[SF] - Memorable - YUNHOxJAEJOONG [2/3]

posted on 05 Feb 2012 21:59 by zensedayz in SF-TVXQ directory Fiction

Title :  - Memorable -

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC 

Rate : PG -13     

Pariring : Yunho x Jaejoong

 

 

 

กริ๊งงงงงง!!

ยุนโฮงัวเงียและสะดุ้งตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างเช่นทุกวัน เขาลุกขึ้นและกำลังจะเอื้อมมือไปกดปิดแต่ก็ต้องตาโตและระลึกขึ้นได้อีกทีว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในห้องนี้

แจจุงยังคงนอนหลับสนิทและหายใจเข้า-ออกสม่ำเสมอ สิ่งที่บ่งบอกคือดวงตาหลับพริ้ม ริมฝีปากที่อ้าเผยอน้อยๆพร้อมกับอกบางที่ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะ ยุนโฮเผลอยิ้มออกมาบางๆกับตัวเองก่อนคร่อมตัวอีกฝ่ายไปปิดเจ้านาฬิกาที่ส่งเสียงน่ารำคาญไม่หยุด

และพอหยุดก็เหมือนทุกอย่างจะหยุดไปด้วย…ใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้แค่คืบกับร่างบางจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อน ผะผ่าวของอีกฝ่าย ในใจร้องตะโกนให้ลุกขึ้นมาทว่าร่างกายกลับไม่ยอมทำตาม

เขาขยับตัวแผ่วเบาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกตื่นขึ้นมาก่อน จ้องใบหน้าหวานและผิวพรรณขาวใสในระยะประชิด ปลายจมูกโด่งรั้นกับกลีบปากสีชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ เขาเฝ้ามองภาพนั้นนานนิ่ง ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเบาๆที่ปอยผมหน้าม้าก่อนจะเผยให้เห็นหน้าผากโหนกเนียนใสที่เจ้าตัวมักจะเขินอายและไม่กล้าเปิดเผย รอยยิ้มถูกกดจนลึกพยายามกลั้นไว้จนมันเป็นร่องลงไปที่มุมปาก

เขาเผลอไผลใช้ปลายจมูกแตะเบาๆที่กลุ่มผมนุ่มนิ่มติดมือและไม่ผิดหวังสักนิดที่ได้สูดดมกลิ่นหอมที่เจือกลิ่นของ แชมพูยี่ห้อโปรดของเจ้าตัวกำจายฟุ้งในโสตประสาท

เขาบอกตัวเองให้พอก่อนจะเผลอทำอะไรที่มันมากกว่านี้ แต่มนุษย์มักมีความโลภได้คืบมักจะเอาศอก

จนกระทั่งปลายจมูกจรดลงกับแก้มนิ่มที่ดูจะยุบยวบไปตามจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่าย ยุนโฮเลือกที่จะแตะเบาๆเก็บกลิ่นกายหอมหวานไว้ในความทรงจำก่อนจะผละออกมาจากร่างบาง

เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกลิ่นกายของคนที่แสนงดงาม…

 

แจจุงงัวเงียตื่นก่อนจะลากสังขารตัวเองลงจากที่นอนตามกลิ่นหอมอ่อนๆที่โชยแตะปลายจมูก

 

กลิ่นของไส้กรอกไม่ผิดแน่

 

ตาหวานยังคงไม่ยอมตื่นง่ายๆแต่ภายในกระเพราะก็ร้องประท้วงจนต้องพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะอาหาร จริงๆแล้วแจจุงไม่อยากตื่นเช้าสักนิดแต่เพราะรู้ว่ายุนโฮต้องไปทำงานแต่เช้าแล้ววันนี้ตัวเองก็ต้องอยู่แหง็กที่ห้องทั้งวัน..

“ยุนโฮ..” ร่างบางครางหงิงขณะเท้าคางและขยี้ตาตัวเองไปด้วย ริมฝีปากนุ่มนิ่มยื่นออกน้อยๆราวกับจะอ้อนเพราะรู้ชะตากรรมชีวิตของตัวเองดี..

ร่างสูงเพียงเลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนจะจัดอาหารง่ายๆสองจานอย่างแซนวิซไข่ดาวแถมไส้กรอก

“ตื่นไวจังแฮะ..เดี๋ยวพี่ไปทำงานแล้ว อยู่เฝ้าบ้านดีๆนะ..” วางจานอาหารเช้าพร้อมช๊อกโกแล็ตที่ชงในน้ำร้อนจนไอขาวๆลอยขึ้นจางๆ แจจุงเบ้ริมฝีปากน้อยๆเสื้อกันหนาวที่ออกแบบให้มีฮู้ดถูกเจ้าตัวเอาขึ้นมาใช้เพื่อปกปิดใบหน้าเหงาหงอยของตัวเอง

“ไม่อยากให้ไปเลย..”พลางก้มลงงุบงิบกับตัวเอง

“เดี๋ยววันนี้รีบกลับมาพาไปกินอาหารอร่อยๆ”

“แต่ทั้งวันแจจุงก็ต้องอยู่คนเดียว..”

