[SF] - Memorable - YUNHOxJAEJOONG [1/3]

posted on 04 Feb 2012 23:06 by zensedayz in SF-TVXQ directory Fiction

Title :  - Memorable -

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC 

Rate : PG -13     

Pariring : Yunho x Jaejoong

 

 

“ญี่ปุ่นๆๆๆๆๆๆ..อร๊ากกกกกกกกก!! ญี่ปุ่นนน!!...สุ่โก่ยยยยย”

 

ทันทีที่ปลายเท้าสัมผัสกับประเทศที่เปี่ยมไปด้วยอารยธรรมทั้งด้านอาหาร ดนตรี เทคโนโลยีและแฟชั่น คิมแจจุงก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความปลาบปลื้มปิติ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มยิงฟันให้เจ้าของทริปที่ออกทั้งค่าเดินทาง ที่พัก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ

“เจ๋งสุดๆไปเลยยุนโฮ..แจจุงฝันมาตั้งนาน….ในที่สุด…ในที่สุด…!!”

แจจุงกำมือก่อนจะหลับตาแล้วกระโดดตัวลอย เขาหมุนไปรอบๆเต้นท่าทางประหลาดๆจนคนภายในสนามบินเริ่มหันมาสนใจ คนที่ยืนอยู่ข้างๆกุมขมับ เขารีบดึงลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้สนใจใครๆรีบออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว

“ยุนโฮๆๆ…เราจะทำอะไรกันก่อนดี ตอนนี้แจจุงหิ๊วหิว..แต่ก็อยากเดินซื้อของก่อน..”

“กลับที่พักก่อน..วันนี้พี่เหนื่อยแล้ว..”

“ห๊า!! ได้ไงอ่ะ!! แจจุงมาเที่ยวญี่ปุ่นแค่สี่วันสามคืนเองน้าาาา!! ต้องใช้เวลาให้คุ้มหน่อยสิ..ยุนโฮอ่า..”

มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งหน้าหวาน ตัวเล็ก เขาสวมหมวกไหมพรมถัก และแจ็กเก็ตพอดีตัว ส่วนล่างเป็นกางเกงขาลีบทันสมัยกับรองเท้าบู้ทดูเหมาะเจาะกันดีกับรูปร่างบอบบาง เขาเดินพันหน้าพันหลังผู้ชายตัวสูง  ใบหน้าคมไม่ฉายแววใดๆนอกจากความสุขุมเยือกเย็น เขาสวมเสื้อผ้ามีระดับ เสื้อโค้ทตัวยาวสีเข้ม กับกางเกงและรองเท้าที่เข้าชุดกัน ดูแล้วอายุน่าจะราวๆ 30 ต้นๆ

 

ทั้งคู่ดูเป็นที่ดึงดูดในสนามบินที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ

 

แจจุงเกาะแขนยุนโฮพลางเขย่า ใบหน้าอ้อนๆถูกส่งให้ ยุนโฮก้มลงมองลูกพี่ลูกน้องตัวแสบ…เพราะไอ้หน้าตาแบบนี้ คำพูดแบบนี้ ปากกลมๆแบบนี้ เขาถึงได้ซวยกลายเป็นแม่ลิงแบกหลังลูกลิงในญี่ปุ่นไงล่ะ!!

 

“ยุนโฮโกหก!! แจจุงจะฟ้องทั้งป๋า ทั้งม๊าเลยว่ายุนโฮอ่ะไม่พาแจจุงเที่ยวอย่างที่สัญญา!!” แจจุงยื่นคำขาด ขณะที่ยุนโฮเริ่มอยากจะเขกกระโหลกเด็กแสบตรงหน้าสักสองสามที ภาษาเกาหลีที่พวกเขาคุยกันทำให้คนเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น ยุนโฮรีบลากแจจุงออกมาก่อนจะจับยัดเข้าไปในรถของตนเองทันที

 

เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อตอนที่เขากลับจากญี่ปุ่นไปเกาหลี หลังได้พักเป็นเวลาสั้นๆในช่วงวันหยุดยาว ลูกพี่ลูกน้องของเขา คิมแจจุงกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาเลยแวะไปหาเจ้าตัวพร้อมขนมชื่อดังจากญี่ปุ่นหลายชนิด  เป็นที่รู้กันว่าแจจุงนั้นคลั่งไคล้อยากมาเที่ยวญี่ปุ่นมากแค่ไหน

 

ครั้งหนึ่งที่ยุนโฮต้องย้ายจากเกาหลีไปทำงานที่ญี่ปุ่นเป็นการถาวร น้องชายของเขาคนนี้ก็ร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่ ไหนจะทั้งรั้งทั้งลากไม่ให้เขาไปญี่ปุ่นเด็ดขาด บอกว่าจะงอนไม่ยอมให้ง้อ แต่สุดท้ายยุนโฮก็ต้องย้ายมาทำงานอยู่ดี กลับมาครั้งแรกจึงได้รู้ว่าแจจุงอิจฉาที่เขาได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อนตัวเอง เหตุผลที่ทำให้ทุกคนต่างพากันฮาครืน ส่วนเจ้าตัวยังคงงอนตุ้ปป่องไม่มองแม้กระทั่งหน้ายุนโฮ

หลังจากเขากลับไปได้สองอาทิตย์ถึงได้ส่งขนมจากญี่ปุ่นมาให้เพื่อเป็นการไถ่โทษ หลังจากนั้นกระมังคิมแจจุงจึงชี้นิ้วสั่งเขาจะเอานู้นเอานี่จากญี่ปุ่นตลอดเวลา

 

แต่ยุนโฮก็ยอมซื้อให้ ถึงบางอย่างจะคิดแทบตายว่าซื้อไปทำไม แต่แจจุงก็ให้เหตุผลว่า “คนแก่ไม่เข้าใจวัยรุ่นหรอก” ยุนโฮได้แต่ทำการหายใจเข้า-ออก ซื้อเจ้าฮาร์ดไดร์ฟหมีหน้าโง่(ยุนโฮตั้งชื่อเอง)ส่งไปให้แจจุง ส่วนเขาใช้เพียงฮาร์ดไดร์ฟธรรมดาอันเก่าๆที่แจจุงส่งกลับมาให้เป็นของขวัญ ในนั้นมีจดหมายที่เขียนโดยแจจุงหนึ่งฉบับถูกบันทึกค้างไว้ ยุนโฮยังจำได้ถึงเรื่องราวที่เขียนขึ้น แจจุงทั้งตัดพ้อต่อว่า และสุดท้ายก็ลงท้ายไว้ว่าจะต้องมาญี่ปุ่นให้ได้

 

แต่ไม่รู้อิท่าไหน ยุนโฮเกิดไปตกปากรับคำแจจุงที่นับวันจะยิ่งเจ้าเล่ห์ แสนแสบมากขึ้น ทั้งอ้อนทั้งขอบอกว่าถ้าสอบติดมหา’ลัยโซล(ซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง)คณะอักษรศาสตร์ที่เจ้าตัวอยากเรียนแล้วล่ะก็ ยุนโฮต้องพาแจจุงทัวร์ญี่ปุ่น

เขาคิดว่าไม่เสียหายอะไรเลยตอบตกลงไปว่าถ้าเจ้าตัวทำได้ก็จะพามาญี่ปุ่นด้วยในครั้งหน้า และทันทีที่ผลสอบออกแจจุงก็รีบส่งทั้งเมลล์ แมสเซจ รวมไปถึงโทรมาหาตอนเขากำลังประชุมอยู่ ว่า”แจจุงทำสำเร็จแล้วนะ!” แล้วก็วางสายไปทันที ยุนโฮบอกตัวเองว่าเขาอาจจะคุยกับแจจุงน้อยไปช่วงนี้ถึงได้ไม่เข้าใจอาการ หรือคำพูดปุปปับว่องไวของคนตัวเล็ก

 

แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อกลับไปอีกเลย เพราะงานที่นี้ยุ่งมาก แจจุงเองก็หายไปเหมือนกัน พอติดต่อกลับมาปุ๊ปยุนโฮก็เหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำ(ลาย)ของแจจุง นั่งฟังลูกพี่ลูกน้องบ่น(ตัวเอง)อยู่เกือบชั่วโมง แล้วเจ้าตัวก็สรุปสุดท้ายให้เสร็จสรรพ “ด้วยความผิดทั้งหมดนี้!!ยุนโฮต้องเลี้ยงดูแจจุงอย่างดีระหว่างอยู่ญี่ปุ่น”….แล้วไอ้คำว่า”..เลี้ยงดูอย่างดี”ก็คือออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างน่ะสิ!! เพียงแค่เขาเผลอส่งคำว่า”อื้ม..”ไปคำเดียว … เขาก็รู้ได้ทันทีว่าวงเงินบัตรเครดิตอาจทะลุติดเพดาน…

ด้วยเรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น..ยุนโฮถึงได้ต้องยอมลูกพี่ลูกน้องคนนี้ของเขา..ตลอดเวลา ทันทีที่ถึงคอนโดในย่านกินซ่าแจจุงก็เริ่มต้นเต้นระบำอีกรอบ

ร่างบางส่งเสียงตื่นเต้นตลอดเวลาตั้งแต่ออกจากสนามบินมาถึงห้องพักของเขา…แจจุงวิ่งไปดึงม่านพลางทำตาโต ร้องเสียงว้าวๆอย่างตื่นตาตื่นใจ ส่วนคนเหงื่อตกที่หิ้วกระเป๋าใบยักษ์สองใบจะเป็นใครถ้าไม่ใช่ชองยุนโฮคนนี้

ร่างสูงวางกระเป๋าเดินทางได้ก็เดินเข้าไปในส่วนของห้องครัวก่อนจะเปิดตู้เย็นคว้าน้ำดื่มดับความกระหาย  แจจุงยังคงเดินมาพัวพันอยู่ข้างๆ “ตู้เย็นใหญ่มากเลยยุนโฮ..” ก่อนจะก้มตัวแล้วเอาหัวมุดๆใต้รักแร้เข้ามาเพื่อสำรวจเสบียงของตู้เย็น

“แต่ไม่มีไรเลยง่ะ…มีแต่เบียร์กับ..นม..” แจจุงสาธยายขณะรื้อๆค้นๆครั้งยิ่งใหญ่…ยุนโฮมองหัวกลมๆรู้สึกหมั่นเขี้ยวอย่างประหลาด ตอนนี้ร่างเล็กถอดหมวกไหมพรมแล้ว จึงเผยเส้นผมสีสว่างที่เจ้าตัวโอ้อ้วดเสียงใหญ่ว่า”สวย…” หลังจากเจ้าตัวสอบติดมหาวิทยาลัยก็ลงมือทำทันที เห็นทีแรกยุนโฮถึงกลับช๊อค อยากจะจับเจ้าตัวย้อมกลับเป็นสีดำเสียเดี๋ยวนั้น แต่สุดดท้ายก็ทำอะไรเจ้าน้องชายตัวแสบไม่ได้

 

ฉลาดอย่างกับกรด แถมยังไวอย่างกับปรอท

 

ไอ้เด็กแก้มกลมที่ร้องเกาะขากินขนมเมื่อสมัยก่อนคงหายไปแล้วจริงๆ

 

อ่อ..ไม่สิ เปลี่ยนจากเกาะขามาเกาะแขนแทน…

“หิวเหรอ?”

ทันทีที่ถาม หัวที่ก้มงุดๆแทบจะมุดเข้าไปในช่องใส่ของก็เงยขึ้นมาทันควันก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักทันที..ยุนโฮพยายามจะมองข้ามดวงตาคู่กลมแวววาวกับริมฝีปากกลมๆที่เจ้าตัวชอบลอกเลียนแบบเป็ด…

 

แต่เป็นเป็ดที่น่ารักเอาการทีเดียว…

 

.

