[SF] - Memorable - YUNHOxJAEJOONG [1/3]

posted on 04 Feb 2012 23:06 by zensedayz in SF-TVXQ directory Fiction

Title :  - Memorable -

Author : zensedayz

Category : AU / ROMANTIC 

Rate : PG -13     

Pariring : Yunho x Jaejoong

 

 

“ญี่ปุ่นๆๆๆๆๆๆ..อร๊ากกกกกกกกก!! ญี่ปุ่นนน!!...สุ่โก่ยยยยย”

 

ทันทีที่ปลายเท้าสัมผัสกับประเทศที่เปี่ยมไปด้วยอารยธรรมทั้งด้านอาหาร ดนตรี เทคโนโลยีและแฟชั่น คิมแจจุงก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความปลาบปลื้มปิติ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มยิงฟันให้เจ้าของทริปที่ออกทั้งค่าเดินทาง ที่พัก รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ

“เจ๋งสุดๆไปเลยยุนโฮ..แจจุงฝันมาตั้งนาน….ในที่สุด…ในที่สุด…!!”

แจจุงกำมือก่อนจะหลับตาแล้วกระโดดตัวลอย เขาหมุนไปรอบๆเต้นท่าทางประหลาดๆจนคนภายในสนามบินเริ่มหันมาสนใจ คนที่ยืนอยู่ข้างๆกุมขมับ เขารีบดึงลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้สนใจใครๆรีบออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว

“ยุนโฮๆๆ…เราจะทำอะไรกันก่อนดี ตอนนี้แจจุงหิ๊วหิว..แต่ก็อยากเดินซื้อของก่อน..”

“กลับที่พักก่อน..วันนี้พี่เหนื่อยแล้ว..”

“ห๊า!! ได้ไงอ่ะ!! แจจุงมาเที่ยวญี่ปุ่นแค่สี่วันสามคืนเองน้าาาา!! ต้องใช้เวลาให้คุ้มหน่อยสิ..ยุนโฮอ่า..”

มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งหน้าหวาน ตัวเล็ก เขาสวมหมวกไหมพรมถัก และแจ็กเก็ตพอดีตัว ส่วนล่างเป็นกางเกงขาลีบทันสมัยกับรองเท้าบู้ทดูเหมาะเจาะกันดีกับรูปร่างบอบบาง เขาเดินพันหน้าพันหลังผู้ชายตัวสูง  ใบหน้าคมไม่ฉายแววใดๆนอกจากความสุขุมเยือกเย็น เขาสวมเสื้อผ้ามีระดับ เสื้อโค้ทตัวยาวสีเข้ม กับกางเกงและรองเท้าที่เข้าชุดกัน ดูแล้วอายุน่าจะราวๆ 30 ต้นๆ

 

ทั้งคู่ดูเป็นที่ดึงดูดในสนามบินที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ

 

แจจุงเกาะแขนยุนโฮพลางเขย่า ใบหน้าอ้อนๆถูกส่งให้ ยุนโฮก้มลงมองลูกพี่ลูกน้องตัวแสบ…เพราะไอ้หน้าตาแบบนี้ คำพูดแบบนี้ ปากกลมๆแบบนี้ เขาถึงได้ซวยกลายเป็นแม่ลิงแบกหลังลูกลิงในญี่ปุ่นไงล่ะ!!

 

“ยุนโฮโกหก!! แจจุงจะฟ้องทั้งป๋า ทั้งม๊าเลยว่ายุนโฮอ่ะไม่พาแจจุงเที่ยวอย่างที่สัญญา!!” แจจุงยื่นคำขาด ขณะที่ยุนโฮเริ่มอยากจะเขกกระโหลกเด็กแสบตรงหน้าสักสองสามที ภาษาเกาหลีที่พวกเขาคุยกันทำให้คนเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น ยุนโฮรีบลากแจจุงออกมาก่อนจะจับยัดเข้าไปในรถของตนเองทันที

 

เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อตอนที่เขากลับจากญี่ปุ่นไปเกาหลี หลังได้พักเป็นเวลาสั้นๆในช่วงวันหยุดยาว ลูกพี่ลูกน้องของเขา คิมแจจุงกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาเลยแวะไปหาเจ้าตัวพร้อมขนมชื่อดังจากญี่ปุ่นหลายชนิด  เป็นที่รู้กันว่าแจจุงนั้นคลั่งไคล้อยากมาเที่ยวญี่ปุ่นมากแค่ไหน

 

ครั้งหนึ่งที่ยุนโฮต้องย้ายจากเกาหลีไปทำงานที่ญี่ปุ่นเป็นการถาวร น้องชายของเขาคนนี้ก็ร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่ ไหนจะทั้งรั้งทั้งลากไม่ให้เขาไปญี่ปุ่นเด็ดขาด บอกว่าจะงอนไม่ยอมให้ง้อ แต่สุดท้ายยุนโฮก็ต้องย้ายมาทำงานอยู่ดี กลับมาครั้งแรกจึงได้รู้ว่าแจจุงอิจฉาที่เขาได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อนตัวเอง เหตุผลที่ทำให้ทุกคนต่างพากันฮาครืน ส่วนเจ้าตัวยังคงงอนตุ้ปป่องไม่มองแม้กระทั่งหน้ายุนโฮ

หลังจากเขากลับไปได้สองอาทิตย์ถึงได้ส่งขนมจากญี่ปุ่นมาให้เพื่อเป็นการไถ่โทษ หลังจากนั้นกระมังคิมแจจุงจึงชี้นิ้วสั่งเขาจะเอานู้นเอานี่จากญี่ปุ่นตลอดเวลา

 