“อดทนหน่อยนะ วันนี้วันศุกร์พรุ่งนี้ก็วันเสาร์แล้วเดี๋ยวจะพานั่งรถไฟด้วย…”

“งื้อ…” ครางหงุงหงิงไปก็ไม่ช่วยอะไรเพราะสุดท้ายยุนโฮก็ต้องลุกขึ้นไปทำงานอยู่ดี..แจจุงนั่งมองเจ้าของร่างสูงที่ดวงตาจ้องแป้วไปที่ รายการข่าวสดช่วงเช้าพร้อมกับดื่มกาแฟดำจากถ้วย ดูไปดูมาเหมือนมาดนักธุรกิจชอบกล

“ยุนโฮกินกาแฟดำหรอ?”

“อื้อ..”

“อี๋..” ทำหน้าปุเลี่ยนก่อนจะจิบช๊อกโกแล๊ตร้อนในถ้วยตัวเองก่อนจะพบว่า..จืดสนิท..

“นี้ยุนโฮใส่นมกับน้ำตาลให้แจจุงหรือเปล่าเนี้ย..หรือว่ามันเป็นแค่น้ำร้อนเฉยๆ…จืดชะมัด” แจจุงบอกขณะยื่นแก้วของตัวเองไปทางร่างสูง ยกช้อนที่ใช้คนของตัวเองจิ้มไปที่ถ้วยกาแฟของอีกฝ่ายเพื่อลองชิมรสชาติ ยุนโฮผงะด้วยตั้งตัวไม่ทันกับความรวดเร็วของอีกฝ่าย ก้มมองแก้วกาแฟดำที่ตอนนี้มีส่วนผสมที่แสนเจือจางแต่ทิ้งร่องรอยจนแผ่เป็นวงกว้างบนน้ำรสโปรดของเขาเอง

“แจจุง!!..”

“อี๋!! ขมมาก!!” แจจุงหลับตาปี๋ แลบลิ้นออกมาราวกับจะทำให้กาแฟที่เจ้าตัวริอาจชิมเข้าไประเหยออกมา

“แล้วใครให้กินเล่า…” เห็นท่าทางแบบบนั้นก็ได้แต่หัวเราะเบาๆแล้วจิบกาแฟของตัวเองต่อไป…ก็ไม่ได้ขมอะไรเท่าไร

“พี่ใส่น้ำตาลให้ตั้งสองช้อน นมข้นอีก…กินอะไรหวานมากมาย”

“…มันยังจืดอยู่เลย ยุนโฮกินสิ..” แจจุงประท้วงไม่ยอมพลางเลื่อนแก้วมาทางยุนโฮอีก ร่างสูงปฏิเสธสโดยการส่ายหน้าไม่เอา

“เห็นม้า ยุนโฮก็รู้ว่ามันไม่อร่อย…”

“ไม่อร่อยก็อย่ากินสิ..เอาไปเททิ้งเลย”

ยุนโฮดัดเสียงงอนๆให้คล้ายกับแจจุงที่ตอนนี้มุ่ยหน้าเสียแล้ว

“ทำไมต้องบีบเสียงล้อเลียนแจจุงด้วย..ยุนโฮไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ…” และกลับกลายเป็นแจจุงเสียเองที่บ่นยุนโฮ มื้อเช้าที่วุ่นวายเล็กๆจึงบังเกิดขึ้น พี่ชายคนเดียวที่สุดท้ายแม้แจจุงจะทั้งรั้งทั้งอ้อนแต่ก็ไม่สามารถโดดงานเหมือนเมื่อวานนี้ได้อีกแล้ว

ยุนโฮลุกขึ้นและเตรียมตัวไปทำงานถึงแม้การจราจรโดยการใช้รถไฟใต้ดินจะไม่ติดขัดแต่เวลานี้จะมีคนจำนวนมากที่ แย่งใช้บริการเหมือนๆกับเขา แจจุงเดินมาส่งลูกพี่ลูกน้องด้วยแววตาเศร้าสร้อย ไม่นึกดีใจสักนิดที่ห้องแห่งนี้จะเป็นของเขาคนเดียว

มือหนายกขึ้นลูบหัวกลมๆของอีกฝ่าย แจจุงทำปากยื่นจมูกยื่น ถ้าครางเสียงหงิงได้คงทำไปแล้ว

“รีบๆกลับนะยุนโฮ..” พูดเสียงแผ่วขณะมองตามร่างสูงภายใต้เสื้อโค้ทตัวยาวและใหญ่เดินจากไป..

 

แจจุงใช้เวลาในช่วงเช้าที่เหลือโดยการนอนดูโทรทัศน์พร้อมกันกับการทานขนม ก่อนที่สมองน้อยๆของแจจุจะคิดอะไรดีๆออก..