.

 

“ว้าวๆๆๆๆ…ราเมนๆๆๆๆๆ…” แจจุงแกะตะเกียบออกจากซองพลาสติกก่อนจะฉีกมันออกจากกัน ก้มลงสูดกลิ่นหอมๆของราเมนชามใหญ่ “ทานละนะคร๊าบบบ…” ก่อนจะโซ้ยเส้นกินบะหมี่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ถ้าสำลักจะขำให้ดู..” ผู้ใหญ่ที่นั่งข้างๆจึงได้บ่นเบาๆส่วนตัวเขาก็เริ่มลงมือทานบ้าง..

 

แค่ก! แค่ก!

 

ทานได้ไม่เท่าไร เท่านั้นล่ะเด็กแสบก็สำลักน้ำซุปเต็มรัก ร้อนถึงคนเป็นพี่ชายที่รีบคายเส้นแทบไม่ทันเพื่อลุกขึ้นมาหาทิชชู่ น้ำ รวมไปถึงตบหลังบรรเทาอาการให้คนตัวเล็กที่จมูกเริ่มจะแดงซะแล้ว

“เป็นไงล่ะ..ตะกละ…” แจจุงได้แต่ทำหน้ามุ่ยขณะที่ยุนโฮหัวเราะขำๆ

“ยังไม่หายแสบจมูกเลยอ่ะ…” บ่นให้อีกคนฟังก่อนจะเริ่มต้นทานใหม่ในสปี๊ดที่ช้ากว่าเดิม ยุนโฮที่เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาขยี้หัวลูกพี่ลูกน้องเบาๆ

 

“งื้อออ..  ! ยุนโฮ..ผมเสียทรงหมด…”

 

ใคร..ใครกัน..ใครกันที่สอนให้แจจุงทำหน้าตาน่าหมั่นเขี้ยวแบบนี้…??!!

 

                หลังจากทานราเมนชามโตกันคนละชามแล้วยุนโฮก็รักษาสัญญาด้วยการพาเดินเที่ยวในแถบกินซ่าที่มีทั้งขนมและของเล่น เป็นที่ถูกใจของอีกฝ่ายไม่น้อย แจจุงเลือกจะสวมหมวกไหมพรมถักเหมือนเดิม ถึงมันจะดูน่ารักแอ๊บแบ๊วกลมกลืนแต่ยุนโฮก็ได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ

 

ภายใต้ใบหน้าใส่ซื่อคิมแจจุงคือปีศาจร้ายย!!

 

คนตัวขาว แก้มกลม ปากแดง เห็นน่ารักน่าฟัดเหมือนตุ๊กตาแบบนี้แต่เล่นเอายุนโฮเหงื่อตกหน้าซีดได้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่อนุญาติแจจุงก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป…อยากกินขนม..เขาจ่าย อยากซื้อของ…เขาจ่าย อยากกินน้ำ เขาไปซื้อและเขาจ่าย อยากได้ตุ๊กตา เขาเป็นคนถือและเขาจ่าย…

 

ใจเย็นไว้ยุนโฮ…

 

เดี๋ยวแจจุงก็กลับแล้ว

 

ขณะที่คิดเขาก็ยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาพบว่ามันล่วงเลยจวนเจียนจะสองทุ่มครึ่งแล้ว ยุนโฮส่ายหน้าน้อยๆขณะทอดสายตามองร่างเล็กๆที่ตื่นตาตื่นใจไปกับร้านรวงที่ขยันออกมาสร้างสีสันเรียกลูกค้าในย่านนี้ มือเล็กที่มักจะเอื้อมมาจับแขนเขาพลางเขย่าให้หันไปดูด้วย เสียงหวานใสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ดังเดิมก็เจื้อยแจ้วตามมา ดวงตาคู่กลมที่มักจะวาววับอย่างสนอกสนใจ .. คิมแจจุง..

 

เห้ออ..