แต่ยุนโฮก็ยอมซื้อให้ ถึงบางอย่างจะคิดแทบตายว่าซื้อไปทำไม แต่แจจุงก็ให้เหตุผลว่า “คนแก่ไม่เข้าใจวัยรุ่นหรอก” ยุนโฮได้แต่ทำการหายใจเข้า-ออก ซื้อเจ้าฮาร์ดไดร์ฟหมีหน้าโง่(ยุนโฮตั้งชื่อเอง)ส่งไปให้แจจุง ส่วนเขาใช้เพียงฮาร์ดไดร์ฟธรรมดาอันเก่าๆที่แจจุงส่งกลับมาให้เป็นของขวัญ ในนั้นมีจดหมายที่เขียนโดยแจจุงหนึ่งฉบับถูกบันทึกค้างไว้ ยุนโฮยังจำได้ถึงเรื่องราวที่เขียนขึ้น แจจุงทั้งตัดพ้อต่อว่า และสุดท้ายก็ลงท้ายไว้ว่าจะต้องมาญี่ปุ่นให้ได้

 

แต่ไม่รู้อิท่าไหน ยุนโฮเกิดไปตกปากรับคำแจจุงที่นับวันจะยิ่งเจ้าเล่ห์ แสนแสบมากขึ้น ทั้งอ้อนทั้งขอบอกว่าถ้าสอบติดมหา’ลัยโซล(ซึ่งเป็นอันดับหนึ่ง)คณะอักษรศาสตร์ที่เจ้าตัวอยากเรียนแล้วล่ะก็ ยุนโฮต้องพาแจจุงทัวร์ญี่ปุ่น

เขาคิดว่าไม่เสียหายอะไรเลยตอบตกลงไปว่าถ้าเจ้าตัวทำได้ก็จะพามาญี่ปุ่นด้วยในครั้งหน้า และทันทีที่ผลสอบออกแจจุงก็รีบส่งทั้งเมลล์ แมสเซจ รวมไปถึงโทรมาหาตอนเขากำลังประชุมอยู่ ว่า”แจจุงทำสำเร็จแล้วนะ!” แล้วก็วางสายไปทันที ยุนโฮบอกตัวเองว่าเขาอาจจะคุยกับแจจุงน้อยไปช่วงนี้ถึงได้ไม่เข้าใจอาการ หรือคำพูดปุปปับว่องไวของคนตัวเล็ก

 

แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ติดต่อกลับไปอีกเลย เพราะงานที่นี้ยุ่งมาก แจจุงเองก็หายไปเหมือนกัน พอติดต่อกลับมาปุ๊ปยุนโฮก็เหมือนตัวเองกำลังจะจมน้ำ(ลาย)ของแจจุง นั่งฟังลูกพี่ลูกน้องบ่น(ตัวเอง)อยู่เกือบชั่วโมง แล้วเจ้าตัวก็สรุปสุดท้ายให้เสร็จสรรพ “ด้วยความผิดทั้งหมดนี้!!ยุนโฮต้องเลี้ยงดูแจจุงอย่างดีระหว่างอยู่ญี่ปุ่น”….แล้วไอ้คำว่า”..เลี้ยงดูอย่างดี”ก็คือออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างน่ะสิ!! เพียงแค่เขาเผลอส่งคำว่า”อื้ม..”ไปคำเดียว … เขาก็รู้ได้ทันทีว่าวงเงินบัตรเครดิตอาจทะลุติดเพดาน…

ด้วยเรื่องราวทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น..ยุนโฮถึงได้ต้องยอมลูกพี่ลูกน้องคนนี้ของเขา..ตลอดเวลา ทันทีที่ถึงคอนโดในย่านกินซ่าแจจุงก็เริ่มต้นเต้นระบำอีกรอบ

ร่างบางส่งเสียงตื่นเต้นตลอดเวลาตั้งแต่ออกจากสนามบินมาถึงห้องพักของเขา…แจจุงวิ่งไปดึงม่านพลางทำตาโต ร้องเสียงว้าวๆอย่างตื่นตาตื่นใจ ส่วนคนเหงื่อตกที่หิ้วกระเป๋าใบยักษ์สองใบจะเป็นใครถ้าไม่ใช่ชองยุนโฮคนนี้

ร่างสูงวางกระเป๋าเดินทางได้ก็เดินเข้าไปในส่วนของห้องครัวก่อนจะเปิดตู้เย็นคว้าน้ำดื่มดับความกระหาย  แจจุงยังคงเดินมาพัวพันอยู่ข้างๆ “ตู้เย็นใหญ่มากเลยยุนโฮ..” ก่อนจะก้มตัวแล้วเอาหัวมุดๆใต้รักแร้เข้ามาเพื่อสำรวจเสบียงของตู้เย็น

“แต่ไม่มีไรเลยง่ะ…มีแต่เบียร์กับ..นม..” แจจุงสาธยายขณะรื้อๆค้นๆครั้งยิ่งใหญ่…ยุนโฮมองหัวกลมๆรู้สึกหมั่นเขี้ยวอย่างประหลาด ตอนนี้ร่างเล็กถอดหมวกไหมพรมแล้ว จึงเผยเส้นผมสีสว่างที่เจ้าตัวโอ้อ้วดเสียงใหญ่ว่า”สวย…” หลังจากเจ้าตัวสอบติดมหาวิทยาลัยก็ลงมือทำทันที เห็นทีแรกยุนโฮถึงกลับช๊อค อยากจะจับเจ้าตัวย้อมกลับเป็นสีดำเสียเดี๋ยวนั้น แต่สุดดท้ายก็ทำอะไรเจ้าน้องชายตัวแสบไม่ได้

 

ฉลาดอย่างกับกรด แถมยังไวอย่างกับปรอท

 

ไอ้เด็กแก้มกลมที่ร้องเกาะขากินขนมเมื่อสมัยก่อนคงหายไปแล้วจริงๆ

 

อ่อ..ไม่สิ เปลี่ยนจากเกาะขามาเกาะแขนแทน…

“หิวเหรอ?”

