Fascinate{SENSE} - Prologue

posted on 04 Jan 2012 21:03 by zensedayz in SENSE

Fascinate {SENSE}

 

 

Title : Fascinate {SENSE}

Author : zensedayz

Category : AU / DRAMA / ROMANTIC 

Rate : PG -13 , NC -17 (เนื่องจากฟิคเรื่องนี้มีคำพูดและการกระทำที่ไม่เหมาะสมโปรดใช้วิจารญาณในการอ่านด้วยค่ะ) 

Pariring : Yuchune x Junsu

 A/N : แนะนำให้อ่าน Passionate ของยุนแจก่อนนะค่ะ มีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องต่อเนื่อง :)

Link // Prolouge //I // II // III // IV // V.

 

Fascinate {SENSE}


 

            SENSE – FASCINATE

 

“….เป็นที่น่าจับตามองสำหรับตระกูลปาร์คและบริษัทอสังหารริมทรัพย์ในตระกูลที่ถือเป็นเจ้าของโดยตรงและยังไม่รวมบริษัท ส่งออกเครื่องดื่มชื่อดังที่ตอนนี้กำลังมาแรงว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังผู้นำตระกูล ปาร์คฮยอนซอถึงแก่กรรมด้วยการยิงเสียชีวิต ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตายแต่ผู้คนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการจัดฉากเพื่อลอบสังหาร อย่างไรก็ตามตำรวจยังคงไม่ปิดคดีนี้ลงง่ายๆ หลังจากครอบครัวได้มีการจัดงานขึ้นอย่างเรียบง่ายโดยลูกชายคนโตกำลังเป็นที่สนใจของสังคมตอนนี้ว่าเขาใช่หรือไม่ที่จะสืบทอดตำแหน่งผู้นำคนต่อไปของตระกูลปาร์คยูชอน…”

 

                เขากดปิดข่าวที่กำลังรายงานอย่างเข้มข้นด้วยจิตใจอันห่อเหี่ยว นี้มันเรื่องบ้าที่บ้ามากๆ! จู่ๆพ่อเขามาตายและทิ้งทรัพย์สมบัติพร้อมกิจการมากมายให้เขาดูแล…ยูชอนขมวดคิ้วนิ่วหน้าพลางใช้ปลายนิ้วจี้สัมผัสไปตามขมับที่ชื้นเหงื่อ เขาลอบถอนหายใจ ไหล่กว้างห่อลงอย่างช่วยไม่ได้

                เหนื่อย..ตลอดมาที่เขาเป็นเด็กชายยูชอนหรือปาร์คยูชอนเขาก็ยังคงเหนื่อย และทำอะไรไม่ได้เรื่องได้ราวอย่างที่พ่อของเขาว่า….

                ยูชอนเติบโตอยู่ที่เกาหลีได้เพียง12 ขวบเขาก็เดินทางไปยังอีกซีกโลกเพื่ออยู่กับมารดา ร่ำเรียนด้านที่เขาชอบโดยไม่สนใจธุรกิจที่พ่อทำอยู่สักนิด ทุกครั้งที่กลับมาเกาหลีนอกจากคำพูดแดกดันและคำต่อว่าว่า”ไม่มีอะไรดี” ทำให้ยูชอนขี้คร้านที่จะอยู่ที่นี้

                เขาอาจเสเพลอย่างที่พ่อว่า มีชีวิตดำเนินแบบอยู่ไปวันๆ มีเพื่อนฝูงและผู้หญิงมากมายรายล้อมเขา เพราะยูชอนคือปาร์คยูชอน ใครๆก็รู้จักพ่อ รู้กันทั่วว่าเขาลูกใคร มันไม่ยากเลยที่เขาจะมีทุกอย่างที่คนอื่นอยากได้และต้องการ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่มียูชอนเกลียดมันทั้งหมด มันไม่มีอะไรจริงรวมถึงไม่มีสิ่งที่จับต้องได้ ราวกับตัวเขาเกิดมาเดี่ยวดายบนโลกใบนี้

