสัยจะอยู่ในห้องนอน

 

คิดได้ก็เดินไปเปิดออกทันทีแต่ว่า..ก็ว่างเปล่าเช่นเดิม

 

“แจจุง..!”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกจากท่าทีนิ่งขรึมเริ่มร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้องชายตัวแสบอาจจะดื้อซนโดยการเล่นซ่อนหา แต่เขากลับใจคอไม่ดีเอาเสียเลยเพราะที่นี้คือญี่ปุ่นไม่ใช่บ้านเกิดอย่างเกาหลีที่พอหายตัวไปสักพักเจ้าตัวก็จะเดินกลับเข้าบ้านมาเอง

“แจจุงไม่ตลกเลยนะ…” ร่างสูงพึมพำ เขาพยายามเปิดหาทั้งตู้เสื้อผ้า ลิ้นชักเก็บของ มันบ้าบอมากแต่ยุนโฮก็ทำโดยที่หัวใจเต้นกระชั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ห้องเล็กนิดเดียวและไม่มีที่ที่แจจุงจะซ่อนได้อีกแล้ว ยุนโฮแทบบ้าเขาเดินเป็นหมีติดจั่นไปทั่วห้องก่อนจะนึกขึ้นได้

 

โทรศัพท์…!

 

เขากดเบอร์โทรออกอย่างแม่นยำไม่มีพลาด รอเสียงสัญญาณก่อนจะสบถถ้อยคำหยาบคายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

แจจุงไม่รับโทรศัพท์เพราะไอ้เครื่องมือสื่อสารที่ว่ามันวางอยู่ที่โต๊ะกินข้าว!!

 

“บ้าเอ้ย!”

 

กำลังจะคว้าเสื้อโค้ทแล้วลงไปตามหาโดยเริ่มต้นจากลุงยามข้างล่างที่คอยเฝ้าทางเข้าออกกลับต้องชะงักพลันเมื่อ ประตูถูกดันเข้ามาซะก่อน

ใบหน้าหวานใสแง้มเข้ามาพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทุลักทุเลเพราะถือของอยู่เต็มสองมือ ยุนโฮยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองร่างบางถอดรองเท้าจนเสร็จแล้วเดินเข้ามา

แจจุงที่มองหน้าร่างสูงที่ยืนค้างๆพลางถามขึ้นอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

“เป็นอะไรยุนโฮ?” ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะกินข้าวแล้ววางของที่ซื้อจากร้านสดวกซื้อที่เปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมงลง

“ไปไหนมา?” ยุนโฮถามหลังตั้งสติได้เขาก็เดินเข้าไปใกล้แล้วจับไหล่เล็กให้หันกลับมา

“รู้ไหมว่าข้างนอกมันอันตรายมากแค่ไหน? ออกไปตอนไหนตั้งแต่เมื่อไร? แล้วทำไมไม่รู้จักบอก เดินดุ่มๆออกไปรู้หรอว่าต้องไปทางไหนตรงไหน? ไม่กลัวหลงหรือไง? แล้วถ้าหลงมาจะทำยังไง? ทำไมไม่เอาโทรศัพท์ไปด้วยห๊า?คิมแจจุง!” ยุนโฮยิงคำถามจนแจจุงที่นิ่งฟังได้แต่ทนรับแรงเขย่าจากร่างสูงจนหัวโคลง

“ยุนโฮ…เจ็บ…”

“ถ้านายหายไปพี่จะทำยังไงห๊ะแจจุง? ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย นี้ญี่ปุ่นนะไม่ใช่เกาหลี”

“อื้อ..ยุนโฮ…ใจเย็นนะ…” ในตอนนี้ยุนโฮน่ากลัวเหลือเกินเพราะเอาแต่จ้องและใช้เสียงคล้ายๆจะตะวาดไม่ลดละ แจจุงคิดว่าเขาตัวเล็กอยู่แล้วตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองคงจะเหลือสองนิ้วในไม่ช้า

“แจจุงโทรไปหายุนโฮแล้วแต่ยุนโฮบอกว่าอยู่กับเจ้านายนี่…”

“………”

“จะให้แจจุงทำยังไงล่ะ? แจจุงเบื่อนะ แล้วอีกอย่างแจจุงก็ลงไปแค่ข้างล่างเอง..แจจุงรู้ว่าที่นี้ญี่ปุ่นแต่แจจุงก็พูดญี่ปุ่นเป็นเหมือนกันยุนโฮลืมแล้วหรือไง?”