 

“ซื้อของเยอะขนาดนี้จะเอาลับยังไงไหว?” ยุนโฮบ่นเบาๆก่อนจะยกถุงที่หิ้วทั้งสองข้างขึ้นมามอง

“ใครว่าแจจุงขนเสื้อผ้ามาสองกระเป๋าล่ะ…” แจจุงตอบคำถามพลางแหงนหน้าชมนกชมไม้ไม่สบสายตา ยุนโฮขมวดคิ้วมองแผ่นหลังเล็กของลูกพี่ลูกน้องอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไง?”

“โธ่!! ยุนโฮ…แจจุงมาเที่ยวไม่กี่วันเอง จะขนเสื้อผ้ามาทำไมตั้งสองกระเป๋าใหญ่ๆ…” ร่างเล็กอธิบายด้วยน้ำเสียงหวานใสเช่นเคย ยุนโฮพยายามประมวลผลตามและสิ่งที่ได้ก็คือ…

“แจจุงเอากระเป๋ามาเพื่อขนของกลับโดยเฉพาะ!!”

 

เจ้าเด็กนี่!!

 

“แจจุงฉลาดใช่ไหมล่ะฮะ! ฮิฮิ”

“พี่คิดว่าเธอขนของมาเต็มสองกระเป๋าจริงๆ…เห็นปกติเป็นพวกบ้าหอบฟาง…” แจจุงที่กำลังหัวเราะและภูมิใจในความคิดของตนเองต้องหันมามองค้อนร่างสูงก่อนจะฟาดมือเข้าเต็มรัก

“ตัวว่าเค้าบ้าหอบฟางได้ไงอ่ะ!” เสียงเล็กร้องแหวอย่างไม่ยอม สรรพนามที่แจจุงเคยใช้กับยุนโฮสมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายแก้มกลม…

“ก็มันจริงนี้…อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ดูสิ แค่ออกมากินข้าวก็แต่งตัวซะเต็ม นี้กะมาเดินแฟชั่นหรือไง” ยุนโฮไม่กลัวต่อแรงแมวขู่เขาจึงใส่ไม่ยั้ง พยักเพยิดไปที่เครื่องแต่งกายแฟชั่นจัดจ้านของแจจุงทันที

“ญี่ปุ่นเขาเมืองแฟชั่น แล้วแต่งกันแบบนี้ก็ไม่เห็นแปลกตาตรงไหน…ยุนโฮเนี้ย!..ซื้อบื้อชะมัด”

 

หืมม์!!

 

ยุนโฮเบิกตากว้างๆที่ถึงมันจะหรี่และตี่อย่างที่คนอื่นชอบบอกก็ช่างมันเถอะ เขามองปากแดงๆที่ขยับพูดไม่หยุดก็ได้แต่นึกเหนื่อยใจ

 

ใช่..เขามันผู้ใหญ่..ไม่เข้าใจเด็กวัยรุ่นมันหรอก…

 

สุดท้ายกว่าจะลากเจ้าตัวแสบให้กลับที่พักได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ล้าไปทั้งขาเพราะการที่ต้องเดินตามร่างเล็กต้อยๆ เข้าออกร้านนู้นควักเงินจ่ายร้านนี้ก็ทำให้เหนื่อยอกเหนื่อยใจไปตามๆกัน

นี้แค่วันแรกนะ…เหอะๆ

 

ร่างสูงถอดเสื้อโค้ทที่ใช้ป้องกันอากาศเย็นออกก่อนจะพับมันครึ่งหนึ่งเพื่อวางไว้ที่พนักโซฟากลางห้อง แจจุงยังคงง่วนอยู่กับการถอดรองเท้าบู้ท ยุนโฮพยายามที่จะไม่เบ้หน้าเมื่อมองรองเท้าสีฟ้าสะท้อนแสงของเจ้าตัว นี้เพิ่งสอยมาสดๆร้อนๆเมื่อครู่นี้เอง

“ใส่ก็ยาก ถอดยังยากอีก…แพงด้วย”