                ทุกครั้งที่ไร้เสียงผู้คนยูชอนจำต้องยิ้มเศร้าๆให้กับเงาที่ไม่มีอดีตและอนาคตของตัวเอง

 

                เขากลับมาเกาหลีครั้งนี้ด้วยภาระหน้าที่อันแสนหนักหน่วง พ่อของเขาเสียชีวิตอย่างกระทันหัน ไม่ทิ้งร่องรอยหรือความเป็นไป เหมือนจู่ๆพ่อก็ตัดสินใจตายเสียเดี๋ยวนั้น เขาที่เที่ยวเล่นต้องกลับมาพร้อมกับแม่และน้องชายที่กำลังเตรียมรับกับสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง

                ทันทีที่พ่อเขาตายหุ้นส่วนและกิจการมากมายต้องหยุดชะงัก ทุกอย่างดิ่งฮวบราวกับคนๆเดียวที่สร้างมันมาตายจากก็ไม่มีประโยชน์อันใดถ้าจะมีอยู่ต่อ ยูชอนเพียงแค่ปล่อยวางในเรื่องเหล่านั้น เขาไม่เคยสนใจอะไรในแวดวงนี้อยู่แล้ว แม้ว่าตลอดการเป็นลุกชายคนแรกจะถูกพ่อยัดเยียดอย่างสาหัสก็ตาม

               

                เขามองการตายของพ่อด้วยความเคลือบแคลงใจ มองทางไหนก็เหมือนการฆ่าตัวตายอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ทำไมล่ะ? ทำไมจู่ๆพ่อถึงคิดฆ่าตัวตาย

 

                ปวดหัว….คิดไม่ออกเลยจริงๆ

 

                “คุณยูชอนครับ….” ยูชอนลืมตาพลางมองไปที่ใบหน้าเรียบนิ่งของชายหนุ่มที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งหน้าที่คนสนิทของยูชอน อันที่จริงเขารู้จักชิมชางมินมาตั้งแต่เด็ก แต่ยูชอนเป็นถึงคุณหนูของตระกูลปาร์คจึงมีบ้างบางครั้งที่ชางมินจะเกรงใจ และให้ความเคารพ แต่อย่างไรก็ตาามยูชอนไม่เคยคิดแบบนั้น เขารักชางมินเหมือนน้องคนหนึ่งและให้ความสนิทสนมกับอีกฝ่ายโดยการไว้วางใจเล่าในทุกเรื่อง

                ชางมินถูกส่งไปเพื่อดูแลยูชอน คอยเป็นคนปรนนิบัติและคุ้มครองอีกฝ่าย ถึงยูชอนจะไม่ล่วงรู้ถึงความจริงข้อนี้แต่ชางมินรู้ดีว่าเขามีหน้าที่อะไร

                “สิ่งที่คุณยูชอนต้องการผมหามาได้แล้วครับ…” ยูชอนพยักหน้าพลางรับเอกสารมาเปิดอ่านอย่างละเอียด สิ่งที่เขาต้องการรู้คือธุรกิจทั้งหมดที่พ่อครอบครองและเป็นหุ้นส่วน…ซึ่งหลังจากนี้อาจจะเป็นของเขาทั้งหมด

                “อ่านดูแล้วพ่อไม่น่ามีปัญหากับใครถูกไหม?”

                “ใช่ครับ..”

                “อื้ม….นายคิดว่าพ่อเป็นศัตรูกับใครอยู่หรือเปล่า”

                “….ถ้าจะให้เรียนตรงๆผมคิดว่านายท่านมีศัตรูครับ…แต่ศัตรูของนายท่านไม่มีทางที่จะทำอะไรนายท่านได้”

                “หมายความว่าไงกัน?..อ่อ…แล้วก็เลิกใช้ภาษาชวนอ้วกได้แล้ว ลงมานั่งดีๆ” ยูชอนออกคำสั่งพลางทำหน้าปุเลี่ยนเมื่อชางมินใช้ภาษาที่มันสุภาพเกินทานทน แถมยังเอามือกุมประสานรายงานเสียหน้านิ่งจนยูชอนชักจะเหมือนผู้บังคับบัญชาแทนเพื่อนเข้าไปทุกวัน