ร่างเล็กเหลือบมองนาฬิกาติดผนังเมื่อเห็นเวลาสมควรก็คว้าหูโทรศัพท์ขึ้นยก..รอเสียงจากปลายสายอยู่หลายวิทีเดียว

“ยุนโฮ…” แจจุงลากเสียงครางยาวๆลงไปในหูโทรศัพท์ทันที โดยไม่คิดเลยว่าคนที่รับมันแล้วได้ยินแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร

‘แจจุง…’ เสียงปลายสายดังราวกระซิบ ร่างบางที่นอนแอ้งแม้งเด้งดึ๋งราวกับที่ก้นกบติดสปริงก็ไม่ปากนคว้าหมอนขึ้นมากอดแนบอกส่งเสียงบี้ๆผ่านตามสาย

“ยุนโฮอ่า..แจจุงเบื่อ…”

‘แล้วไง..’ กระซิบอีกจนแจจุงรู้สึกว่าทำไมยุนโฮต้องทำลับๆล่อๆด้วย

“ยุนโฮอยู่กับใครหรอ?”

‘เจ้านาย’

“หืมม์..ยุนโฮยังไม่กินข้าวหรอ? ตอนนี้เที่ยงแล้วนะ..”

‘ก็กำลังเอ่อ..กินอยู่..แค่นี้นะ’

“เดี๋ยวสิ!ยุนโฮ..ยุนโฮ!!”

แล้วยุนโฮก็วางสายไปเฉย…(?)

ทำแบบนี้มันชักจะอยากงอนแล้วนะ!!

 

“กลับมาแล้ว…”

เสียงทุ้มเอ่ยบอกขณะถอดรองเท้าพลางเขี่ยให้มันพ้นกรอบประตู สัญญาณว่างเปล่าภายในห้องทำให้นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยเพราะที่จริงแล้วน่าจะมีเสียงตื่นเต้นดีใจหรือไม่ก็ร่างน้อยๆนั่งคอยอยู่ ทว่าไม่มี..ว่างเปล่า..ชะโงกหน้ามองหาตามห้องครัวและห้องน้ำก็พบว่าไม่มี เดินไปที่โซฟาก็ไม่เห็น

 

สงสัยจะอยู่ในห้องนอน

 

คิดได้ก็เดินไปเปิดออกทันทีแต่ว่า..ก็ว่างเปล่าเช่นเดิม

 

“แจจุง..!”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกจากท่าทีนิ่งขรึมเริ่มร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้องชายตัวแสบอาจจะดื้อซนโดยการเล่นซ่อนหา แต่เขากลับใจคอไม่ดีเอาเสียเลยเพราะที่นี้คือญี่ปุ่นไม่ใช่บ้านเกิดอย่างเกาหลีที่พอหายตัวไปสักพักเจ้าตัวก็จะเดินกลับเข้าบ้านมาเอง

“แจจุงไม่ตลกเลยนะ…” ร่างสูงพึมพำ เขาพยายามเปิดหาทั้งตู้เสื้อผ้า ลิ้นชักเก็บของ มันบ้าบอมากแต่ยุนโฮก็ทำโดยที่หัวใจเต้นกระชั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

ห้องเล็กนิดเดียวและไม่มีที่ที่แจจุงจะซ่อนได้อีกแล้ว ยุนโฮแทบบ้าเขาเดินเป็นหมีติดจั่นไปทั่วห้องก่อนจะนึกขึ้นได้

 

โทรศัพท์…!

 

เขากดเบอร์โทรออกอย่างแม่นยำไม่มีพลาด รอเสียงสัญญาณก่อนจะสบถถ้อยคำหยาบคายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

แจจุงไม่รับโทรศัพท์เพราะไอ้เครื่องมือสื่อสารที่ว่ามันวางอยู่ที่โต๊ะกินข้าว!!

 

“บ้าเอ้ย!”

 

กำลังจะคว้าเสื้อโค้ทแล้วลงไปตามหาโดยเริ่มต้นจากลุงยามข้างล่างที่คอยเฝ้าทางเข้าออกกลับต้องชะงักพลันเมื่อ ประตูถูกดันเข้ามาซะก่อน

ใบหน้าหวานใสแง้มเข้ามาพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทุลักทุเลเพราะถือของอยู่เต็มสองมือ ยุนโฮยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกได้แต่มองร่างบางถอดรองเท้าจนเสร็จแล้วเดินเข้ามา

แจจุงที่มองหน้าร่างสูงที่ยืนค้างๆพลางถามขึ้นอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว

“เป็นอะไรยุนโฮ?” ก่อนจะเดินไปที่โต๊ะกินข้าวแล้ววางของที่ซื้อจากร้านสดวกซื้อที่เปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมงลง

“ไปไหนมา?” ยุนโฮถามหลังตั้งสติได้เขาก็เดินเข้าไปใกล้แล้วจับไหล่เล็กให้หันกลับมา

“รู้ไหมว่าข้างนอกมันอันตรายมากแค่ไหน? ออกไปตอนไหนตั้งแต่เมื่อไร? แล้วทำไมไม่รู้จักบอก เดินดุ่มๆออกไปรู้หรอว่าต้องไปทางไหนตรงไหน? ไม่กลัวหลงหรือไง? แล้วถ้าหลงมาจะทำยังไง? ทำไมไม่เอาโทรศัพท์ไปด้วยห๊า?คิมแจจุง!” ยุนโฮยิงคำถามจนแจจุงที่นิ่งฟังได้แต่ทนรับแรงเขย่าจากร่างสูงจนหัวโคลง