แจจุงเถียงกลับเสียงใสยิ่งทำให้คนที่’เป็นห่วง’ถึงกับฉุนจนฟิวส์ขาด

“แล้วเก่งมากหรือไง?!”

“แจจุงก็ปลอดภัยกลับมานี้ไง?ยุนโฮจะตะคอกแจจุงทำไมล่ะ?”

“ก็เพราะพี่เป็นห่วงเราตั้งหาก!!” ยุนโฮตะโกนอย่างเหลืออด ผละมือออกจากร่างบางด้วยแรงที่ไม่เบามือนัก น้ำตาไหวรื้นจนขอบตาของแจจุงร้อนผ่าว ทุกครั้งที่ทะเลาะทุกครั้งที่แหย่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ยุนโฮจะใช้น้ำเสียงแบบนี้กับแจจุง พอคิดได้ความน้อยใจที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆก็ตีขึ้นมาอีกระลอก น้ำอุ่นๆชื้นๆจึงทะลักจนสายตาพร่ามัว

“แจจุงขอโทษ…ฮึก..แจจุงจะไม่ทำอีกแล้ว…แจจุงมาที่นี้ทำให้ยุนโฮต้องเหนื่อย ทั้งลำบาก…ทั้งอึดอัด…”

แจจุงว่า ปาดน้ำใสๆที่ไหลเอ่อออกไปก่อนจะเดินโดยไม่สนว่าจะชนไหล่ร่างสูงวิ่งเข้าห้องไป…

 

“แจจุง!” ยุนโฮพยายามรั้งแต่ก็เปล่าประโยชน์ ร่างบางปิดประตูและล๊อคมันอย่างรวดเร็ว อยากจะเรียกให้ออกมาทำความเข้าใจ รู้ตัวว่าตัวเองใช้อารมณ์กับน้องมากเกินไป รู้ว่าผิดแล้วก็อยากให้น้องให้อภัย ไม่อยากให้น้องต้องร้องไห้เพราะตัวเขาเลยจริงๆ…

 

“แจจุง..พี่…ขอโทษ…”

 

ยุนโฮปล่อยให้แจจุงอยู่ในห้องคนเดียวสักพักโดยไม่รบกวน เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานานและมื้อเย็นอาจจะล่วงเลยเป็นมื้อค่ำ ร้านซูชิที่อยากพาแจจุงไปทานด้วยกัน อาจจะต้องล่มเพราะฝีมือเขาเอง

ถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตัวเองแท้ๆ มองมันอย่างชั่งใจ ถ้าแจจุงยังไม่หายโกรธลากยังไงอีกฝ่ายก็ดื้อรั้นไม่ยอมท่าเดียว

ยุนโฮลงมือไขประตูโดยใช้กุญแจสำรอง เกิดเสียงแอ๊ดของประตูดังขึ้นแต่เขาพยายามทำให้มันเกิดเสียงน้อยที่สุด เมื่อมองไปที่เตียงก็พบกับร่างบางที่นอนอยู่จริงๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ ทรุดลงตรงข้างเตียง แจจุงที่ผล๊อยหลับไปยังคงมีคราบน้ำตากรังอยู่ที่ผิวหน้าเนียนใส

 

เจ็บ..ยุนโฮรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ…

 

“แจจุง…”

กระซิบเรียกเสียงแผ่ว ลูบผมร่างบางด้วยความรักใคร่และสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความหวงแหน แจจุงนอนนิ่งรออยู่นานแต่ยุนโฮก็ยินดีที่จะรอให้ร่างบางเปิดเปลือกตาขึ้นมา

นัยน์ตากลมกลอกไปมาเชื่อง