                “เอ่อ…”

                “เร็วๆเถอะน้า…” เขาออกคำสั่งโดยที่ชางมินไม่สามารถปฏิเสธได้ เมื่อเจ้าของร่างผอมสูงนัยน์ตาคมเฉียบที่แสดงถึงไหวพริบและตรรกะชั้นเลิศนั่งลงยูชอนก็ยิงคำถามทันที              

                “นายคิดว่าพ่อมีศัตรูที่ไหน แล้วใครบ้างที่น่าสงสัย” ชางมินนิ่งไปชั่วครู่ เขามีท่าทีลังเลอย่างที่ยูชอนไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน

                “จริงๆแล้วมีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้คุณยูชอนได้รู้ครับ…” ใบหน้าของผู้เป็นนายฉายชัดว่าอยากรู้ ชางมินจึงพูดต่อ

                “ที่เกิดเหตุมีแต่คนของเราเท่านั้นครับ และที่สำคัญ….”

                “อะไร?”

                “ในวันนั้นไม่ได้มีแค่นายท่านที่เสียชีวิตแต่ยังมีอีกคนหนึ่งครับ…”

                “ใคร?” ยูชอนถามด้วยหัวใจที่ถี่กระชั้น

 

                “พี่ยุนโฮ….”

 

                ยูชอนรู้สึกชาราวกับถูกคนกระชากเด็ดตรงที่ขั้วหัวใจ นัยน์ตาเขาพร่า สั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่ ชางมินเองก็เหมือนกัน พี่ยุนโฮหรือจองยุนโฮเป็นอีกหนึ่งคนที่ยูชอนสนิทและไว้วางใจ ตั้งแต่เด็กที่เขามักจะมองแผ่นหลังของยุนโฮ แทบทุกครั้งที่เขามองจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายตลอดเวลา ยุนโฮที่มักจะเล่นกับเขาจู่ๆก็เกิดเงียบและไม่คุยกับใคร ทุกครั้งที่พ่อต่อว่าเขาด้วยคำพูดมากมายยุนโฮจะเป็นหนึ่งในคนที่พ่อมักยกมาเปรียบเทียบ มันเป็นแบบนี้เสมอทว่ายูชอนกลับไม่เคยเลยที่จะรู้สึกอิจฉาและไม่พอใจยุนโฮ เขายังเป็นแค่เด็กที่เก่งไม่ได้ถึงครึ่งหนึ่งของยุนโฮด้วยซ้ำ มันเป็นแบบนี้เสมอมาจนยูชอนต้องยอมรับกับตัวเอง

                เหตุการณ์เหล่านั้นล่ะที่ทำให้แม่เขาไม่พอใจและบอกว่าจะพาลูกไปจากเกาหลี พ่อเองก็ไม่คัดค้านอะไร ยูชอนเองก็ยินดีที่จะไปจากที่นี้..ทว่าเขากลับคิดถึงยุนโฮ…คิดถึงดวงตาที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตชีวาแต่สุดท้ายกลับเลือนหายไป

                เขานิ่งคิดพลางหันมาสบกับดวงตาของชางมิน

 

                ภาวนาให้คนที่เขารักอีกคนไม่มีดวงตาที่แสนเจ็บปวดแบบนั้นอีก

 

                “พี่ยุนโฮตายได้ไง?”

                “ถูกยิงครับ..แต่ผมไม่ทราบจริงๆ”

                “จับตัวไอ้คนที่อยู่เหตุการณ์ในวันนั้นมาให้หมด”

                “ครับ…”

                “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไรทั้งพ่อและยุนโฮต้องตาย….”