“ยุนโฮ…เจ็บ…”

“ถ้านายหายไปพี่จะทำยังไงห๊ะแจจุง? ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย นี้ญี่ปุ่นนะไม่ใช่เกาหลี”

“อื้อ..ยุนโฮ…ใจเย็นนะ…” ในตอนนี้ยุนโฮน่ากลัวเหลือเกินเพราะเอาแต่จ้องและใช้เสียงคล้ายๆจะตะวาดไม่ลดละ แจจุงคิดว่าเขาตัวเล็กอยู่แล้วตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองคงจะเหลือสองนิ้วในไม่ช้า

“แจจุงโทรไปหายุนโฮแล้วแต่ยุนโฮบอกว่าอยู่กับเจ้านายนี่…”

“………”

“จะให้แจจุงทำยังไงล่ะ? แจจุงเบื่อนะ แล้วอีกอย่างแจจุงก็ลงไปแค่ข้างล่างเอง..แจจุงรู้ว่าที่นี้ญี่ปุ่นแต่แจจุงก็พูดญี่ปุ่นเป็นเหมือนกันยุนโฮลืมแล้วหรือไง?”

แจจุงเถียงกลับเสียงใสยิ่งทำให้คนที่’เป็นห่วง’ถึงกับฉุนจนฟิวส์ขาด

“แล้วเก่งมากหรือไง?!”

“แจจุงก็ปลอดภัยกลับมานี้ไง?ยุนโฮจะตะคอกแจจุงทำไมล่ะ?”

“ก็เพราะพี่เป็นห่วงเราตั้งหาก!!” ยุนโฮตะโกนอย่างเหลืออด ผละมือออกจากร่างบางด้วยแรงที่ไม่เบามือนัก น้ำตาไหวรื้นจนขอบตาของแจจุงร้อนผ่าว ทุกครั้งที่ทะเลาะทุกครั้งที่แหย่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ยุนโฮจะใช้น้ำเสียงแบบนี้กับแจจุง พอคิดได้ความน้อยใจที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆก็ตีขึ้นมาอีกระลอก น้ำอุ่นๆชื้นๆจึงทะลักจนสายตาพร่ามัว

“แจจุงขอโทษ…ฮึก..แจจุงจะไม่ทำอีกแล้ว…แจจุงมาที่นี้ทำให้ยุนโฮต้องเหนื่อย ทั้งลำบาก…ทั้งอึดอัด…”

แจจุงว่า ปาดน้ำใสๆที่ไหลเอ่อออกไปก่อนจะเดินโดยไม่สนว่าจะชนไหล่ร่างสูงวิ่งเข้าห้องไป…

 

“แจจุง!” ยุนโฮพยายามรั้งแต่ก็เปล่าประโยชน์ ร่างบางปิดประตูและล๊อคมันอย่างรวดเร็ว อยากจะเรียกให้ออกมาทำความเข้าใจ รู้ตัวว่าตัวเองใช้อารมณ์กับน้องมากเกินไป รู้ว่าผิดแล้วก็อยากให้น้องให้อภัย ไม่อยากให้น้องต้องร้องไห้เพราะตัวเขาเลยจริงๆ…

 

“แจจุง..พี่…ขอโทษ…”

 

ยุนโฮปล่อยให้แจจุงอยู่ในห้องคนเดียวสักพักโดยไม่รบกวน เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานานและมื้อเย็นอาจจะล่วงเลยเป็นมื้อค่ำ ร้านซูชิที่อยากพาแจจุงไปทานด้วยกัน อาจจะต้องล่มเพราะฝีมือเขาเอง

ถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตัวเองแท้ๆ มองมันอย่างชั่งใจ ถ้าแจจุงยังไม่หายโกรธลากยังไงอีกฝ่ายก็ดื้อรั้นไม่ยอมท่าเดียว

ยุนโฮลงมือไขประตูโดยใช้กุญแจสำรอง เกิดเสียงแอ๊ดของประตูดังขึ้นแต่เขาพยายามทำให้มันเกิดเสียงน้อยที่สุด เมื่อมองไปที่เตียงก็พบกับร่างบางที่นอนอยู่จริงๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ ทรุดลงตรงข้างเตียง แจจุงที่ผล๊อยหลับไปยังคงมีคราบน้ำตากรังอยู่ที่ผิวหน้าเนียนใส

 

เจ็บ..ยุนโฮรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ…

 

“แจจุง…”

กระซิบเรียกเสียงแผ่ว ลูบผมร่างบางด้วยความรักใคร่และสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความหวงแหน แจจุงนอนนิ่งรออยู่นานแต่ยุนโฮก็ยินดีที่จะรอให้ร่างบางเปิดเปลือกตาขึ้นมา