ทันทีที่ถาม หัวที่ก้มงุดๆแทบจะมุดเข้าไปในช่องใส่ของก็เงยขึ้นมาทันควันก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักทันที..ยุนโฮพยายามจะมองข้ามดวงตาคู่กลมแวววาวกับริมฝีปากกลมๆที่เจ้าตัวชอบลอกเลียนแบบเป็ด…

 

แต่เป็นเป็ดที่น่ารักเอาการทีเดียว…

 

.

.

 

“ว้าวๆๆๆๆ…ราเมนๆๆๆๆๆ…” แจจุงแกะตะเกียบออกจากซองพลาสติกก่อนจะฉีกมันออกจากกัน ก้มลงสูดกลิ่นหอมๆของราเมนชามใหญ่ “ทานละนะคร๊าบบบ…” ก่อนจะโซ้ยเส้นกินบะหมี่กินอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ถ้าสำลักจะขำให้ดู..” ผู้ใหญ่ที่นั่งข้างๆจึงได้บ่นเบาๆส่วนตัวเขาก็เริ่มลงมือทานบ้าง..

 

แค่ก! แค่ก!

 

ทานได้ไม่เท่าไร เท่านั้นล่ะเด็กแสบก็สำลักน้ำซุปเต็มรัก ร้อนถึงคนเป็นพี่ชายที่รีบคายเส้นแทบไม่ทันเพื่อลุกขึ้นมาหาทิชชู่ น้ำ รวมไปถึงตบหลังบรรเทาอาการให้คนตัวเล็กที่จมูกเริ่มจะแดงซะแล้ว

“เป็นไงล่ะ..ตะกละ…” แจจุงได้แต่ทำหน้ามุ่ยขณะที่ยุนโฮหัวเราะขำๆ

“ยังไม่หายแสบจมูกเลยอ่ะ…” บ่นให้อีกคนฟังก่อนจะเริ่มต้นทานใหม่ในสปี๊ดที่ช้ากว่าเดิม ยุนโฮที่เห็นแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาขยี้หัวลูกพี่ลูกน้องเบาๆ

 

“งื้อออ..  ! ยุนโฮ..ผมเสียทรงหมด…”

 

ใคร..ใครกัน..ใครกันที่สอนให้แจจุงทำหน้าตาน่าหมั่นเขี้ยวแบบนี้…??!!

 

                หลังจากทานราเมนชามโตกันคนละชามแล้วยุนโฮก็รักษาสัญญาด้วยการพาเดินเที่ยวในแถบกินซ่าที่มีทั้งขนมและของเล่น เป็นที่ถูกใจของอีกฝ่ายไม่น้อย แจจุงเลือกจะสวมหมวกไหมพรมถักเหมือนเดิม ถึงมันจะดูน่ารักแอ๊บแบ๊วกลมกลืนแต่ยุนโฮก็ได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ

 

ภายใต้ใบหน้าใส่ซื่อคิมแจจุงคือปีศาจร้ายย!!

 

คนตัวขาว แก้มกลม ปากแดง เห็นน่ารักน่าฟัดเหมือนตุ๊กตาแบบนี้แต่เล่นเอายุนโฮเหงื่อตกหน้าซีดได้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่อนุญาติแจจุงก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป…อยากกินขนม..เขาจ่าย อยากซื้อของ…เขาจ่าย อยากกินน้ำ เขาไปซื้อและเขาจ่าย อยากได้ตุ๊กตา เขาเป็นคนถือและเขาจ่าย…

 

ใจเย็นไว้ยุนโฮ…

 

เดี๋ยวแจจุงก็กลับแล้ว

 

ขณะที่คิดเขาก็ยกข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาพบว่ามันล่วงเลยจวนเจียนจะสองทุ่มครึ่งแล้ว ยุนโฮส่ายหน้าน้อยๆขณะทอดสายตามองร่างเล็กๆที่ตื่นตาตื่นใจไปกับร้านรวงที่ขยันออกมาสร้างสีสันเรียกลูกค้าในย่านนี้ มือเล็กที่มักจะเอื้อมมาจับแขนเขาพลางเขย่าให้หันไปดูด้วย เสียงหวานใสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ดังเดิมก็เจื้อยแจ้วตามมา ดวงตาคู่กลมที่มักจะวาววับอย่างสนอกสนใจ .. คิมแจจุง..

 

เห้ออ..

 

“ซื้อของเยอะขนาดนี้จะเอาลับยังไงไหว?” ยุนโฮบ่นเบาๆก่อนจะยกถุงที่หิ้วทั้งสองข้างขึ้นมามอง

“ใครว่าแจจุงขนเสื้อผ้ามาสองกระเป๋าล่ะ…” แจจุงตอบคำถามพลางแหงนหน้าชมนกชมไม้ไม่สบสายตา ยุนโฮขมวดคิ้วมองแผ่นหลังเล็กของลูกพี่ลูกน้องอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่าไง?”

“โธ่!! ยุนโฮ…แจจุงมาเที่ยวไม่กี่วันเอง จะขนเสื้อผ้ามาทำไมตั้งสองกระเป๋าใหญ่ๆ…” ร่างเล็กอธิบายด้วยน้ำเสียงหวานใสเช่นเคย ยุนโฮพยายามประมวลผลตามและสิ่งที่ได้ก็คือ…

“แจจุงเอากระเป๋ามาเพื่อขนของกลับโดยเฉพาะ!!”

 

เจ้าเด็กนี่!!