 

SENSE – FASCINATE


“เป็นที่แน่ชัดแล้วนะคะว่าทายาทคนโตของตระกูลปาร์คจะดำรงตำแหน่งประธานรุ่นที่สามของบริษัทและควบคุมดูแลกิจการทั้งหมดที่อยู่ในเครือด้วยตัวเอง จะไม่มีการถอนตัวหรือโอนทรัพย์สมบัติให้ใครอย่างที่ใครหลายคนคาดเดา ต้องมาดูกันว่าหลังจากนี้ตระกูลปาร์คและครอบครัวจะกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกครั้งหรือไม่…วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับผู้นำ ตระกูลคนใหม่ปาร์คยูชอนกันค่ะ…”

 

            “อื้อหือ!พี่ในทีวีดูหล่อดีนะครับ…” ยูชอนผละใบหน้าจากหนังสือนิตรสารในมือพลางส่งยิ้มแกนๆให้น้องชาย ปาร์คยูฮวาน

            “เหอะๆ…คงจะดีกว่านี้นะถ้าเขาไม่เอารูปพี่สมัยอยู่อเมริกามาโชว์บ่อยๆ…ช่างหาจริงๆ” เขาวิจารณ์ สีหน้ายังไม่ลดความรู้สึกพะอืดพะอมหลังเห็นตัวเองในโทรทัศน์กำลังให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปในอนาคตของตระกูล….บอกตรงๆว่าเขาไม่ได้คิดถึงมันแม้แต่น้อย…ชางมินบอกว่ายังไงพรุ่งนี้เขาต้องเข้าบริษัทให้ได้ และมันคงจะต้องเป็นแบบนั้นในเมื่อทุกอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

                “ยูชอน…”

                “หืมม์..? ครับแม่?” ยูชอนสะดุ้งหลังสัมผัสจากมือแม่ทาบทับลงที่ต้นแขน เขาเลยหน้าพลันยิ้มกลับให้หญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นมารดาแท้ๆของเขาเอง

                “ต่อไปลูกจะเป็นอย่างที่แล้วมาไม่ได้แล้วนะ…” แม่ยังคงยิ้มไปถึงนัยน์ตา ทว่าภายในลึกๆกลับสะท้อนความเศร้าโศกอย่างปิดไม่มิด

                “แม่รู้ว่าลูกเป็นคนยังไง…แต่ถึงลูกจะไม่อยากได้มันแต่นี้ก็เป็นทั้งหมดที่พ่อเขาทำไว้เพื่อพวกลูกสองคนนะ…”

ใบหน้าของปาร์คซูจินยังคงอ่อนเยาว์หากเทียบกับหญิงที่อายุแตะเลขสี่สิบปลาย เธอยังคงสวยสะพรั่ง ริ้วรอยที่มีก็มองแทบไม่เห็น ดวงตาของเธออ่อนโยนและช่วยให้จิตใจปลอบประโลมทุกครั้งที่ได้สบ ยูชอนรักแม่ของเขามาก เขาอาจจะอ่อนแอในสายตาของผู้เป็นพ่อ แต่เพราะแม่เลี้ยงยูชอนมาตั้งแต่เกิดนิสัยใจอ่อนจึงติดตัวยูชอนเช่นกัน

เขาไม่เหมาะกับธุรกิจ…สักนิดก็ไม่เหมาะ

ซูจินรู้จักลูกชายเธอดียิ่งกว่าใครๆ ยูชอนเป็นเด็กผู้ชายขี้เหงาตั้งแต่เด็กที่พ่อของเขายัดเยียดเรื่องภายในตระกูลมาให้ แต่เธอก็ปกป้องลูกชายคนโตของเธอสุดกำลัง เธอเลี้ยงลูกด้วยความรักและความเอาใจใส่ มันจึงไม่แปลกเลยที่ยูชอนจะอ่อนไหวง่ายมากกับเรื่องที่ทำให้คนรอบข้างของเขาเสียใจ

เธอรู้ดีว่าสุดท้ายยูชอนจะได้รับตำแหน่งผู้นำตระกูล เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าจะเร็วถึงเพียงนี้ ที่สำคัญไม่มีคนเป็นพ่อคอยชี้แนะ แก้ไขให้ สภาพตระกูลปาร์คในตอนนี้ถือว่าสั่นคลอนและไม่มั่นคงเอาเสียเลย