นัยน์ตากลมกลอกไปมาเชื่องช้า แสงไฟจากหัวเตียงที่เปิดโดยฝีมือยุนโฮกำลังเล่นแสงและเงากับร่างสูง สัมผัสแผ่วเบาทว่าอบอุ่นอ่อนโยนและช่วยผ่อนคลายนี้ทำให้แจจุงตื่นขึ้นเต็มตา

“พี่ขอโทษ…อย่าโกรธเลยนะ…”เสียงที่ใช้ไม่ต่างจากเสียงกระซิบ ปลายนิ้วร้อนแตะลงแผ่วเบาที่แก้มนิ่ม ลูบมันราวกับเช็ดหยดน้ำตาที่เคยไหลรินแต่ในตอนนี้แห้งเหือด ลมหายใจของแจจุงติดขัด เขาเผลอกลั้นหายใจยามสบสายตาของอีกฝ่าย ดวงตาที่สะท้อนเงาของเขาไม่ต่างกับดวงตาของเขาสะท้อนเงาร่างสูงอยู่เต็มเปี่ยม

ความโกรธเคืองหรือความน้อยใจแทบจะละลายหายไปจนสิ้น เมื่อหัวใจที่สั่นคลอนนี้เต้นรัวอีกครั้งกับคนตรงหน้า สัมผัสปลอบประโลมที่ทำให้ใจได้เพริดไป อยากเก็บ..รักษามันไว้..ให้มันเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

แต่ก็รู้ว่าทำไม่ได้

 

แจจุงหลบสายตาคู่คมวูบ เมื่อรู้สึกหวั่นไหวเหลือเกินในเวลานี้

“ยกโทษให้พี่นะแจจุง…เราอย่าโกรธกันเลย” ร่างสูงอ้อนวอน สายตาเจ็บปวดเปิดเผยต่อร่างบางที่เม้มริมฝีปากนอนนิ่งไม่ตอบรับใดๆ ในใจมันก็วูบโหวงแปลกๆ กลัว..กลัวว่าความน่ารัก ความสดใส และรอยยิ้มเหล่านั้นจะถูกดูดกลืนหายไปโดยฝีมือเขาเอง

“……..”

“แจจุงอ่า…พี่ขอโทษ….เราอย่าโกรธพี่เลยนะ…พี่ผิดไปแล้วจริงๆ…” น้ำเสียงเศร้าสร้อยจนจิตใจของแจจุงอ่อนยวบ ร่างบางส่ายหน้าเบาๆ

“แจจุง…” ยุนโฮคิดว่าอีกฝ่ายปฏิเสธเผลอครางออกมาอย่างเจ็บปวด แจจุงลุกขึ้นนั่งดีๆโดยที่อีกฝ่ายได้แต่มองตาม

“แจจุงเองก็ผิดเหมือนกัน..ที่หลังจะนอนคอยพี่ยุนโฮดีๆ ไม่ไปไหนมาไหนโดยภาระการอีกแล้ว…”เอ่ยเสียงอ้อมแอ้มกลับไป ทันทีที่ได้ฟังยุนโฮก็เหมือนกับคนที่หหลงอยู่กลางทะเลทรายแล้วเจอโอเอซิสในวินาทีสุดท้าย เขาโผเข้ากอดร่างเล็กบางไว้แนบอก กอดจนอีกคนจมอยุ่กับอกอุ่นๆของตัวเอง

“พี่เป็นห่วงเรามากจริงๆ..ตอนกลับมาไม่เจอใครพี่ก็กลัวแทบบ้า…”

“……..”

“ที่นี้ญี่ปุ่นไม่ใช่เกาหลี..พี่กลัว..กลัวเราจะหายไปจริงๆ…” ถึงตรงนี้ก็ยิ่งกอดร่างบางแน่นขึ้นจนอีกคนรู้สึกได้ แจจุงกอดเอวหนาพลางซบลงที่แผงอกกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนการกอดของยุนโฮก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนเดิม อบอุ่น นุ่มนวล อยากจมตัวเองอยู่กับอ้อมกอดนี้นานๆ

“แจจุงจะไม่ทำอีกแล้วเหมือนกัน…แจจุงขอโทษ…”ขยับปากพลางพริ้มตาหลับกับไหล่กว้างที่อุ่นสบาย กลิ่นอุ่นๆที่โชยแตะจมูกเป็นกลิ่นเดียวกันกับเสื้อผ้าที่แขวนไว้ในตู้ แจจุงชอบกลิ่นของมัน..เพราะมันเป็นกลิ่นของยุนโฮ…

“อื้ม..ถ้างั้น..ไปกินซูชิต้นตำรับกันเถอะ…หิวหรือยัง?” ยุนโฮพูดอย่างร่าเริงขณะก้มลงมาและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ใบหน้าใสแหงนเงย นอกจากดวงตาสองคู่ที่สบประสานกันยังมีปลายจมูกที่เผลอชนกันหน่อยๆอย่างช่วยไม่ได้