 

“แจจุงฉลาดใช่ไหมล่ะฮะ! ฮิฮิ”

“พี่คิดว่าเธอขนของมาเต็มสองกระเป๋าจริงๆ…เห็นปกติเป็นพวกบ้าหอบฟาง…” แจจุงที่กำลังหัวเราะและภูมิใจในความคิดของตนเองต้องหันมามองค้อนร่างสูงก่อนจะฟาดมือเข้าเต็มรัก

“ตัวว่าเค้าบ้าหอบฟางได้ไงอ่ะ!” เสียงเล็กร้องแหวอย่างไม่ยอม สรรพนามที่แจจุงเคยใช้กับยุนโฮสมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็กชายแก้มกลม…

“ก็มันจริงนี้…อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ดูสิ แค่ออกมากินข้าวก็แต่งตัวซะเต็ม นี้กะมาเดินแฟชั่นหรือไง” ยุนโฮไม่กลัวต่อแรงแมวขู่เขาจึงใส่ไม่ยั้ง พยักเพยิดไปที่เครื่องแต่งกายแฟชั่นจัดจ้านของแจจุงทันที

“ญี่ปุ่นเขาเมืองแฟชั่น แล้วแต่งกันแบบนี้ก็ไม่เห็นแปลกตาตรงไหน…ยุนโฮเนี้ย!..ซื้อบื้อชะมัด”

 

หืมม์!!

 

ยุนโฮเบิกตากว้างๆที่ถึงมันจะหรี่และตี่อย่างที่คนอื่นชอบบอกก็ช่างมันเถอะ เขามองปากแดงๆที่ขยับพูดไม่หยุดก็ได้แต่นึกเหนื่อยใจ

 

ใช่..เขามันผู้ใหญ่..ไม่เข้าใจเด็กวัยรุ่นมันหรอก…

 

สุดท้ายกว่าจะลากเจ้าตัวแสบให้กลับที่พักได้ก็เล่นเอาเหนื่อย ล้าไปทั้งขาเพราะการที่ต้องเดินตามร่างเล็กต้อยๆ เข้าออกร้านนู้นควักเงินจ่ายร้านนี้ก็ทำให้เหนื่อยอกเหนื่อยใจไปตามๆกัน

นี้แค่วันแรกนะ…เหอะๆ

 

ร่างสูงถอดเสื้อโค้ทที่ใช้ป้องกันอากาศเย็นออกก่อนจะพับมันครึ่งหนึ่งเพื่อวางไว้ที่พนักโซฟากลางห้อง แจจุงยังคงง่วนอยู่กับการถอดรองเท้าบู้ท ยุนโฮพยายามที่จะไม่เบ้หน้าเมื่อมองรองเท้าสีฟ้าสะท้อนแสงของเจ้าตัว นี้เพิ่งสอยมาสดๆร้อนๆเมื่อครู่นี้เอง

“ใส่ก็ยาก ถอดยังยากอีก…แพงด้วย”

“บ่นๆๆๆๆ ยุนโฮเนี้ยเหมือนหมีกินผึ้งเลย”

 

ปากคอเด็กคนนี้

“คำพูดคำจาเรานี้ไม่ไหวเลยนะแจจุง หัดเป็นเด็กปากร้ายตั้งแต่เมื่อไร ไม่น่ารักเลยนะ”

ยุนโฮหันมาดุร่างบางที่ยืนหน้างอง้ำที่หน้าประตูกึ่งกลางระหว่างห้องครัวและห้องน้ำ ปากแดงๆยื่นออกมาแสดงออกว่าไม่พอใจ

“กับพี่น่ะไม่เท่าไร แต่ถ้าแจจุงไปทำแบบนี้กับใคร..ใครเขาจะรักล่ะ…”

“………” แจจุงก้มหน้าจนคางแทบชิดกับลำคอ ยุนโฮมองอาการนั้นก็พลอยทำให้ใจที่เคยเข้มแข็งต้องอ่อนไหว

 

เพราะตามใจกันมาตั้งแต่เด็ก

 

“แจจุงดื้อขึ้นมากเลยใช่ไหมฮะ?...เพราะแบบนี้ยุนโฮถึงไม่รักแจจุงแล้ว…” ร่างเล็กบ่นพึมพำเบาๆจนยุนโฮต้องเดินเข้าไปใกล้

“บ่นอะไรอีกล่ะ? พูดดังๆสิ…”

“……..” แจจุงกัดปากแน่นเพื่อเลี่ยงที่จะตอบแทน มือหนายกขึ้นจับไหล่เล็กบีบเบาๆ

“เพราะพี่รักเราหรอกน่ะ ถึงอยากจะบอกในสิ่งที่ดีๆให้กับเรา…แจจุงของพี่น่ะถึงจะดื้อ ถึงจะเหวี่ยง แต่ก็น่ารักที่สุดเลยนะ…” พูดพร้อมกับก้มลงไปหาร่างเล็กกว่าจนสายตาประสานกัน นัยน์ตาคู่กลมฉายแววไม่แน่ใจและตัดพ้อหน่อยๆ จนได้มือหนาที่เคลื่อนขึ้นมาเอาโบว์ที่คิ้วออกจากกัน และตามด้วยจับริมฝีปากกลมๆนั้นฉีกยิ้มออกน้อยๆ

“โกรธเหรอ?” พูดมาตั้งนานแต่แจจุงไม่พูดตอบสักประโยคเดียวจนพี่ชายต้องถามสำทับด้วยหัวใจที่เริ่มจะแกว่งๆบ้างแล้ว

“…ไม่ฮะ…”

“อื้อ! ดีแล้วล่ะ แจจุงเนี้ย น่ารักแสนซน แต่ก็เลี้ยงง่ายโตไวจะตาย”

“เปรียบเทียบเหมือนหมาเลย…แจจุงไม่ใช่แทพุงนะ” คนน่ารักมุ่ยหน้าลงอีกครั้งก่อนร่างสูงจะระเบิดหัวเราะขึ้นมาอย่างสะอกสะใจโดยแทพุงที่ว่าคือสุนัขพันธุ์ไซบีเรียฮัสกี้ที่แจจุงเรี่ยรายเงินของคนในครอบครัวตนเองรวมไปถึงครอบครัวยุนโฮนำมาซื้อเจ้าสุนัขพันธ์นี้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อต้นปีก่อน

“ก็ไม่ได้บอกแบบนั้น..นี้เราคิดไปเองนะ..ฮ่าๆ…”