“บ่นๆๆๆๆ ยุนโฮเนี้ยเหมือนหมีกินผึ้งเลย”

 

ปากคอเด็กคนนี้

“คำพูดคำจาเรานี้ไม่ไหวเลยนะแจจุง หัดเป็นเด็กปากร้ายตั้งแต่เมื่อไร ไม่น่ารักเลยนะ”

ยุนโฮหันมาดุร่างบางที่ยืนหน้างอง้ำที่หน้าประตูกึ่งกลางระหว่างห้องครัวและห้องน้ำ ปากแดงๆยื่นออกมาแสดงออกว่าไม่พอใจ

“กับพี่น่ะไม่เท่าไร แต่ถ้าแจจุงไปทำแบบนี้กับใคร..ใครเขาจะรักล่ะ…”

“………” แจจุงก้มหน้าจนคางแทบชิดกับลำคอ ยุนโฮมองอาการนั้นก็พลอยทำให้ใจที่เคยเข้มแข็งต้องอ่อนไหว

 

เพราะตามใจกันมาตั้งแต่เด็ก

 

“แจจุงดื้อขึ้นมากเลยใช่ไหมฮะ?...เพราะแบบนี้ยุนโฮถึงไม่รักแจจุงแล้ว…” ร่างเล็กบ่นพึมพำเบาๆจนยุนโฮต้องเดินเข้าไปใกล้

“บ่นอะไรอีกล่ะ? พูดดังๆสิ…”

“……..” แจจุงกัดปากแน่นเพื่อเลี่ยงที่จะตอบแทน มือหนายกขึ้นจับไหล่เล็กบีบเบาๆ

“เพราะพี่รักเราหรอกน่ะ ถึงอยากจะบอกในสิ่งที่ดีๆให้กับเรา…แจจุงของพี่น่ะถึงจะดื้อ ถึงจะเหวี่ยง แต่ก็น่ารักที่สุดเลยนะ…” พูดพร้อมกับก้มลงไปหาร่างเล็กกว่าจนสายตาประสานกัน นัยน์ตาคู่กลมฉายแววไม่แน่ใจและตัดพ้อหน่อยๆ จนได้มือหนาที่เคลื่อนขึ้นมาเอาโบว์ที่คิ้วออกจากกัน และตามด้วยจับริมฝีปากกลมๆนั้นฉีกยิ้มออกน้อยๆ

“โกรธเหรอ?” พูดมาตั้งนานแต่แจจุงไม่พูดตอบสักประโยคเดียวจนพี่ชายต้องถามสำทับด้วยหัวใจที่เริ่มจะแกว่งๆบ้างแล้ว

“…ไม่ฮะ…”

“อื้อ! ดีแล้วล่ะ แจจุงเนี้ย น่ารักแสนซน แต่ก็เลี้ยงง่ายโตไวจะตาย”

“เปรียบเทียบเหมือนหมาเลย…แจจุงไม่ใช่แทพุงนะ” คนน่ารักมุ่ยหน้าลงอีกครั้งก่อนร่างสูงจะระเบิดหัวเราะขึ้นมาอย่างสะอกสะใจโดยแทพุงที่ว่าคือสุนัขพันธุ์ไซบีเรียฮัสกี้ที่แจจุงเรี่ยรายเงินของคนในครอบครัวตนเองรวมไปถึงครอบครัวยุนโฮนำมาซื้อเจ้าสุนัขพันธ์นี้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อต้นปีก่อน

“ก็ไม่ได้บอกแบบนั้น..นี้เราคิดไปเองนะ..ฮ่าๆ…”

“ยุนโฮ…ใจร้าย”

สะบัดมือหนีพลางทำหน้างอนให้รู้ว่าอาการนี้ต้องง้อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

“อะไรงอนอีกแล้ว…แหย่เล่นหน่อยเดียวเอง..โอ๋ๆ”

 

โอ๋เด็กขี้งอนโดยการโอบอีกคนจากด้านหลังพลางโยกไปมาเบาๆสองสามที