ทุกอย่างนิ่งสงบเนิ่นนานและต่างฝ่ายต่างก็เผลอกลั้นลมหายใจจนไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาทำลายความเงียบที่ ก่อตัวขึ้น แจจุงเผลอกำชายเสื้อของร่างสูงแน่นขึ้นในจังหวะที่ลมหายใจร้อนเป่ารินรดวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ยุนโฮรู้ว่ามันอันตรายมากแต่ร่างบางเหมือนกับร่ายเวทย์มนตร์กักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้เขาถอดถอนสายตา

แต่ในที่สุดเขาก็ออกจากวังวนเหล่านั้นได้จากแรงขยำตรงชายเสื้อ

 

เกือบ…เกือบแล้วไหมล่ะ

 

ยุนโฮลุกขึ้นเต็มความสูงขณะผ่อนจังหวะหัวใจที่เต้นกระชั้นเมื่อครู่ให้สงบลงในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับหันไปทางร่างบางที่ยังคงก้มหน้างุดๆซ่อนแก้มที่แดงเรื่อไว้ไม่ให้ใครเห็น

“เดี๋ยวพี่ออกไปรอข้างนอกนะ…” พูดอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินจากไป

 

“ฟู่…” แจจุงเป่าลมออกจากปากงอนบางก่อนจะจับจังหวะหัวใจที่ยังเต้นรัวเร็วไม่เปลี่ยนแปลง

 

ร้านซูชิที่ยุนโฮพามาเป็นร้านซูชิที่เก่าแก่และค่อนข้างมีอายุยาวนาน เพราะดูจากประตูร้านและวัสดุที่เป็นไม้หายากมีราคาและถูกขัดจนขึ้นเงา

มันเป็นร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่หัวมุม คนค่อนข้างเยอะทีเดียวเมื่อยุนโฮและแจจุงเข้าไป มีบาร์ให้นั่งทานเดี่ยวๆและสายพานที่ค่อยลำเลียงซูชิอย่างไม่ขาดสาย ร่างสูงเลือกที่จะจับมือของอีกฝ่ายและตรงเข้าไปนั่งที่ว่างสองที่ที่เหลือพอดีตรงหัวสายพาน แจจุงทำตาโตเมื่อเห็นซูชิหลากหลายชนิดและหลากหลายหน้า นอกจากจะนั่งคีบซูชิได้อย่างตามใจแล้วยังมีเมนูแยกสำหรับสั่งอาหารเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะ เกี๊ยวซ่า หรือทาโกยากิ

“อร่อยไหม?” ยุนโฮถามอย่างเอาใจขณะเลือกหน้าไข่ปลาที่แจจุงชอบให้ทาน

“รู้ไหมเทคนิคการกินซูชิที่เป็นสายพานคืออะไร?” ยุนโฮก้มลงกระซิบกับร่างเล็กที่เผลอก้มไปด้วยขณะที่ปากก็ยังไม่หยุดทำงาน

“อะไรเหรอ?”

“เราต้องเลือกนั่งที่ดีๆ..อย่างนี้…ต้องนั่งที่ต้นสาย..เพราะพอซูชิออกมาจะได้กินทันที” พูดพร้อมสาธิตหยิบซูชิหน้าหอยเม่นขึ้นมาทันทีที่มันถูกลำเลียงออกมา

“ว้าว…หอยเม่น…แต่…แจจุงกินไม่เป็นง่ะยุนโฮ….” พูดเบาๆก่อนจะมองซูชิหน้าหอยเม่นอย่างเสียดาย

“มาถึงนี้แล้วจะกินไม่เป็นได้ไง..เร็วเข้า..กินเข้าไปเลย…” แจจุงเบ้หน้าเมื่อยุนโฮยื่นตะเกียบที่คีบหอยเม่นมาจ่อที่ริมฝีปาก

“อื้อ!! ยุนโฮ!! วาซาบิ…วาซาบิมัน…” แจจุงพยายามอธิบายเมื่อซูชิหน้าหอยเม่นเข้าปาก ความนุ่มนิ่มและรสชาติเค็มหวานกำลังพอดีของน้ำหมักให้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม แต่ข้างใต้ที่ติดกับข้าวกลับมีวาซาบิก้อนใหญ่ที่แจจุงไม่รู้ มันจี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!ขึ้นสมองเลยทีเดียว…

ยุนโฮต้องรีบยกน้ำชาให้แจจุงที่ตบไหล่หนาประท้วง แจจุงยังคงเบลอจัดจากฤทธิ์ของวาซาบิก่อนจะกลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อจู่ๆเสียงทักก็ดังขึ้นท่ามกลางพวกเขาสองคน

“ยุนโฮซัง..มาทำอะไรที่นี้จ๊ะ?” เป็นเสียงของผู้หญิง สำเนียงญี่ปุ่นบ่งบอกว่าเธอเป็นสัญชาตินี้โดยกำเนิด แจจุงเงยหน้าขึ้นมองพร้อมๆกับยุนโฮ