“ยุนโฮ…ใจร้าย”

สะบัดมือหนีพลางทำหน้างอนให้รู้ว่าอาการนี้ต้องง้อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

“อะไรงอนอีกแล้ว…แหย่เล่นหน่อยเดียวเอง..โอ๋ๆ”

 

โอ๋เด็กขี้งอนโดยการโอบอีกคนจากด้านหลังพลางโยกไปมาเบาๆสองสามที กลิ่นกายที่หอมละมุนแตะจมูกยุนโฮนับตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้กอดเนื้อกายนุ่มนิ่มและไม่มีวันลบเลือน จนมาถึงวันนี้กลิ่นสะอาดเปี่ยมไปด้วยความหอมสดชื่นก็ยังคงไม่คลายหายไปไหน เขาหลับตาลงช้าๆโยกร่างบอบบางที่ดูเหมือนว่าทานเท่าไรก็คงจะไม่อ้วนหรือตัวใหญ่ไปมากกว่านี้

“ดีกันน้า..โอ๋ๆ..อยากได้อะไรอยากกินอะไรเดี๋ยวจะพาไปให้หมดเลย” สรุปสุดท้ายก็เลยต้องง้อด้วยการตามใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ แจจุงน่ะหายโกรธตั้งแต่อีกคนเดินเข้ามาวางคางเกยไหล่พลางโยกตัวไปมาแล้ว แต่มันก็แอบจะเจ็บๆคันๆก็เลยอยากแกล้งผู้ใหญ่ให้หนำใจกว่านี้ พอมาฟังคำไถ่โทษก็ทำให้ตาลุกวาวขึ้นทันที อะไรๆที่เป็นของฟรีแจจุงชอบหมดนั้นล่ะ

แต่ยุนโฮไม่ทันได้ล่วงรู้ถึงความคิดของคนตัวบางจึงเพิ่มแรงกระชับที่อ้อมกอดให้แรงยิ่งขึ้น เนื้อกายเบียดสัมผัสจนแนบชิด ทำให้ค้นพบอีกอย่างหนึ่งว่ากลิ่นกายหอมละมุนที่ชวนให้ใจเพริดไปมีอีกหนึ่งกลิ่นที่ผสมเพิ่มขึ้นมา

เป็นกลิ่นของเจ้าตัวไม่ผิดแน่ทว่ากลับหอมเย้ายวนอย่างประหลาด รอยโชยแตะจมูกจนต้องตามกลิ่นนั้นไปจนพบว่ามันเป็นบริเวณที่อันตรายอยู่แถวๆใบหน้าและซอกคอ…

ยุนโฮมองใบหน้าของร่างเล็กในอ้อมแขนอย่างใช้ความคิด ในมุมนี้สามารถเห็นขนตาที่งอนยาวและเป็นแพรเรียงตัวกันสวย ปลายจมูกโด่งเล็กแกมรั้น รวมไปถึงริมฝีปากสีสดที่ตอนนี้ยื่นออกอย่างใช้ความคิด ลอบมองต่ำลงมากลับเห็นแนวไหปลาร้าที่เจ้าตัวเปิดเผยด้วยการใส่เสื้อกกล้ามหนึ่งตัวข้างใน

มองอย่างไม่พอใจหน่อยๆก่อนจะเลื่อนกลับมาที่สีผมแปลกตาที่ตอนนี้เขาต้องเริ่มทำความคุ้นชิน

 

ไม่ใช่แจจุงย้อมแล้วดูไม่ดี…แต่ดูดีมากจนเริ่มหวั่นใจ

 

“นี้เราใช้น้ำหอมด้วยเหรอ?”

 

ยุนโฮขมวดคิ้วถามหลังจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นเย้ายวนชวนแปลกประหลาดนั้น แจจุงหันกลับมามองเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

“อื้อ..แจจุงใช้..ยุนโฮไม่ใช้เหรอ?” ถามกลับร่างสูงที่กำลังไม่พอใจหน่อยๆ

“ก็ใช้…แต่ทำไมต้องกลิ่นนี้” แจจุงที่เริ่มไม่มั่นใจในกลิ่นผละตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งก่อนจะยกแขนขึ้นก้มลงฟุดฟิดกับตัวเอง

“ทำไมหรอ มันไม่หอมหรือดูไม่ดีหรอยุนโฮ?”

 

มันดูเป็นสาว…ยุนโฮอยากตอบคำนี้แต่กลับดึงมือเล็กกลับเข้ามาหาแทน

“ตัวเหม็นหรือไงถึงได้ใช้ แล้วเริ่มใช้เมื่อไรทำไมไม่เห็นรู้..”

“ก็เราอยู่กันคนละที่ยุนโฮจะไปรู้อะไร แจจุงได้มาจากน้าแชยอนที่ไปเที่ยวปารีสตั้งแต่สามเดือนที่แล้ว..เพิ่มเริ่มใช้ตอนที่กำลังจะขึ้นมหา’ลัยนี้เอง” อธิบายๆๆให้อีกฝ่ายได้ฟัง ยุนโฮก็ยังมุ่นคิ้ว น้าแชยอนที่กล่าวถึงคือแฟชั่นนิสต้าตัวจริง ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงได้หอบหิ้วกลิ่นนี้มาฝากหลานแสบสุดที่รัก

ยุนโฮผ่อนลมหายใจออกเสียยาวเยียดจนอีกคนต้องเบ้หน้าคล้ายจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ

“มันเหม็นหรอ? มันไม่หอมหรอยุนโฮ..” ท่าทางของแจจุงที่ทำให้ร่างสูงต้องยกยิ้มอ่อนๆอย่างปลอบประโลม

“กลิ่นมันไม่เหมาะกับแจจุงเท่านั้นเอง…ตัวเราก็หอมอยู่แล้วจะฉีดทำไม น้ำหอมเวลาโดนเหงื่อก็เป็นเชื้อแบคทีเรียทำให้กลิ่นเหม็นอยู่ดี”

“ก็..มีคนบอกว่า…”

“ว่า?” แจจุงกำลังจะเงยหน้าเถียงแต่กลับก้มหน้างุดลงไปใหม่ ผิดวิสัยคิมแจจุงอย่างแรงจนยุนโฮต้องถามให้ได้ความ

“ก็…มีคนบอกแจจุงมาว่าถ้าโตแล้วจริงๆก็ต้องใช้น้ำหอมแล้วก็เครื่องสำอาง…”

 

ห๊า..?!