ยิ่งกับลูกชายเธอ…ยูชอน…ยูชอนที่ต้องแบกรับภาระทั้งหมดต่อจากนี้

 

“ลูกต้องเข้มแข็งไว้นะ…”

“ครับแม่…ผมไม่เป็นไร…” ยูชอนพยายามบอกเพื่อให้แม่ของเขาสบายใจ ซูจินยิ้มอ่อนโยนพลางดึงตัวยูชอนมากอด หล่อนก้มลงจูบลูกชายเหมือนเมื่อครั้งเยาว์วัย…เพียงแค่นั้นก็ทำให้ยูชอนยิ้มออกมา..

 

SENSE – FASCINATE

 

“เหนื่อยๆ..เหนื่อยชะมัด!” ยูชอนสบถ เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทรงสำนักงานภายในห้อง มันเอนเอียงไปหลายองศา มือหนายกขึ้นแกะปมไทที่รัดรอบคอ เขารู้สึกปวดหัวเหมือนมันกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง

“ขอบใจ” เอ่ยบอกเมื่อชางมินวางน้ำเย็นให้ที่ปลายโต๊ะ เขาหลับตาลงนิ่งๆพลางปล่อยให้ประสาทที่เครียดตึงทุดส่วนได้ผ่อนคลาย

“คุณยูชอนพักสักหน่อยนะครับ..เดี๋ยวตอนบ่ายจะมีประชุมต่อ”

“ห๊ะ?!..นี้ยังไม่หมดอีกหรอ?” ยูชอนโพล่งถามอย่างเหลืออด ชางมินพยักหน้าเนิบช้าและพูดตารางงานถัดไปราวกับเตรียมการไว้ล่วงหน้าอย่างดี ยูชอนแทบบ้า เขาสะกดกั้นอารมณ์พลางหายใจเข้า-ออกเชื่องช้า ต้องขอบคุณชางมินสินะที่จัดตารางงานนรกนี้ยัดเยียดให้เขา

“อดทนหน่อยเถอะนะครับ อีกสักพักคุณยูชอนจะชินเอง” ยูชอนได้ยินแล้วหัวร่อ เขานึกเย้ยหยันตัวเองพลางแดกดันสิ่งต่างๆภายในใจ

“เออๆ หวังว่าจะชิน เพราะถ้าไม่…เส้นประสาทสักเส้นคงระเบิดบึ้มเข้าสักวัน” เขาทำท่าหัวสมองกำลังจะระเบิด ทำตาเหลือกขึ้นเพดานพลางถอนหายใจรุนแรง

“คุณยูชอนพยายามเข้านะครับ .. คิดเสียว่าทำเพื่อนายท่านที่ล่วงลับและคุณนาย..รวมไปถึงคุณยูฮวาน” คำพูดของชางมินแล่นเข้าสู่โสตประสาทเชื่องช้า ริมฝีปากพรูถ้อยคำที่ยูชอนไม่อาจจับใจความได้ ดวงตาคู่คมหรี่แสงลงก่อนจะมองออกไปยังบานกระจกที่สะท้อนความเป็นไปของตัวเมืองกรุงโซล

ที่นี้เป็นบริษัทของพ่อเขา…ห้องทำงาน ร่วมถึงโต๊ะตัวนี้เป็นของพ่อเขามาก่อน…

 

เขาจะทำให้มันล้มไม่ได้ จะอย่างไรก็แล้วแต่เขาจะต้องดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำและลบคำสบประมาทของทุกคน

 

ยูชอนตั้งมั่นแน่วแน่ เขาเผลอกำมือแน่นเบือนหน้ามาสบกับชางมินอีกครั้ง

“เอาเอกสารที่คิดว่าฉันยังไม่รู้มาให้หมด…ถ้ายังไม่ตายคืนนี้ฉันจะอ่านมันให้หมด…”

 

SENSE – FASCINATE

 

 

TBC.


A/N : และสุดท้ายท้ายที่สุดก็หาเรื่องให้ตัวเองอีกครั้ง = =;;

Comment

Comment:

Tweet