“มินาโมโต้!!” ยุนโฮร้องทักก่อนหญิงสาวที่ชื่อมินาโมโต้จะยิ้มกลับอย่างใจดี เธอมีใบหน้าเรียวทว่ามีโหนกแก้มที่ค่อนข้างชัดเจนและยกสูง เธอผิวขาวสังเกตได้จากมือที่โผล่พ้นออกมา เธอสวมเสื้อโค้ทที่มีขนเฟอร์ติดให้ดูหรูหรา ถุงน่องสีดำและรองเท้าส้นเข้มแหลมสูง ลักษณะการแต่งตัวที่บอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงอยู่ในวัยทำงานเหมือนๆกับยุนโฮ

“ตกใจมากเลยที่เจอเธอที่นี้” มินาโมโต้บอกก่อนจะวางมือที่ประดับด้วยแหวนตรงนิ้วชี้เป็นเพ็ชรไม่ผิดแน่ตรงไหล่หนา ท่าทางสนิทสนมกันมากและทักทายกันไปมาทำให้แจจุงถูกกลืนเข้ากับอากาศคล้ายกับเป็นเนื้อเดียวกัน

“ไปคลับด้วยกันสิจ๊ะ…วันนี้วันศุกร์เรามีปาร์ตี้กัน..” คำชวนที่ทำให้แจจุงต้องกลับมาหูผึ่ง เขาหันขวับมองร่างสูงทันที สีหน้าลำบากใจของยุนโฮทำให้แจจุงยู่หน้าอย่างช่วยไม่ได้

“วันนี้ผมมากับน้องครับ..คงไปไม่ได้จริงๆ…มินาโมโต้ปาร์ตี้ให้สนุกนะครับ…”

“เห?..น้องชายยุนโฮซังเหรอ?” เธอหันมาทางแจจุง ดวงตาที่ถูกแต่งให้โดดเด่นแต่เน้นโทนสีธรรมชาติจ้องมาที่แจจุง เธอหัวเราะเบาๆพลางพึมพำว่า “คาวาอิ…”

“น้องสาวเหรอยุนโฮ…ถึงจะดูเหมือนผู้ชายแต่ก็น่ารักดีนะ…”

ยุนโฮยิ้มค้างขณะที่ปั้นสีหน้าไม่ถูก มือบางเผลอกำตะเกียบในมือแน่นโชคดีที่ยุนโฮคว้ามือเล็กมาบีบเตือนสติได้ทัน

“เอ่อ..น้องชายครับมินาโมโต้ซัง..ชื่อแจจุง..”

“เจจุน?” เธออกเสียงแจจุงผิดและทำให้ใบหน้าที่แสนบึ้งตึงของร่างบางแสดงออกชัดเจนมากขึ้น ที่แจจุงไม่พอใจไม่ใช่เพราะเธอพูดเสียงแปร่งๆกับชื่อเขา แต่เพราะเธอที่เอาแต่พันหน้าพันหลังยุนโฮต่างหาก ปลายนิ้วของเธอถูกเพ้นท์อย่างดี เธอย้ายตัวเองที่เดินอยู่นานไปนั่งข้างยุนโฮซึ่งมีที่ว่างเหลืออยู่ก่อนจะป้องปากทำท่ากระซิบ

 

นี่คงคิดว่าคิมแจจุงคนนี้ฟังไม่รู้เรื่องสินะ!!

 

“อุ๊ย!น้องชายของยุนโฮซังน่ารักจังเลย เหมือนตุ๊กตา..” เธอทำตาแป๋วก่อนจะพูดต่อ “ตอนแรกก็นึกว่าทอมบอย…ฮ่าๆ”

ยุนโฮส่งยิ้มเจื่อนๆก่อนเธอจะแตะปากที่เคลือบลิปกรอสเนื้อดีมันวาว

“ยุนโฮซังก็ไปด้วยกันสิ ชวนน้องชายยุนโฮซังไปด้วย..ไปดื่มที่คลับ บรรยากาศดีๆ” เธอยังคงไม่เลิกชักชวน แจจุงไม่สนใจที่จะฟังหันไปนั่งเท้าคางจับซูชิกินอย่างเดียว

“เอ่อ..น้องชายผมยังโตไม่พอครับ..โอกาสหน้านะมินาโมโต้ซัง..”

 

“โอกาสหน้า..เชอะ..” แจจุงพึมพำขณะฟาดซูชิไปด้วย มินาโมโต้จากไปแล้วเธอยังไม่วายตบแก้มชายหนุ่มด้วยความหมั่นเขี้ยว ยุนโฮส่งยิ้มเสียวๆพร้อมกับโบกมือบ๊ายบาย จนกระทั่งลับหลังเธอจึงพ่นลมหายใจออกมา

“ฟู่…”

“เชอะ…” แจจุงส่งเสียง ร่างบางย่นจมูกย่นคิ้ว ยื่นปากเบะๆก่อนจะลุกขึ้นทันที

“อิ่มแล้ว..กลับเถอะยุนโฮ..”

“หืมม์..พี่ยัง..ไม่อิ่ม…เดี๋ยวสิแจจุง…” ยุนโฮละล่ำละลักมองร่างบางที่เดินตัวปลิวออกนอกร้านโดยไม่สนใจที่จะฟังเสียงใครเลยสักนิดเดียว

 

“แจจุง…งอนไรอีกล่ะ?”