 

ยุนโฮยืนค้าง ทำหน้าเกินจะบรรยายได้ ในตอนนี้

 

“น้าแชยอนบอกเราใช่ไหม?”

แจจุงพยักหน้ารับเบาๆ

“แล้วแจจุงเป็นผู้หญิงหรือไง!! น้าแชยอนเขาบอกเขาหมายถึงผู้หญิงตั้งหากเล่า” ยุนโฮพยายามแล้วที่จะไม่ใช้เสียงตวาด เขายกมือขึ้นกุมหัวและทำท่าประหลาดๆคล้ายกับหาทางระบายออกไม่เจอ แจจุงยู่หน้าก่อนจะเถียงกลับในเสียงที่ดังขึ้นอีกระดับหนึ่ง

“สมัยนี้ผู้หญิงผู้ชายก็เหมือนๆกันนั้นล่ะ อีกอย่างแจจุงรู้ตัวว่าแจจุงทำอะไรอยู่ ไม่ใช่ทำงานงกๆเหมือนยุนโฮจนไม่รักษาตัวเองเสียหน่อย แจจุงแค่รักษาหน้า รักษาสิว ไอ้เครื่องสำอางก็คือพวกโฟมล้างหน้าต่างหาก..ยุนโฮไม่เคยใช้เลยสินะไอ้ของแบบนี้น่ะ” ร่างเล็กร่ายยาวพลางทำมือทำไม้ประกอบ ยุนโฮกลับตั้งคำถามกับตนเองเบาๆว่าของแบบนั้นจำเป็นด้วยหรือ? และสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกเช่นนั้นทำให้แจจุงต้องเท้าเอวร่ายยาวต่อ

“เพราะยุนโฮไม่เคยดูแลตัวเองเลยสินะถึงได้ดูโทรมขนาดหนักแบบนี้…”

“โทรมหรือ?” เขานี้หรือโทรม ผู้ชายที่กำลังอยู่ในช่วงทำงานก็หน้าตาผิวพรรณแบบเขาทุกคนนั้นล่ะ

“ใช่ซิ!ระวังเถอะยุนโฮจะมีแต่นี่ๆๆๆ!” นี่ๆๆๆที่ว่าเจ้าตัวกลับใช้นิ้วกลมๆกดมาที่ขอบตา ร่องแก้ม แล้วก็หน้าผาก

“พอแล้วแจจุง ยังไงสักวันพี่ก็ต้องแก่”

“แค่นี้ยังแก่ไม่พออีกเหรอ..แจจุงไม่ได้อยากชอบคนแก่หรอกนะ…”

“หืมม์?” ประโยคแปลกๆที่ทำให้ยุนโฮหยุดฉุกใจคิดเหมือนๆกับแจจุงที่รู้ว่าเผลอพูดอะไรประหลาดๆออกไปก็รีบกลบเกลื่อนทันควัน

“ไม่ แจจุงคือ..แจจุงหมายถึง..โอ้ย..แบบ..ใครๆก็คิดว่ายุนโฮเป็นน้าของแจจุงอ่ะ..ทั้งๆที่ยุนโฮเป็นพี่นี้น้า…แจจุงเป็นห่วงยุนโฮน่ะ.. อ่อ..แล้วก็อย่าลืมล่ะที่ตัวบอกว่าจะตามใจเค้าทุกอย่าง แจจุงไปแล้วดีกว่าจะรีบอาบน้ำนอนเลย..” มือไม้พันกันไม่ต่างกับลิ้นที่พูดไล่เรียงอย่างตะกุกตะกักทว่ารัวเร็วจนยุนโฮต้องพยักหน้ารับหงึกๆแทน มองคนตัวเล็กที่พอพูดเสร็จก็หันซ้ายหันขวากระโดดตัวปลิวเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำนอนทันที

 

อาการปุปปับที่ยุนโฮต้องบอกตัวเองอีกครั้งว่าแจจุงยังเด็กส่วนเขามันผู้ใหญ่…ตามไม่ทันหรอก..

 

เอ..?หรือว่าเขาจะแก่ขึ้นจนเหมือนที่แจจุงว่าจริงๆ

 

คิดพลางเอามือลูบหน้าสำรวจตัวเองไปมา

 

สงสัยต้องหาไอ้เครื่องสำอางที่แจจุงว่ามาใช้เสียบ้างแล้ว…เห้อ…

 

ยุนโฮผลักปรระตูห้องนอนเข้ามาก่อนจะผงะด้วยสภาพห้องที่ต่างจากตอนที่อยู่คนเดียวลิบลับ

“แจจุง!!” เขาอุทานพลางยกนิ้วชี้ไปมาตามพื้นเตียงและพื้นห้อง แจจุงที่ตอนนี้รื้อกระเป๋าตัวเองพร้อมกับหยิบเอาของที่ซื้อมาใหม่ขึ้นมาดูแล้วเจ้าตัวก็วางๆๆๆวางไม่พอก็ผลักๆจนมันตกเตียง พอเขาเข้ามาเจ้าตัวก็ยิ้มเพล้..รอยยิ้มนั่นใช่ไหมที่จองยุนโฮคนนี้โกรธไม่ลง

“แหะๆ…เดี๋ยวแจจุงจะเก็บเดี๋ยวนี้แร่ะ..แต่..แต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ตรงไหน…” ทำปากขมุบขมิบก่อนจะยกนิ้วชี้สองข้างขึ้นมาจิ้มๆ..ไอ้ท่าทางแบบนี้มันคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนแต่ช่างมันเถอะ…ยุนโฮเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแบบฝังผนังของตนเองก่อนจะกระชากเลื่อนออกจนเผยให้เห็นเสื้อผ้าข้างในที่พอดันให้ติดไปข้างใดข้างหนึ่งก็จะเหลือพื้นที่ว่างสำหรับใช้สอยเกือบครึ่ง

“เอามาแขวนในนี้”

“ฮะ..” ลุกขึ้นก่อจะจัดเก็บเข้าตู้อย่างว่าง่าย เขาที่มองดูแจจุงเก็บเสื้อผ้าก็คิดขึ้นมาได้เมื่อตอนหัวค่ำที่เจ้าตัวบอกว่าค้นเสื้อผ้ามาน้อย..น้อยบ้าอะไร!!

ยุนโฮเลี่ยงจากตู้เสื้อผ้ามาเพราะถ้าขืนอยู่นานคงได้บ่นออกเสียงจนแจจุงไม่พอใจแน่ๆ เดินมาที่เตียงก่อนจะสังเกตเห็นอะไรที่มันแปลกหูแปลกตา

 

กรอบรูป..?

 

เขายกมันขึ้นมาจากโต๊ะตรงขอบเตียงเป็นกรอบรูปเปล่าๆแต่รู้ดีว่าใครเป็นคนมาตั้งไว้ที่ตรงนี้ เขาพลิกมันดูด้านหลังก่อนจะเห็นโน้ตเล็กๆแปะไว้

 

‘อย่าเอาไปไหนน้า..แจจุงจะเอารูปมาใส่ J

 

เพียงแค่นั้นเขาก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ วางมันลงตรงที่เดิมก่อนจะนั่งลงตรงเตียงฝั่งที่เขาชอบนอน..ทว่า…แจจุงที่เข้ามาก่อนคงได้เลือกที่นอนบนเตียงขนาดควีนไซส์ เรียบร้อยเพราะพอยุนโฮเลิกผ้าห่มก็เห็นกองผ้าที่ขยุ้มเป็นก้อนกลม หยิบขึ้นมาจึงได้รู้ว่าเป็นเสื้อกันหนาวของเจ้าตัวพร้อมกับแท่งที่คล้ายคลึงกับลิปสติกของพวกหญิงสาวมากจนต้องยกขึ้นมา อ่านจนได้รู้ความจริงว่าเป็นเพียงลิปบาร์มที่คอยช่วยให้ความชุ่มชื่นกับริมฝีปากที่แห้งแตก..ยุนโฮไม่ค่อยได้ใช้แต่รู้ดีว่ามันไม่ แปลกอะไรเพราะอากาศที่ญี่ปุ่นและเกาหลีก็หนาวจนปากแตกใครๆก็มีของพวกนี้ติดตัวไว้ใช้ มันทำให้เขาไม่นึกสงสัยเลยว่าทำไมริมฝีปากของแจจุงถึงได้ชุ่มน้ำและแดงจัดอยู่ตลอดเวลา…เผลอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก..อื้ม..แตกระแหงเชียว…

 

“อ่ะ!แจจุงจะนอนตรงนั้น ยุนโฮไปนอนอีกฝั่งเลย…”

เจ้าตัวที่พอจัดของเสร็จก็วิ่งมาดันร่างสูงหน่อยๆให้พอถอยห่างก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนเตียงที่ยุนโฮสาบานว่าถ้าใครกล้าทำเช่นนั้นอีกจะจับมาบิดหูเขกกระโหลกซะให้เข็ด…แต่ใช้วิธีนี้กับแจจุงไม่ได้เพราะร่างบางรักนักล่ะกับการกระโดดตัวบน สปริงของเบาะไม่ว่าจะเป็นโซฟาหรือเตียงนอน

ยุนโฮภาวนาว่าอย่าให้มันพังไวนักเลย อยู่ทนไม้ทนมือแจจุงอีกสักนิดเพราะเขาก็ถนอมมันอย่างดีมาโดยตลอด

 

แจจุงสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มคว้าไอพอดที่วางอยู่ที่หัวเตียงขึ้นมาเสียบหูฟังใส่หูตัวเอง ร่างสูงมองท่าทางเหล่านั้นก่อนจะเดินอ้อมมานอนที่อีกฝั่งอย่างไม่คิดอะไร

“ไหนว่าง่วงไงทำไมยังไม่นอนอีก?”

“ก็กำลังจะนอนนี้ไง?” พูดพลางกดเล่นเกมส์บนไอพอดทัชไปด้วย..นี้หรือคนจะนอน??...ยุนโฮได้แต่ส่ายหน้าสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันขณะที่ สายตาก็ยังไม่ละจากคนที่’กำลังจะนอน’แม้แต่นิดเดียว

 

บ่อยครั้งที่แจจุงมานอนค้างที่บ้านหรือเขาไปนอนค้างที่บ้านเจ้าตัวก็จะใช้ห้องนอนและเตียงเดียวกัน แจจุงที่มักจะเล่นจนเหนื่อยแล้วผล๊อยหลับตั้งแต่หัวค่ำ เพราะน้องยังเด็กจึงซุกซนและแสนซื่อบริสุทธิ์ แจจุงไม่ชอบฟังนิทานก่อนนอนเหมือนเด็กทั่วไปแต่จะชอบร้องเพลงหรือไม่ก็เล่นอะไรที่มันใช้แรงอย่างมวยปล้ำบนที่นอน เหนื่อยก็หลับเหมือนเด็กน้อยที่แสนเยาว์วัย