ร่างบางเดินนำยุนโฮอยู่เกือบหนึ่งช่วงตัว พออีกฝ่ายเข้าไปใกล้แจจุงก็จะรีบจ้ำเดินนำเสมอจนตอนนี้ยุนโฮเลยปล่อยให้อีกคนเดินนำอยู่ข้างหน้า ตะโกนถามเมื่อเห็นลักษณะท่าทางดูก็รู้ว่า’งอน’ ตามระเบียบ

“เปล่างอนสักหน่อย…” ส่งเสียงตอบก่อนจะเดินดูนู้นดูนี้เรื่อยเปื่อย ใจจริงก็ไม่ได้อยากงี่เง่าอะไรแบบนี้แต่แจจุงก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิด งุ่นง่าน แล้วก็ไม่พอใจกับสิ่งที่มินาโมโต้ทำ

ทั้งๆที่เธอก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน แจจุงก็พึงคิดอยู่เสมอ..แต่มัน..ก็ยังมีความรู้สึกเหล่านี้ผุดขึ้นมาอยู่ดี..

 

“อ๊ะ!!”

“เราเดินหนีพี่บ่อยไปแล้วนะ..”

ยุนโฮเดินตรงเข้าไปคว้าแขนบางจนอีกฝ่ายสะดุ้ง แจจุงหันมาอย่างตกใจและพวกเขาหยุดเดินตรงทางก่อนที่จะข้ามถนน โชคดีจริงๆที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง แจจุงจึงไม่สามารถเดินหนีไปทางไหน

“แจจุงเปล่า…”

“อย่าเลย…พี่เห็นเราเดินหนีพี่ทุกครั้ง ทำไมฮึ? แต่ก่อนมีอะไรก็พูดกันตรงๆนี่”

“ก็ตอนนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนนี่ฮะ..” แจจุงกัดฟันพูด สัมผัสที่บีบรั้งแน่นขึ้นไม่ต่างกับหัวใจที่ถูกบีบรัด

“ทำไมล่ะ? ตอนนี้กับตอนนั้นต่างกันตรงไหน?” อีกฝ่ายกลับตั้งคำถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็เพราะแจจุง….” ยุนโฮเฝ้ารอให้ร่างบางพูดต่อแต่แจจุงกลับชะงักเหมือนระลึกได้ว่าตนเองกำลังจะพูดอะไรออกไป

“เพราะอะไรแจจุง?” ร่างสูงยังคงคาดคั้นเอาความ แต่แจจุงกลับเบือนหน้าหนี….และในวินาทีที่แจจุงเงยหน้าขึ้นพร้อมรวบรวมความกล้าทั้งหมดทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ความวุ่นวาย เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นให้คนข้ามถนน ยุนโฮไม่ได้จ้องหน้าแจจุงอย่างคาดคั้นอีกต่อไป มือหนาที่แสนอบอุ่นคอยโอบประคองเขาไว้กระตุกเบาๆเพื่อให้ร่างบางเดินตาม

 

僕らは二人で大人になってきた
เราทั้งคู่ต่างเติบโตมาด้วยกัน

でも君が選んだの   は違う道
แต่คุณได้เลือกทางเดินที่แตกต่างไปแล้ว

どうして君を好きになってしまったんだろう’ 

เพราะเหตุใดสุดท้ายผมจึงหลงรักแค่คุณ

 

TBC.



 

AN : (: สุขสันต์วันยุนแจ

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งเข้ามาอ่าน..สนุกมากค่ะไรเตอร์
ขอเป็นแฟนประจำด้วยนะคะbig smile big smile big smile

#3 By Ao yunjae cass (110.49.188.37) on 2012-02-06 21:50

งอนกันหลายเรื่องจังเลยน้าาา
แจจุงมาอยู่ 4 วัน 3 คืน นี่ก็เลยผ่านมาจะ 2 คืนแล้วนะ
แล้วจะแบบว่าไงหละ เปิดใจกันตอนไหน
ต่างคนต่างหลงรักกันซะขนาดนี้แล้ว

เอาใจช่วยทั้งไรเตอร์ทั้งยุนแจเลยละกัน สู้ๆๆๆ

#2 By เลิฟ (118.174.79.190) on 2012-02-06 12:12

อ๊าาาาา ไรต์มาต่อเลยยยย นี่มันวันที่หกแล้ววววว
มันค้างงง ค้างงง ค้างงงงงงง เกลียดยัยมินาโมโต้โอโจ้ซังจริง
เดี๋ยวแม่ถอดส้นเข็มตอกหน้าหงายเหอะ รู้จักแม่ยกแจจุงน้อยไป
ซะแล้วววว บังอาจเอาปากเฉียดแก้มชองเดี๋ยวเจออะ
ย้ำอีกที ไรต์คะ นี่มันวันที่หกแล้วค่ะ
รีบๆมาแปะพาร์ทสามเลยยยย ค้างงง

#1 By Mjjeje_KQ (27.55.2.232) on 2012-02-06 01:10