แต่ในวันนี้แจจุงที่เติบโตขึ้น ยุนโฮรู้สึกว่าน้อของเขาช่างงดงาม ยังคงเป็นเด็กแสบเหมือนเดิมในสายตาเขาแต่ทว่าความงดงามที่ว่าคือสิ่งที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายออกมาจากภายใน

ทุกลมหายใจของคิมแจจุงช่างมีชีวิตชีวาและมันทำให้คนที่ทอดมองอย่างเช่นเขาในเวลานี้มีความสุขและเพริดไปกับ ภาพตรงหน้า

แจจุงที่เมามันส์กับเกมส์ฟันผลไม้ แอพพลิเคชั่นสุดฮิตที่ยุนโฮเล่นมันได้ไม่เท่าไรก็ถูกระเบิดตัวตาย นิ้วเล็กและสายตาที่สอดประสานกัน ใช้สมาธิจนไม่สนใจคนรอบข้างหรือความเป็นไป

“ถ้าจะนอนก็อย่าลืมปิดไฟที่หัวเตียงนะ..พี่จะนอนแล้ว..พรุ่งนี้ต้องทำงาน…”

แจจุพยักหน้าหงึกหงักแล้วปล่อยให้ยุนโฮที่ใช้พลังงานมาทั้งวันได้หลับลง เมื่อร่างเล็กเหลือบมองคนตัวสูงที่คงหลับสนิทแล้วก็ถอดหูฟังพลางถอนหายใจออกมาบางเบา

ดวงตาที่บ่งบอกอะไรมากมายทว่ากลับไม่สามารถสื่อมันออกมาได้เป็นการพูด แจจุงใช้มันทอดมองร่างสูง ทั้งอึดอัดและวิตก เหนื่อยจนตาจะปิดทว่าหัวใจที่เต้นแรงและรัวเร็วทุกวินาทีกลับทำให้เขาไม่สามารถข่มตาหลับได้ลง

เขานอนนิ่ง มองเพดานห้องนอนของยุนโฮก่อนในหัวจะรำลึกถึงเพลงๆหนึ่งที่ช่วงนี้มันติดปากเขาแทบจะตลอดเวลา

 

‘どうして君を好きになってしまったんだろう’ 

เพราะเหตุใดสุดท้ายผมจึงหลงรักแค่คุณ

 

 

TBC.

 สำหรับฮาร์ดไดร์ฟ "หมีหน้าโง่"ของยุนแจ ><

ลักษณะเป็นอย่างงี้นะค่ะ ,, แอบอยากได้เบาๆ


 

AN : ได้ปลดปล่อยตัวเองสักที (?) ไม่ได้มาอวยพรวันเกิดแจจุงแต่ก็มาอวยพรวันเกิดในวันนี้แทน(?)  >< คนอะไรไม่รู้เนาะมีวันเกิดจ้องสองวัน พิเศษกว่าชาวบ้านเขาเลย (แอบกัดเล็กน้อย)

 

คิมแจจุง : อีกหนึ่งปีที่ได้รักและอวยพรวันเกิด อยากให้เป็นหนึ่งปีที่ดีสำหรับแจจุง เจ็บมาก็เยอะ สุขมาก็แยะแต่ก็ปารถนาที่จะให้แจจุงพบเจอแต่คนดี คนที่รักและไว้ใจได้จริงๆ รอบข้างอาจจะมีคนมากมายที่รักแจจุง แตสิ่งเดียวที่ปารถนาของคนทุกคนคือรักแท้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าแจจุงจะเจอแล้วหรือกำลังจะไปพบเจอก็ขอให้มีความสุข และสมหวัง ทั้งในหน้าที่การงาน และชีวิตที่แฮปปี้ทูเกทเตอร์แบบนี้ตลอดไป 

 

ป.ล. ถึงเธอจะเหี่ยวกว่านี้ก็ขออย่าให้ล้านตามมาก็แล้วกัน (กัดตอนจบอย่างสมบูรณ์แบบ)

 

ป.ล. ตอนจบอยู่ที่วันเกิดยุนโฮ ><

Comment

Comment:

Tweet

พี่ยุนคะ 
ถ้าเป็นหนู หนูจะไม่ทน!!!
*ฟัดดดดดดดดดดดดดดดดด*
แจน่ารักไปแล้วอ้าาาาาา
น่ารักเกิ้นนนนนนนน
อั้ยอั้ย

#4 By l3ojae___ on 2013-05-13 23:02

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

คุณยุนโฮ วัยทำงาน

กับแจจุง เด็กกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย

//me ยิ้มตาวาว

แหม อายุกำลังเหมาะกันเลย 555

คุณยุนโฮ เท่ห์น่ะนี้

แจจุงก็ขี้อ้อนซะไม่มี


เหมือนมีใจกันทั้งสองฝ่าย

แต่สงวนทีท่ากันสุดฤทธิ์เลยน่ะนี้

หุหุ

#3 By Viky (103.1.166.37) on 2012-02-13 12:28

แจดูมีอะไรในใจกันน่ะ ดูว่ายุนจะไม่ทันสังเกตเห็นซะด้วยซิ แต่พี่น้องเค้ารักกันขนาดนี้เลยเหรอเนี๊ยะ

#2 By tudtujung (110.49.232.50) on 2012-02-05 02:37

เฮ้ยยยยยย !!!!~~ >___< น่ารักอ้ะ
อะไรมันจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ คิม แจจุง >_<
โอ้ยย ถ้าดิ้อแบบนี้จะยอมตามใจเด็กดื้อออ
คนแก่ ไม่เข้าใจวัยรุ่น อ๊าาา น่ารัก
ชองดูป๋ามากเลย คิมก็ดูโนเนะดี
เป็นเด็กที่แอบปากร้ายจริงๆ โหยยย
เนื้อเรื่องน่ารักมากๆเลยค่ะ มาิัพต่อไวๆนะคะ ^^
ชอบบบบบ กดไลท์พันๆครั้ง

#1 By Mjjeje_KQ (27.55.0.4) on 2012-02-05 02:17